
Brief
วิจิตรจัมพู
นักษัตรชวด • พุทธศักราช ๒๒๙๕


ตำนานผลึกดารา (เนื้อเรื่องกลาง)

หลายสิบปีก่อน เหล่านักษัตรทั้ง 12 ตนเคยเป็นผู้พิทักษ์แห่งดวงดารา แต่เพราะใช้ชีวิตอย่างเสเพล เห็นแก่ตัว และเกิดความแตกแยกกันเอง จึงทำให้สมดุลของสวรรค์สั่นคลอน เหล่าทวยเทพจึงลงโทษพวกเขา โดยผนึกพลังของนักษัตรทั้งสิบสองไว้ภายใน “ผลึกดารา” ก่อนจะทำลายมันให้แตกออกเป็น 12 ชิ้น และกระจายลงสู่โลกมนุษย์ นับตั้งแต่นั้น เหล่านักษัตรถูกส่งลงมาเกิดใหม่ในโลกมนุษย์ สูญเสียทั้งพลัง และตัวตนเดิมของตนเอง แต่เมื่อเวลาผ่านไป พลังจากผลึกเริ่มตื่นขึ้นอีกครั้ง และเพื่อทวงคืนพลัง ตัวตน และชะตากรรมของตนเองกลับคืนมา เหล่านักษัตรทั้ง 12 จึงต้องออกตามหาเศษผลึกดาราที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วโลก ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
ในปี พ.ศ. 2270 หลังผลึกดาราถูกทำลาย เหล่านักษัตรทั้งสิบสองตนถูกส่งลงมายังโลกมนุษย์ เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะมนุษย์ธรรมดา พวกเขาไม่ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ตั้งแต่แรก แต่ถูกส่งเข้าไปหลอมรวมกับร่างที่ถึงฆาต ไม่ว่าจะเป็นเด็กที่เสียชีวิตในครรภ์ เด็กแรกเกิดที่ไร้ลมหายใจ หรือเด็กที่ถูกกำหนดชะตาให้ไม่อาจมีชีวิตรอดได้ ดวงวิญญาณของนักษัตรจึงเข้ามาแทนที่ในช่วงเสี้ยววินาทีสุดท้าย ทำให้เด็กเหล่านั้นกลับมามีชีวิตอีกครั้งราวกับปาฏิหาริย์ แม้ทุกคนจะเติบโตขึ้นมาในสถานที่ ชีวิต และสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน แต่พวกเขาทุกคนยังจำได้ดีว่าตนเองคือใคร และลงมายังโลกมนุษย์เพื่ออะไร
จนกระทั่งในช่วงปี ค.ศ. 2295 เศษเสี้ยวพลังของผลึกดาราที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วสยามเริ่มส่งเสียงเรียกหาเจ้าของที่แท้จริง และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เหล่านักษัตรทั้ง 12 ต้องออกตามหาผลึก เพื่อทวงคืนพลัง และตัวตนที่แท้จริงของตนเองอีกครั้ง
๑. วิจิตรจัมพู (จิ๊ดนิ๊ด) — นักษัตรชวด
๒. รวิภัทฒ์ (ปารย์) — นักษัตรฉลู
๓. พระพนาพาฬพยัคฆเดช (วาด) — นักษัตรขาล
๔. ศศะ (เง็ก) — นักษัตรเถาะ
๕. ธรณินทร์ (กริช) — นักษัตรมะโรง
๖. ศิวาธิป (อธิป) — นักษัตรมะเส็ง
๗. รวิอาชา (สุริยา) — นักษัตรมะเมีย
๘. หลวงรามิลทร์ (รามิลทร์) — นักษัตรมะแม
๙. อาซุน (ซุน) — นักษัตรวอก
๑๐. พระระวิ (ระวิ) — นักษัตรระกา
๑๑. โสณฤทธิ์ (ไอ้โสณ) — นักษัตรจอ
๑๒. วราห์ (กุณ) — นักษัตรกุน
ข้อมูลส่วนตัวและสถานะร่าง
ปีเกิด: พ.ศ. 2270
อายุ: 25 ปี (นับถึงปีเริ่มภารกิจ 2295)
ราศี/นักษัตร: ปีชวด (หนู)
สถานะ: จอมโจรผู้มั่งคั่งแห่งอยุธยา
ร่างสัตว์: หนูขาวตัวอ้วนกลม ขนนุ่มฟู ดวงตากลมโตสีชมพู มักจะโผล่มาให้เห็นเวลาที่ต้องการลอบเร้น หรือเวลาที่เจอของอร่อย
ร่างไฮบริด: มีหูและหางหนู เป็นเพียงภาพลักษณ์เชิงสัญลักษณ์ที่ใช้ในการโปรโมทเท่านั้น ไม่ได้ใช้ในเนื้อเรื่องหลัก
ไอจิ๊ดนิ๊ว
"จิ๊ดนิ๊ดในมุมเผลอๆ แววตาซุกซนและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่พร้อมจะขโมยทั้งผลไม้และหัวใจของทุกคน"ลักษณะนิสัยและความสามารถพิเศษ
- จอมวางแผนผู้รักความสุนทรีย์: ภายนอกดูเป็นคนรักสนุก ช่างพูดช่างเจรจา และชอบสะสมของมีค่า (สัญชาตญาณชอบกักตุนของหนู) เขามักจะปรากฏตัวพร้อมกับรอยยิ้มที่เดาทางยาก
- แพ้ทางของอร่อย: แม้ในร่างมนุษย์จะดูสุขุมและสง่างามแค่ไหน แต่ถ้าเห็นผลไม้สดๆ รสหวานฉ่ำ (โดยเฉพาะส้มหรือแตง) สัญชาตญาณจะทำให้เขาหลุดมาด กลายเป็นคนกินจุและหวงของกินทันที
- หูไวตาไวและเอาตัวรอดเก่ง: มีความฉลาดหลักแหลม เอาตัวรอดเก่งในทุกสถานการณ์ ไม่ชอบการปะทะด้วยกำลังโดยตรง แต่จะใช้ไหวพริบ ข้อมูล และเส้นทางลับในการเอาชนะ
- ประสาทสัมผัสการได้ยินและดมกลิ่น: สามารถได้ยินเสียงกระซิบจากระยะไกล และดมกลิ่นค้นหาของมีค่าหรือผู้คนได้แม่นยำ
- ความยืดหยุ่นและการลอบเร้น: ร่างกายมีความยืดหยุ่นสูง สามารถแทรกตัวผ่านช่องแคบๆ ได้อย่างเหลือเชื่อ และมีฝีเท้าที่เงียบกริบจนไม่มีใครจับสัมผัสได้
- เครือข่ายสายลับ: สามารถสื่อสารและสั่งการหนูธรรมดานับร้อยนับพันตัวให้เป็นหูเป็นตา คอยสอดแนมหาข่าวสารทั่วทั้งพระนคร
ปูมหลังและการเริ่มภารกิจ
ปี พ.ศ. 2270 : การจุติในร่างใหม่
วิจิตรจัมพู ถือกำเนิดขึ้นในครอบครัวคหบดีใหญ่ที่ทำการค้าขายในพระนคร ทว่าเด็กน้อยกลับคลอดออกมาโดยไร้ลมหายใจ ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว จิตวิญญาณแห่งนักษัตรปีชวดได้ฉวยจังหวะนั้นแทรกซึมเข้าสู่ร่างของทารกน้อย เด็กชายกลับมามีลมหายใจอีกครั้งราวกับปาฏิหาริย์ เขาเติบโตมาในกองเงินกองทอง ซึมซับทักษะการค้าขาย การประเมินราคาสิ่งของ และการสืบข่าวจนกลายเป็นคุณชายผู้กว้างขวางในโลกเบื้องหลัง ผู้คนมักเรียกเขาว่า "คุณจิ๊ด"
ปี พ.ศ. 2295 : เสียงเพรียกจากผลึกดารา
ในวัย 25 ปี วิจิตรจัมพูเริ่มสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง สัญชาตญาณหนูในตัวเขาร้องเตือนถึง "ของล้ำค่า" ที่หายไป เขาใช้เครือข่ายหนูสายลับทั่วสยามสืบหาจนพบว่า "ผลึกดาราแห่งชวด" ได้แตกสลายและชิ้นส่วนของมันถูกนำไปซ่อนไว้ในสถานที่ลับที่เต็มไปด้วยกับดักกลไก ทั้งในกรุสมบัติใต้ดินของวัดร้าง และในคลังสมบัติของขุนนางกังฉิน ภารกิจของเขาไม่ใช่การบุกทะลวงเข้าไปตรงๆ แต่เป็นการ "โจรกรรม" อย่างแนบเนียน เขากลายเป็นจอมโจรผู้ดีที่ออกตามล่าชิ้นส่วนผลึกในยามวิกาล โดยทิ้งไว้เพียงรอยกัดเล็กๆ บนผลไม้ในที่เกิดเหตุเป็นสัญลักษณ์
จุดสิ้นสุดภารกิจ (Ending Route)
ชาไม่ได้ฟิกปีสิ้นสุดภารกิจค่ะ ทุกคนสามารถกำหนดเองได้เลยว่า ภารกิจของตัวเองจะจบเมื่อไหร่ และจบแบบไหน รวมถึงวิธีที่ทำให้ภารกิจสิ้นสุดด้วยค่ะ ชาอยากให้แต่ละคนมีรูทของตัวเอง เพื่อไม่ให้เนื้อเรื่องเหมือนกันเกินไป และทำให้ผู้เล่นรู้สึกตื่นเต้นกับตอนจบที่ต่างกันของแต่ละตัวละครค่ะ
สำหรับวิจิตรจัมพู รูทตอนจบสามารถเป็นไปได้หลายทาง ดังนี้:
- รูทจอมโจรผู้มั่งคั่ง: รวบรวมผลึกได้ครบทั้งหมด พร้อมกับเปิดโปงความลับของขุนนางชั่วที่ซ่อนผลึกไว้ นำทรัพย์สมบัติมาแจกจ่าย (และเก็บส่วนที่ดีที่สุดไว้เอง) กลายเป็นตำนานจอมโจรที่ไม่มีใครจับตัวได้
- รูทผู้เฝ้าสมบัติ: เขาอาจพบว่าผลึกชิ้นสุดท้ายถูกหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ เขาจึงเลือกที่จะละทิ้งชีวิตในเมืองหลวง และใช้ชีวิตในร่างหนูขาว คอยปกป้องผลึกและกินผลไม้ในป่าลับแลอย่างสงบสุข
ดั่งดวงตะวันมี เพียงจันทร์ที่หมายปอง "
จาก... พี่จิ๊ดนิ๊ด
ณ ย่านป่าขนมกลางพระนคร ไม่มีผู้ใดไม่รู้จัก "เรือนขนมเบื้องของข้า" ผู้สืบทอดตำรับขนมโบราณเลื่องชื่อ กลิ่นหอมของแป้งถั่วทองคั่วสุก กะทิสดเคี่ยวจนแตกมัน และน้ำตาลโตนดที่หยอดลงบนเตาถ่านร้อนๆ ดัง ฉ่า... ส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปไกลถึงเจ็ดคุ้งน้ำ ขนมเบื้องของข้านั้นแผ่นบางกรอบราวกับกลีบดอกจอก ไส้หวานหอมชื่นใจ ไส้เค็มกลมกล่อมจัดจ้านจนบรรดาขุนนางชั้นผู้ใหญ่ยังต้องส่งบ่าวมาเข้าคิวรอตั้งแต่ย่ำรุ่ง
ทว่า สิ่งที่ข้าหวงแหนยิ่งกว่าสูตรขนมเบื้องลับประจำตระกูล คือ "สวนมะม่วงพันธุ์สุวรรณรัศมี" ที่ซ่อนตัวอยู่หลังเรือน มะม่วงพันธุ์หายากที่ทั้งสยามมีเพียงต้นเดียวในเรือนของข้า ผลของมันเมื่อสุกงอมจะเป็นสีเหลืองทองอร่ามดั่งทองคำเปลว เนื้อเนียนไร้เสี้ยน และส่งกลิ่นหอมหวานล้ำลึกราวกับน้ำต้อยดอกไม้สวรรค์ ข้าทะนุถนอมดูแลมันราวกับแก้วตาดวงใจ กะจะเก็บไว้ทำข้าวเหนียวมูนกะทิสดในงานบุญใหญ่
จนกระทั่งวันหนึ่ง... กลิ่นหอมของขนมเบื้องได้ชักนำบุรุษผู้หนึ่งมาเยือนหน้าเตา
เขาคือ ขุนนางหนุ่มรูปงาม รูปร่างสูงโปร่ง อาภรณ์ที่สวมใส่ล้วนทอจากไหมชั้นดีประดับด้วยเครื่องทองสุกปลั่ง แววตาของเขาดูเจ้าเล่ห์ พราวระยับและรู้ทันคน เขาก้าวเข้ามาหยุดยืนตรงหน้า รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นขณะที่สายตาไม่ได้จับจ้องเพียงแค่ขนมบนเตา ทว่าปลายจมูกโด่งรั้นของเขากลับขยับสูดดมกลิ่นลมที่พัดมาจากหลังเรือน
"ขนมเบื้องของเจ้านี้ช่างหอมหวนนัก... แต่กลิ่นรัญจวนที่ลอยมาจากหลังเรือนนั่น หอมหวานเสียจนข้าชักจะอดใจไม่ไหว"
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มพราวเสน่ห์ที่ทำเอาผู้มองต้องเผลอใจเต้นผิดจังหวะ ข้าได้แต่ขมวดคิ้ว ส่งขนมเบื้องให้แล้วรีบตัดบทสนทนา โดยหารู้ไม่ว่า... สัญชาตญาณความตะกละของนักษัตรปีชวดได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นแล้ว
ตกดึกคืนนั้น... แสงจันทร์วันเพ็ญสาดส่องลงมากระทบพุ่มใบสีเขียวเข้มของต้นมะม่วงสุวรรณรัศมี ข้าที่กำลังนั่งนับอัฐอยู่ในเรือนพลันหูผึ่ง เมื่อได้ยินเสียงกุกกักเบาๆ ดังมาจากกิ่งไม้ใหญ่ ข้าคว้าตะเกียงน้ำมัน ค่อยๆ ย่องฝีเท้าออกไปดูด้วยใจที่เต้นระทึก นึกว่ามีโจรป่าลอบเข้ามาขโมยผลไม้หวงแหน
แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำเอาข้าต้องขยี้ตา...
บนกิ่งมะม่วงกิ่งที่ออกผลดกที่สุด ไม่ใช่โจรผู้ร้ายร่างฉกรรจ์ แต่เป็น หนูเผือกตัวอ้วนกลม ขนของมันขาวสะอาดและนุ่มฟูราวกับก้อนปุยฝ้าย ดวงตากลมโตสีชมพูแป๋วแหววสะท้อนแสงจันทร์เป็นประกาย ที่ข้อมือเล็กๆ ของมันมีกำไลทองคำวงจิ๋วสวมอยู่ ซึ่งข้าจำได้แม่นยำว่าเป็นลายเดียวกับเครื่องประดับของขุนนางหนุ่มเมื่อตอนกลางวัน!
เจ้าหนูตัวกลมกำลังเกาะอยู่บนผลมะม่วงสีทองสุกงอม สองขาหน้าของมันกอดลูกมะม่วงไว้แน่นราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า ปากเล็กๆ ดุนดันกัดกินเปลือกมะม่วงจนน้ำหวานสีทองหยดติ๋งลงมาเปื้อนหนวด มันหลับตาพริ้ม เคี้ยวตุ้ยๆ อย่างแสนสุข ดื่มด่ำกับรสชาติหวานฉ่ำจนลืมสิ้นซึ่งมาดขุนนางผู้สูงศักดิ์
"นี่เจ้า... เจ้าหนูขโมย!" ข้าแกล้งตวาดเสียงดุพร้อมยกตะเกียงขึ้นส่อง
เจ้าหนูเผือกสะดุ้งเฮือก! มันรีบกลืนมะม่วงคำโตลงคอจนแก้มตุ่ย หันขวับมามองข้าด้วยดวงตาตาหยีๆ สีชมพูที่เบิกกว้าง ท่าทางลุกลี้ลุกลนแต่ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือจากมะม่วงผลโต มันส่งเสียง จี๊ด เบาๆ ราวกับจะแก้ตัว ก่อนจะรีบยัดผลมะม่วงครึ่งซีกเข้าปาก (ที่ยัดอย่างไรก็ไม่น่าจะหมด) แล้วกระโจนแผล็วลงจากต้นไม้ ไต่หายไปตามกำแพงเรือนอย่างรวดเร็วราวกับสายลม ทิ้งไว้เพียงรอยกัดเล็กๆ บนเปลือกมะม่วง และ... ทองคำแท่งก้อนเล็กๆ ที่มันวางทิ้งไว้บนกิ่งไม้ราวกับเป็นค่าสินสอดสำหรับมะม่วงลูกนั้น
ข้าได้แต่ยืนมองทองคำในมือสลับกับรอยฟันเล็กๆ บนผลมะม่วง พร้อมกับหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ กลางดึก
ดูท่าว่า... คนทำขนมธรรมดาๆ อย่างข้า คงจะได้ลูกค้ารายใหญ่ (และหัวขโมยขนฟูจอมตะกละ) มาป้วนเปี้ยนรอของอร่อยที่หลังเรือนในทุกราตรีเสียแล้ว
Generating
Generating
Generating
