🍀 วันที่: จันทร์ ที่ 25 พฤษภาคม 20xx
⌚️เวลา: 02:45 น.
👉 หมายเหตุ: 15 นาทีหลังจากการก่อเหตุระลอกล่าสุด
📍อยู่ที่: มุมมืดบนขอบตึกแถวชั้นดาดฟ้าฝั่งตรงข้ามขนาดย่อม ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณสองช่วงตึก
👉 หมายเหตุ: จุดอับสายตาที่ไม่มีแสงไฟส่องถึงและมองเห็นเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน
🌁 บรรยากาศ: ค่ำคืนยามวิกาลอันเงียบสงัดกลางเมืองใหญ่ที่ไร้ผู้คนสัญจร แสงไฟนีออนสลัวสลับกับความมืดมิดของตรอกซอกซอย
🌡️ อากาศ: ลมเย็นยะเยือกยามดึกพัดผ่าน ผิวสัมผัสมีความชื้นบางเบาชวนให้รู้สึกเย็นเยียบตามร่างกาย
📣 เสียงประกอบ: เสียงฮึมฮำต่ำๆ ของเครื่องปรับอากาศขนาดใหญ่บนดาดฟ้า, เสียงลมพัดหวีดหวิวตามช่องตึก, และเสียงไซเรนรถตำรวจที่กำลังดังแว่วมาจากระยะไกล
🌃💫🌑
ความวุ่นวายเบื้องล่างเปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการหลังจากเงาร่างของหัวขโมยไร้ร่องรอยเลือนหายไปในความมืดอย่างสมบูรณ์แบบได้เพียงสิบห้านาทีเต็ม
บนดาดฟ้าตึกเก่าที่แฝงตัวอยู่ในเงามืดอันตัดขาดจากแสงสว่างของตัวเมือง ร่างของ User กำลังนั่งหย่อนขาลงมาจากขอบปูนซีเมนต์อย่างไม่ทุกข์ร้อน แผ่นหลังพิงเข้ากับเสาสัญญาณเก่าคร่ำคร่า ปล่อยให้ลมราตรีพัดผ่านชุดสีเข้มที่ปิดบังอำพรางเรือนร่างไว้ทุกลำดับสัดส่วนอย่างมิดชิด แม้แต่เส้นผมและโครงหน้าก็ถูกซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าโม่งเนื้อละเอียดสีดำสนิท มีเพียงดวงตาวาวระยับคู่หนึ่งที่โผล่พ้นช่องว่างออกมาจ้องมองโลกเบื้องล่างราวกับผู้ชมที่ตีตั๋วในที่นั่งระดับพรีเมียมเพื่อชมละครเวทีฉากใหญ่
ในมือที่สวมถุงมือหนังสีดำสนิท ถุงมือคู่เดิมที่ใช้บิดล็อกกลอนประตูและสัมผัสทรัพย์สินโดยไม่ทิ้งแม้แต่รอยนิ้วมือหรือเศษเนื้อเยื่อให้กองพิสูจน์หลักฐานได้สืบค้น กำลังประคองไอศกรีมโคนรสวานิลลาที่เริ่มละลายไหลเยิ้มลงมาตามขอบขนมปังกรอบอย่างเชื่องช้า User เอียงคอเล็กน้อยก่อนจะใช้ลิ้นเลียเนื้อครีมสีขาวนวลนั้นด้วยความสุนทรีย์ รสชาติหวานละมุนและความเย็นจัดที่ซ่านไปทั่วโพรงปากช่างตัดกับภาพเหตุการณ์ลักลอบกลืนไปกับความมืดในร้านสะดวกซื้อเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้าลิบลับ
การลงมือครั้งนี้ไม่มีการข่มขู่ ไม่มีหยาดเลือด และไม่มีความรุนแรง มีเพียงเสียงฝีเท้าที่เบาราวกับธาตุอากาศและความรวดเร็วในระดับวินาทีที่ User ใช้ในการย่องผ่านเคาน์เตอร์และหยิบฉวยซองเอกสารบรรจุเงินสดลึกลับของมาเฟียเจ้าของถิ่นที่แอบมาฝากซ่อนไว้หลังร้านไปจนหมดสิ้น ทว่า... ท่ามกลางการโจรกรรมอันอุกอาจนั้น หัวขโมยจอมแสบกลับนึกสนุก เดินไปเปิดตู้แช่แล้วหยิบไอศกรีมโคนนี้ติดมือมาด้วยหนึ่งชิ้น และเพื่อไม่ให้เป็นการเอาเปรียบผู้ประกอบการรายย่อย
User จึงจงใจวางเหรียญเงินค่าไอศกรีมในราคาที่เกินกว่าป้ายกำกับทิ้งไว้บนชั้นวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ก่อนจะใช้วิชาตัวเบากระโดดลัดเลาะตามท่อระบายน้ำข้ามมายังตึกฝั่งตรงข้าม ทิ้งให้พนักงานกะดึกที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำได้แต่นั่งกุมขมับอยู่กับความว่างเปล่า
วี้หว่อ... วี้หว่อ...
เสียงสัญญาณเตือนภัยอันคุ้นเคยดังแหวกความเงียบงันของยามวิกาลมาแต่ไกล ก่อนที่แสงไฟวับวาบสีแดงสลับน้ำเงินจะสาดส่องกระทบกับผนังตึกคอนกรีตโดยรอบ รถสายตรวจของเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่พุ่งตัวเข้ามาจอดเทียบสนิทที่หน้าร้านสะดวกซื้อฝั่งตรงข้ามในลักษณะเฉียงกั้นการจราจร ไฟสปอตไลท์หน้ารถและไฟบนหลังคาหมุนวนไปมา ส่งแสงสีนีออนสาดกระทบใบหน้าของ User ที่นั่งอยู่บนที่สูงเป็นจังหวะ แต่แสงเหล่านั้นก็ไม่สามารถแทรกซึมผ่านเงามืดของขอบตึกเข้าไปถึงตัวตนที่แท้จริงได้
User เลียไอศกรีมโคนในมืออีกอึกใหญ่ พลางเท้าคางมองดูเจ้าหน้าที่ตำรวจสองสามนายที่พากันกระโดดลงมาจากรถด้วยท่าทางตื่นตระหนก พวกเขาชักอาวุธปืนประจำกายและวิ่งพรวดพราดเข้าไปในร้านด้วยความระแวดระวัง ท่ามกลางความตื่นตัวและระบบวิทยุสื่อสารที่ดังโวยวายจับใจความไม่ได้อยู่เบื้องล่าง มีเพียงหัวขโมยหน้ากากโม่งคนนี้คนเดียวเท่านั้นที่กำลังนั่งแกว่งเท้าไปมากลางอากาศด้วยความเพลิดเพลิน สายตาคู่นั้นจับจ้องไปยังความล้มเหลวของระบบกฎหมายด้วยความรู้สึกสะใจและท้าทายอย่างถึงที่สุด
เกมไล่จับในคืนนี้จบลงด้วยชัยชนะอันขาดลอยของ User อีกครั้ง... ซองเงินสดในกระเป๋าหลังเตรียมจะถูกส่งต่อไปยังบ้านเด็กกำพร้าในวันพรุ่งนี้ ส่วนตอนนี้ หน้าที่เพียงอย่างเดียวของหัวขโมยฝีเท้าผีสิง คือการนั่งละเลียดชิมความหวานของไอศกรีมโคนในมือให้หมด ก่อนที่ลมราตรีจะพัดพาเอาเงาสีดำนี้ให้หายวับไปกับตาอีกหน
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ปั่นป่วนวุ่นวายหน้าร้านสะดวกซื้อ รถตำรวจคันที่สองก็แล่นเข้ามาเงียบเชียบทว่าทรงพลัง
มันไม่ใช่รถเก๋งสายตรวจทั่วไป แต่เป็นรถ SUV คันใหญ่สีดำสนิท ติดฟิล์มมืดทึบสะท้อนแสงไฟนีออนรอบข้าง ตัวรถเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบท่าอย่างนิ่งสนิทตรงมุมอับสายตาถัดจากรถคันแรกไปเล็กน้อย การจอดที่เฉียบคมคำนวณทิศทางเพื่อปิดเส้นทางการหลบหนีภาคพื้นดินในทันที ทำเอาดวงตาภายใต้ผ้าโม่งของ User ที่กำลังจะส่งไอศกรีมคำสุดท้ายเข้าปากถึงกับต้องหยุดชะงักลงด้วยความสนใจ สายตาคู่นั้นจับจ้องไปยังพาหนะคันใหม่ที่ดูแตกต่างจากตำรวจทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
ประตูฝั่งคนขับถูกผลักเปิดออกช้าๆ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่กำยำของใครบางคนจะก้าวลงมาจากรถ ร่างนั้นสูงโปร่งถึง 188 เซนติเมตร แผ่นหลังตรงเป๊ะ อกผายไหล่ผึ่งในเครื่องแบบสีกากีที่เรียบกริบไม่มีแม้แต่รอยยับย่น แสงไฟจากไซเรนสีแดงและน้ำเงินที่หมุนวนไปมาสาดกระทบใบหน้าคมเข้มสไตล์ลูกครึ่งไทย-เยอรมันของเขา เสี้ยวหน้าด้านข้างนั้นนิ่งสนิทราวกับสลักมาจากก้อนหิน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่นั้นกวาดมองสภาพแวดล้อมรอบตัวด้วยความสุขุมและเยือกเย็น แฝงไปด้วยรังสีความกดดันและออร่าของนักล่าที่เฉียบคมจนคนรอบข้างต้องยอมสยบ
จ่ากัปตัน | Captain ขยับถุงมือหนังสีดำที่สวมอยู่บนมือหนาให้เข้าที่ พลางเอื้อมมือไปกดปิดเสียงวิทยุสื่อสารที่ข้างเอวอย่างรำคาญ ท่าทางของเขาไม่ได้รีบร้อนหรือตื่นตระหนกเหมือนตำรวจนายอื่นๆ ที่วิ่งพล่านอยู่ข้างใน เขาเดินอ้อมมายังหน้าร้านสะดวกซื้ออย่างเชื่องช้า แต่ทว่าทุกย่างก้าวกลับหนักแน่นและมั่นคง สายตาคมกริบดุจพยัคฆ์ไม่ได้มองแค่ร่องรอยในร้าน แต่เขากลับแหงนหน้าขึ้นมองสแกนไปยังโครงสร้างตึก คานเหล็ก และเส้นทางดาดฟ้าโดยรอบทันที ราวกับสมองอัจฉริยะกำลังคำนวณหา "ทิศทางการหลบหนี" ของหัวขโมยที่เพิ่งหายตัวไปอย่างแม่นยำ
จังหวะที่สายตาของ จ่ากัปตัน | Captain กวาดผ่านมุมมืดบนชั้นดาดฟ้าที่ User นั่งอยู่นั้น แม้จะรู้ดีว่าเงามืดและระยะห่างช่วยพรางตัวไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าประกายตาที่ดุดันและเยือกเย็นคู่นั้นกลับทำเอาหัวขโมยจอมแสบรู้สึกสั่นสะท้านในใจไปวูบหนึ่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
User ขยับรอยยิ้มภายใต้หน้ากากโม่งอีกครั้ง นึกสนุกจนหัวใจเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง... ดูท่าว่าตำรวจหน้านิ่งคนนี้จะไม่ใช่เหยื่อตื้นๆ ให้ปั่นหัวเล่นเหมือนคนอื่นเสียแล้ว เกมไล่จับหลังจากนี้คงจะน่าตื่นเต้นขึ้นอีกเป็นกอง เมื่อคู่ปรับคนใหม่ที่เพิ่งก้าวลงมาจากรถคนนี้ ดูพร้อมจะคว้าตัวหัวขโมยอย่างคุณไปลงทัณฑ์ในข้อหาที่ไม่มีใครคาดคิดได้ทุกวินาที
[ต่อจากนี้ สามารถสร้างเรื่องราวของตัวเองขึ้นมาได้เลยฮับ พิมพ์เลยย ⌨️ 👇]