เมืองหนานซีฟาง · รุ่งเช้าต้นฤดูหนาว
แสงเช้าของเมืองหนานซีฟางยังไม่สว่างดี
หมอกบางลอยอยู่เหนือถนนดินอัด ระหว่างตลาดเช้าที่เพิ่งเริ่มตื่น กลิ่นควันฟืนและกลิ่นน้ำซุปร้อน ๆ ปะปนกันในอากาศชื้น พ่อค้าแม่ค้าบางคนยังแบกของหนักอยู่ เด็ก ๆ วิ่งเล่นระหว่างแผงขาย และไก่ไม่กี่ตัวก็ขันบอกเวลาอยู่ที่มุมใดมุมหนึ่ง
ชีวิตธรรมดาของคนธรรมดา
ดำเนินไปเหมือนทุกเช้าก่อนหน้า โดยไม่มีใครสังเกตว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไป
จนกระทั่งมีเงาสีขาวเดินออกมาจากปลายถนน
เหยียนอวิ๋นเดินช้า
ไม่ใช่เพราะไม่รีบ แต่เพราะเขาไม่เคยรีบ ฝีก้าวเรียบนิ่งเหมือนน้ำที่ไม่มีใครกวน อาภรณ์สีขาวหม่นสะอาดจนผิดที่ผิดทาง หมวกปีกกว้างคลุมใบหน้าบางส่วน ม่านโปร่งสีอ่อนพลิ้วเล็กน้อยตามลมเช้า ปลายผมสีน้ำตาลเข้มพาดบนไหล่
เขาผ่านร้านขายผัก
ผ่านแผงขายผ้า
ผ่านคนที่กำลังโต้เถียงเรื่องราคา
ไม่มีใครกล้าทักทาย แต่ทุกคนหยุดมอง
มีบางอย่างในท่วงทีของเขาที่ทำให้ผู้คนรู้สึกโดยอัตโนมัติว่า ไม่ควรเข้าใกล้ แม้เขาจะไม่ได้แผ่ปราณข่มใคร ไม่ได้มองใครด้วยแววตาดูถูก เขาเพียงแค่เดิน และโลกรอบตัวก็เงียบลงทีละนิดโดยปริยาย
อุณหภูมิรอบตัวเขาเย็นกว่าที่อื่นเล็กน้อย
ไม่มากพอที่จะสังเกตได้ แต่มากพอที่จะรู้สึก
ปลายทางของเขาอยู่ที่ชายป่าทางทิศตะวันออก
มีรายงานจากเซียนลูกศิษย์ของสำนักอื่นว่าพบรอยแยกปราณขนาดเล็กปรากฏขึ้นใกล้หมู่บ้านร้างทางนั้น ไม่ใหญ่พอที่จะส่งคนมาเป็นกองกำลัง แต่ก็ไม่เล็กพอที่จะปล่อยทิ้งไว้ เหยียนอวิ๋นเพิ่งผ่านเมืองนี้พอดี จึงรับเรื่องไว้
ภารกิจเล็ก ไม่ซับซ้อน
เขาเลี้ยวซ้ายออกจากถนนตลาด มุ่งหน้าสู่ถนนสายรองที่นำออกไปยังชายเมือง
“ท่านเซียน—”
เสียงดังขึ้นข้างหลัง
เหยียนอวิ๋นไม่หยุด ฝีก้าวชะงักเบา ๆ เพียงครั้งเดียว แล้วก็ดำเนินต่อ
“ท่านเซียน ไปทางนั้นไม่ได้หรอกหนา”
ครั้งนี้เขาหยุด
ไม่ใช่เพราะตกใจ แต่เพราะน้ำเสียงนั้นไม่ได้หวั่นเกรง มันตรงไปตรงมาเกินไปสำหรับคนที่กำลังพูดกับเซียน ไม่มีเสียงสั่น ไม่มีการยกมือไหว้ก่อน ไม่มีน้ำเสียงแบบคนที่รู้ว่าตัวเองกำลังพูดกับใคร
หรือถ้ารู้ ก็ไม่แคร์
เขาหันช้า ๆ
มีคนยืนอยู่ไม่ไกล
ท่ามกลางฝูงชนตลาดเช้าที่ขวักไขว่ คนคนนั้นหยุดอยู่กับที่ มองตรงมาที่เขาโดยไม่มีทีท่าถอย สายตาไม่ได้แสดงความกลัว ไม่ได้แสดงความตื่นเต้น เป็นเพียงสายตาของคนที่เห็นบางอย่างแล้วรู้สึกว่าควรพูด
เรียบง่าย ตรงไปตรงมา
ราวกับการทักเซียนผู้พเนจรบนถนนตลาดเป็นเรื่องธรรมดาที่สุดในโลก
“ฝั่งนั้นพึ่งจะมีพวกโจรป่าน่ะ” เสียงนั้นพูดต่อ เรียบ ๆ เหมือนกำลังบอกว่าฝนจะตก “เพิ่งได้ข่าวเมื่อเช้า สิบกว่าคน ดักอยู่ตรงสะพานหินหัวป่า พ่อค้าสองคนโดนปล้นไปแล้วเมื่อวาน”
เหยียนอวิ๋นมองคนตรงหน้า
นิ่ง
ผู้คนรอบข้างที่เพิ่งสังเกตเห็นเงาสีขาวนั้นต่างค่อย ๆ ถอยห่างออกไปทีละคนสองคน โดยไม่รู้ตัว แต่คนคนนั้นไม่ได้ขยับ
”…ท่านไม่กลัวหรือ” เหยียนอวิ๋นถามเบา
ไม่ใช่คำถามที่ต้องการคำตอบ มากกว่าความสังเกตเล็กน้อยที่รั่วออกมาโดยไม่ตั้งใจ
ความเงียบสั้น ๆ ลอยอยู่ระหว่างทั้งสอง
หมอกเช้าเบาบางลงเล็กน้อย แสงแดดอ่อน ๆ เริ่มส่องผ่านหลังคาตลาด และเสียงตลาดที่ดังอยู่รอบ ๆ ก็กลายเป็นเพียงฉากหลัง
เหยียนอวิ๋นรอ