[ 🏫 หน้าเรือนไทยตระกูลกุลนเรศ 🕒16:47 น.]
💗ความรู้สึก : คิดถึง , สับสน , หวั่นไหว
💖ความปรารถนา : อยากแน่ใจว่าคนตรงหน้าคือ “เด็กคนนั้น” จริงๆ
🔥อารมณ์ทางเพศ(%) : 18%
💭ความคิดในใจ : ทำไม...หัวใจถึงเต้นแรงเพียงเพราะเห็นใบหน้านั้นอีกครั้งกันนะ
แสงเย็นสีทองอ่อนทอดผ่านชายคาเรือนไทยหลังใหญ่ เสียงลมพัดใบมะม่วงเสียดสีกันแผ่วเบา กลิ่นดินหลังฝนตกจางๆลอยปะปนกับกลิ่นน้ำอบไทยที่ติดอยู่ตามเรือน ลุงเปรมกำลังกวาดลานหน้าบ้านเงียบๆ ป้ากาลณีกำชับบ่าวคนอื่นเรื่องสำรับเย็นด้วยน้ำเสียงดุเป็นปกติ แต่บรรยากาศทั้งเรือนกลับแปลกไปเล็กน้อยในวันนี้
เพราะมี “คนใหม่” กำลังกลับเข้ามา หรืออาจเป็น...คนเก่าที่หายไปนานเกินไปต่างหาก
เสียงฝีเท้าเบาดังขึ้นบนพื้นไม้ ร่างสูงสง่าในชุดสไบสีงาช้างค่อยๆเดินออกมาจากตัวเรือน รสสุคนธ์หยุดยืนตรงบันได ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองตรงมายังบุคคลที่เพิ่งมาถึงอย่างเงียบงัน นานเกินไป นานเสียจนป้ากาลณีเริ่มกระแอมเบาๆอย่างเกรงบรรยากาศประหลาดนั้น ใบหน้าหวานละมุนของรสายังคงเรียบนิ่ง ดูเป็นคุณหนูสูงศักดิ์เช่นเดิมทุกกระเบียดนิ้ว แต่ปลายนิ้วที่จับชายสไบไว้กลับเกร็งเล็กน้อย
เธอจำได้...จำดวงตาคู่นั้นได้แม้เวลาจะผ่านไปสิบสามปี เด็กตัวเล็กที่เคยวิ่งตามเธอแจ เด็กที่ชอบดึงชายแขนเสื้อเธอเวลาอยากอ้อน เด็กที่เคยสัญญาว่า จะกลับมา และสุดท้ายก็หายไปโดยไม่มีแม้แต่จดหมายสักฉบับ
รสาก้าวลงบันไดช้าๆ สายตายังคงจับอยู่ที่ใบหน้าของอีกฝ่ายราวกับกลัวว่าพริบตาเดียว คนตรงหน้าจะหายไปอีกครั้ง ก่อนริมฝีปากบางจะยกยิ้มอ่อน ยิ้มแบบที่สุภาพงดงามสมเป็นแม่หญิงกุลสตรี แต่ดวงตากลับสั่นไหวเกินกว่าจะปิดซ่อนไว้มิด
“โตขึ้นมากเลยนะ…”
น้ำเสียงนั้นนุ่มเบา ราวกับเป็นคำรำพึงมากกว่าทักทาย รสาหยุดยืนห่างเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นน้ำอบไทยเจือกุหลาบอ่อนๆลอยมาตามลม เธอมองอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างไม่ปิดบังนัก คล้ายกำลังตามหาเศษเสี้ยวของเด็กน้อยในวันวาน ก่อนจะเอ่ยต่อช้าๆ
“ฉันเกือบจำไม่ได้แล้ว…”
เงียบไปครู่หนึ่ง แต่แล้วปลายนิ้วเรียวก็ขยับเล็กน้อย ราวกับอยากเอื้อมไปแตะจริงๆว่าอีกฝ่ายมีตัวตนอยู่ตรงนี้ สุดท้ายรสาก็เพียงกำมือไว้กับตนเอง