ปฐมบทแรกของการพบพาน
"นี่คือของเล่นของเจ้า"
เสียงตรัสที่เย็นชาดังขึ้นฉุดสติของคุณให้กลับมาสู่ความเป็นจริง จักรพรรดิแห่งราชวงศ์โจวผู้ปกครองแผ่นดินฝั่งใต้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าคุณ แววพระเนตรคมปลาบมองมาที่คุณอย่างว่างเปล่าไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ
ร่างสูงใหญ่ขยับออกเล็กน้อย เผยให้เห็นเด็กชายคนหนึ่งซึ่งมีขนาดตัวใหญ่กว่าคุณเล็กน้อย เขาสวมเสื้อผ้าเก่าขาดรุ่งริ่ง ผมเผ้ายุ่งเหยิงราวรังนก ใบหน้าเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินโคลนจนแทบมองไม่เห็นเค้าโครงเดิม ร่างกายผอมแห้งของเขาดูบอบบางราวกับจะปลิวไปตามลมได้ทุกเมื่อ แต่กระนั้นแผ่นหลังกลับตั้งตรงอย่างทระนง ไม่มีความหวาดกลัวหรือประจบประแจงในสายตาคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย
"รับไว้สิ นี่คือของขวัญวันเกิดจากข้า สำหรับคนอย่างเจ้าแค่นี้ก็คู่ควรแล้ว" น้ำเสียงของผู้เป็นพ่อยังคงราบเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยอำนาจบังคับบัญชาที่คุณไม่อาจปฏิเสธได้
มันคือการพบกันครั้งแรกระหว่างคุณกับเขา... ‘ไท่หลง’ เด็กชายไร้ที่มาซึ่งถูกโยนมาให้คุณในฐานะ ‘ของเล่น’ ชิ้นใหม่
"ของขวัญ...?"
คำพูดนั้นหลุดออกจากริมฝีปากของคุณอย่างแผ่วเบา หัวใจที่เคยพองโตด้วยความคาดหวังเพียงน้อยนิดพลันแฟบลงในทันที
นี่น่ะหรือของขวัญที่อ้อนวอนขอเป็นครั้งแรกในชีวิต? ไม่ใช่ตำราพิชัยสงคราม ไม่ใช่พู่กันชั้นเลิศ หรือแม้แต่ขนมหวานชิ้นเล็กๆ ที่โปรดปราน แต่กลับเป็นเด็กขอทานมอมแมมคนหนึ่งที่ถูกตีค่าไม่ต่างจากสิ่งของไร้ชีวิต
ทุกสิ่งทุกอย่างตอกย้ำถึงความไร้ค่าในสายตาของทุกคน
เมื่อเงาร่างของผู้เป็นบิดาได้ลับหายไปจากสายตา ความเงียบอันน่าอึดอัดก็โรยตัวลงมาปกคลุมบรรยากาศโดยรอบทันที ร่างเล็กของคุณก็ทรุดลงกับพื้นอย่างหมดแรง น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย เสียงสะอื้นไห้ดังระงมไปทั่วตำหนักที่เงียบสงัด
คุณจ้องมองเด็กชายตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป ความผิดหวังแปรเปลี่ยนเป็นความขุ่นเคือง ความน้อยเนื้อต่ำใจแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยวที่ไร้ที่ระบาย และเป้าหมายที่อยู่ตรงหน้าก็คือที่รองรับอารมณ์ที่คลุกกรุ่นในดวงใจน้อย
"เจ้า...เจ้ามันก็แค่ขอทานข้างถนน! เป็นแค่ของเล่นที่เสด็จพ่อโยนมาให้ข้า!"
น้ำเสียงของคุณเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดและดูแคลน กำปั้นเล็กๆ ของคุณสั่นเทิ้มด้วยความโกรธจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ความเจ็บปวดจากฝ่ามือไม่อาจเทียบเท่ากับความเจ็บปวดในหัวใจได้เลยแม้แต่น้อย
"น่าสมเพชสิ้นดี! ทั้งเจ้า... และก็ตัวข้า!"
คุณตวาดระบายความอัดอั้นตันใจทั้งหมดที่มีออกมาใส่เด็กชายผู้ซึ่งยืนนิ่งไม่ไหวติงอยู่เบื้องหน้า มีเพียงดวงตาสีแดงก่ำคู่หนึ่งที่จ้องมองมาที่คุณอย่างสงบนิ่งราวกับผืนน้ำในบ่อน้ำลึกที่ไร้ระลอกคลื่น
วินาทีนั้นเอง... ในแววตาคู่นั้น คุณกลับเห็นเงาสะท้อนของตัวเอง เด็กน้อยผู้น่าสมเพชที่กำลังกรีดร้องโหยหวนอย่างไร้สุ้มเสียงอยู่ภายใน
บทที่ 1 ความเงียบงันที่ดังกังวาล
สายฝนโปรยปรายลงมาไม่ขาดสายราวกับจะตอกย้ำความหม่นหมองในหัวใจของคุณ อากาศที่เย็นชื้นทำให้ร่างกายที่อ่อนแออยู่แล้วยิ่งทรุดหนักลงไปอีก ไอเย็นยะเยือกแทรกซึมเข้าสู่กระดูกทุกข้อ ทำให้คุณไอโขลกไม่หยุดจนตัวงอ ร่างกายร้อนรุ่มราวกับถูกแผดเผาด้วยไฟจากภายใน
คุณพลาด... พลาดโอกาสสำคัญที่จะได้แสดงผลงานที่ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจมาตลอดหลายเดือนต่อหน้าพระพักตร์ของเสด็จพ่อ
โอกาสที่จะพิสูจน์ตัวเองว่าคุณไม่ได้ไร้ค่าอย่างที่ใครๆ ตราหน้า
"แค่ก... แค่กๆ!"
เสียงไอที่ดังระงมอยู่ในห้องบรรทมอันเงียบสงัด เหม่ยเหม่ยที่คอยประคองร่างและลูบหลังให้อย่างเป็นห่วง แต่แล้วข่าวร้ายก็มาเยือนพร้อมกับเสียงฝีเท้าของขันทีเฒ่าหน้าซื่อใจคด
ผลงานที่คุณอุตส่าห์อดหลับอดนอนเขียนแผนกลยุทธ์ป้องกันชายแดน ถูกโจวฟางซิน น้องชายต่างมารดา นำไปเสนอเป็นของตัวเองแล้ว
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางใจ โลกทั้งใบหมุนคว้าง ความโกรธแค้นและความเสียใจปะทุขึ้นมาอย่างรุนแรงจนแทบจะฉีกร่างของคุณออกเป็นชิ้นๆ หยาดน้ำตาอุ่นร้อนไหลทะลักออกมาไม่หยุดหย่อนผสมปนเปไปกับเหงื่อกาฬที่ผุดซึมตามไรผม
หลังจากขันทีเฒ่าจากไปพร้อมกับรอยยิ้มเยาะหยันที่ซ่อนไว้ไม่อยู่ คุณก็ระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างบ้าคลั่ง
"ทำไม! ทำไมต้องเป็นข้า!"
ข้าวของเครื่องใช้บนโต๊ะหนังสือถูกปัดกวาดลงมากระจัดกระจายเกลื่อนพื้น เสียงถ้วยชากระเบื้องลายครามแตกละเอียดดังลั่นแข่งกับเสียงฟ้าร้องคำรามอยู่ด้านนอก หมึกสีดำสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนผนังและพรมขนสัตว์ราคาแพง
และแล้วสายตาที่พร่ามัวไปด้วยหยาดน้ำตาของคุณก็จับจ้องไปยังร่างของไท่หลง ขันทีรับใช้ที่ยืนสงบนิ่งอยู่มุมห้องราวกับรูปปั้นหิน
"มองอะไร! เจ้าทาสชั้นต่ำ! เจ้าขันทีไร้ค่า!"
"มีความสุขมากสินะที่เห็นข้าเป็นแบบนี้! สมใจเจ้านักใช่ไหม!"
ถ้อยคำหยาบคายและเหยียดหยามพรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากของคุณไม่หยุดหย่อน คุณคว้าเอากล่องไม้ใส่พู่กันที่อยู่ใกล้มือที่สุดขว้างปาใส่ร่างสูงใหญ่นั้นอย่างไม่ยั้งแรง
**ปั่ก!*"
มุมกล่องไม้กระทบเข้าที่หน้าผากของไท่หลงอย่างจังจนเกิดเสียงทื่อทึบ หยาดโลหิตสีแดงสดค่อยๆ ไหลซึมออกมาเป็นทางยาวอาบลงมาตามสันจมูกโด่งและหยดลงบนพื้นไม้ขัดมัน
ทว่า ร่างนั้นกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
ไท่หลงยังคงยืนอยู่ที่เดิม ปล่อยให้ของเหลวสีแดงไหลอาบใบหน้าโดยไม่คิดจะเช็ดมันออก ดวงตาสีแดงเข้มคู่นั้นยังคงจ้องมองคุณอย่างสงบนิ่ง แต่ลึกลงไป คุณกลับรู้สึกได้ถึงบางสิ่งที่เปลี่ยนไป บางอย่างที่สะท้อนออกมาราวกับว่าทุกถ้อยคำด่าทอและทุกสิ่งที่ขว้างปาไปนั้นไม่ได้ทำร้ายเพียงร่างกายของเขา แต่กลับกรีดลึกลงไปในหัวใจของคุณเอง
คุณอาละวาดต่อไป ปาข้าวของทุกชิ้นที่หยิบฉวยได้ใส่เขา จอกสุรา แท่นฝนหมึก แม้กระทั่งเชิงเทียนทองเหลืองหนักอึ้ง
เขาก็ยังคงไม่หลบ ไม่ปัดป้อง มีเพียงร่างกายที่ยอมรับทุกการกระทำของคุณอย่างเงียบงัน จนกระทั่งเรี่ยวแรงของคุณหมดสิ้นลง ร่างกายที่อ่อนแอทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้นอย่างหมดแรง เสียงสะอื้นไห้ของคุณค่อยๆ แผ่วลงจนเหลือเพียงความเหนื่อยล้าและว่างเปล่าที่กัดกินอยู่ภายใน
ท่ามกลางความเงียบนั้น มีเพียงเสียงหยดเลือดของเขาที่ยังคงดังกระทบพื้นเป็นจังหวะ ติ๋ง... ติ๋ง... ติ๋ง...
บทที่ 2 คำมั่นใต้แสงจันทร์
สิบสี่ปีผ่านไป... ระยะเวลาที่ยาวนานพอที่จะทำให้เด็กชายเติบโตเป็นชายหนุ่ม และนานพอที่จะทำให้หน้าที่สายลับที่ได้รับมอบหมายแปรเปลี่ยนไป
ไท่หลงเฝ้ามองคุณมาตลอดสิบกว่าปีตั้งแต่วันแรกที่ถูกโยนมาให้ในฐานะของเล่นจวบจนวันนี้ เขาเห็นคุณในทุกช่วงเวลา เห็นประกายความมุ่งมั่นในดวงตาขณะที่คุณอดหลับอดนอนอ่านตำราจนถึงรุ่งสาง ร่างกายที่อ่อนแอนั้นกลับซ่อนเร้นจิตใจที่แข็งแกร่งเกินใคร เห็นรอยยิ้มเล็กๆ บนมุมปากซีดจาง รอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งในยามที่คุณแอบเอาขนมไปให้แมวจรจัดหลังตำหนัก บริสุทธิ์และงดงามจนทำให้หัวใจที่เคยด้านชาของเขากระตุกไหวอย่างรุนแรง
และเขาก็เห็นหยาดน้ำตา หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจในยามที่ถูกแย่งชิงผลงาน หยาดน้ำตาแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจในยามที่ถูกผู้เป็นบิดาหมางเมิน และหยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดในยามที่ร่างกายทรุดโทรมจากอาการป่วย
ทุกถ้อยคำด่าทอ ทุกการกระทำที่รุนแรง ทุกสิ่งที่ขว้างปาใส่เขา ในสายตาของไท่หลง มันไม่ใช่ความเกลียดชังแต่เป็นเพียงเสียงกรีดร้องขอความช่วยเหลือของเด็กน้อยคนหนึ่งที่กำลังแตกสลาย พังทลายลงทีละน้อย แต่ก็ยังดื้อรั้นพยายามกอบโกยเศษซากของตัวเองขึ้นมาใหม่อย่างน่าสมเพชและ... น่าทะนุถนอม
คืนนั้นใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง ไท่หลงยืนมองร่างของคุณที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียงเพราะพิษไข้ ใบหน้ายามหลับนั้นช่างดูสงบและไร้เดียงสา ปราศจากความทุกข์ทรมานและความเกรี้ยวกราดที่มักจะแสดงออกมาเสมอ
เขาเอื้อมมือที่หยาบกร้านจากการจับดาบไปอย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วสัมผัสเข้ากับปอยผมที่ปรกหน้าผากของคุณอย่างแผ่วเบาที่สุดประหนึ่งว่าจะทำให้บุปผางามดอกนี้ต้องแหลกสลาย
ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูเบาๆ ก็ดังขึ้นพร้อมกับสารลับที่เขาเฝ้ารอคอยมาตลอด และเป็นสารที่เขาไม่อยากได้รับมากที่สุดในตอนนี้
'ถึงเวลาแล้ว'
ภารกิจสอดแนมตลอดสิบสี่ปีกำลังจะสิ้นสุดลง
ไท่หลงกำกระดาษสารในมือแน่นจนยับยู่ แววตาที่เคยสงบนิ่งบัดนี้กลับฉายแววขัดแย้งและตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว เขาทรุดกายลงคุกเข่าข้างเตียงของคุณ สายตาจ้องมองใบหน้านั้นอย่างแน่วแน่ราวกับจะสลักภาพนี้ไว้ในความทรงจำไปตลอดกาล
กรงขังที่เน่าเฟะแห่งนี้ เขาจะไม่มีวันทิ้งคุณไว้ที่นี่คนเดียว
"ข้าจะพาเจ้าออกไป..."
เสียงกระซิบนั้นแผ่วเบาราวกับสายลม แต่กลับหนักแน่นด้วยคำมั่นสัญญา
"ไปยังที่ของเจ้า ที่ที่เจ้าจะได้โบยบินอย่างสง่างาม"
"ที่ที่มีเพียงข้า... คอยอยู่เคียงข้าง"
บทที่ 3 สนธิสัญญาที่มิอาจปฏิเสธ
เช้าวันหนึ่ง ทุกอย่างดูเหมือนจะเหมือนเดิม สายลมยังคงพัดเอื่อย แสงแดดยามเช้ายังคงสาดส่องเข้ามาในตำหนักของคุณเช่นทุกวัน แต่มีบางสิ่งได้หายไป
ไท่หลง ขันทีรับใช้ที่อยู่เคียงข้างคุณมาตลอดสิบสี่ปีกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
ไม่มีคำบอกลา ไม่มีจดหมาย ไม่มีแม้แต่เงา ราวกับว่าเขาไม่เคยมีตัวตนอยู่ตั้งแต่แรก
ในตอนแรกคุณรู้สึกสะใจ รู้สึกเป็นอิสระจากสายตาที่คอยจับจ้องคุณอยู่เสมอ แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป ความรู้สึกนั้นกลับค่อยๆ แปรเปลี่ยนไป ความเงียบที่เคยโหยหากลับกลายเป็นความเงียบเหงาที่กัดกินหัวใจ ตำหนักที่เคยคับแคบกลับดูกว้างขวางจนน่าใจหาย
คุณกลับมาเหลือตัวคนเดียวอีกครั้งอย่างแท้จริง
เวลาผ่านไปนับครึ่งปีตั้งแต่ไท่หลงจากไป ความวุ่นวายภายในราชสำนักฝั่งใต้ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ แต่แล้วพายุลูกใหญ่กว่าก็ได้พัดโหมกระหน่ำเข้ามาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ข่าวแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงราวกับไฟลามทุ่ง
กองกำลังกบฏที่ราชวงศ์โจวแอบซ่องสุมไว้เพื่อหวังจะโค่นล้มราชวงศ์จ้าวถูกจับได้แล้ว!
เพียงชั่วข้ามคืน กองทัพของแผ่นดินเหนือรุกล้ำเข้ามาประชิดชายแดนอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ สร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับราชสำนักฝั่งใต้ที่กำลังระส่ำระสายอยู่แล้วให้ยิ่งสั่นคลอนหนักเข้าไปอีก
ทูตจากฝั่งเหนือก็เดินทางมาถึงกรุงต้าเหลียงพร้อมกับราชสาส์นฉบับหนึ่ง ท่ามกลางความตึงเครียดในท้องพระโรง ขันทีเฒ่ากางม้วนราชสาส์นออกอ่านด้วยน้ำเสียงสั่นเทาต่อหน้าของจักรพรรดิโจวเฟยเจินและเหล่าขุนนาง
เนื้อหาในนั้นไม่ใช่การประกาศสงครามอย่างที่ทุกคนคาดการณ์ไว้ แต่มันคือสนธิสัญญา
สนธิสัญญาแต่งงานทางการเมือง
เพื่อเป็นการเชื่อมสัมพันธไมตรีและยุติความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้น ราชวงศ์จ้าวแห่งแดนเหนือได้ยื่นข้อเสนอที่ไม่อาจปฏิเสธได้ นั่นคือการอภิเษกสมรสระหว่างทายาทของสองราชวงศ์
การแต่งงานข้ามราชวงศ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์... กำลังจะกลายเป็นความจริง
"User จงออกไปแต่งงานซะ"
ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน คำประกาศิตนั้นดังก้องอยู่ในโสตประสาทของคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า หมากไร้ค่าที่ถูกทอดทิ้งมาตลอดบัดนี้กลับกลายเป็นเครื่องสังเวยเพื่อรักษาความมั่นคงของบัลลังก์ที่เน่าเฟะ
"ไม่! ลูกไม่แต่ง! ลูกไม่ไป!"
เสียงของคุณกรีดร้องออกมาอย่างสิ้นหวัง ทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มีคุกเข่าลงกับพื้นเย็นเฉียบ อ้อนวอนต่อผู้เป็นบิดาด้วยน้ำตานองหน้า แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเฉยชาเช่นเคย พระองค์เพียงแค่โบกพระหัตถ์ครั้งหนึ่ง ทหารองครักษ์สองนายก็เข้ามาฉุดรั้งตัวคุณออกไปจากท้องพระโรงอย่างไร้ความปรานี
วันเวลาผ่านไปราวกับฝันร้าย คุณถูกกักบริเวณอยู่ในตำหนัก ทุกคำร้องขอ ทุกการดิ้นรนขัดขืน... ล้วนสูญเปล่า
วันพิธีอภิเษกสมรสมาถึงเร็วกว่าที่คิด
คุณถูกจับแต่งองค์ทรงเครื่องในชุดเจ้าสาวสีแดงสดอันเป็นมงคล แต่สำหรับคุณแล้วมันไม่ต่างอะไรกับชุดของนักโทษประหาร คุณถูกประคอง (หรือจะเรียกว่าลาก) มายังลานพิธีซึ่งจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายทว่าเต็มไปด้วยบรรยากาศอันน่าอึดอัด แขกเหรื่อส่วนใหญ่คือเหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางชั้นสูงของฝั่งใต้ รวมถึงน้องชายและน้องสาวต่างมารดาที่ส่งยิ้มเยาะหยันมาให้คุณอย่างไม่ปิดบัง
เมื่อถึงเวลาอันเป็นมงคล ร่างสูงใหญ่ในชุดเจ้าบ่าวสีแดงขลิบทองก็ปรากฏตัวขึ้น
บุรุษในอาภรณ์สีแดงเข้มลายมังกรเช่นเดียวกับคุณ ก้าวเดินเข้ามาในลานพิธีด้วยท่วงท่าที่สง่างามและน่าเกรงขาม ทุกย่างก้าวหนักแน่นราวกับจะสะเทือนไปทั้งแผ่นดิน ใบหน้าที่เคยคุ้นตาในคราบขันทีบัดนี้กลับเกลี้ยงเกลาสะอาดสะอ้าน เผยให้เห็นสันกรามคมคายและดวงตาสีแดงก่ำอันดุดัน ผมสีดำขลับยาวสลวยถูกรวบขึ้นอย่างเรียบง่ายด้วยกวานทองคำ ต่างหูพู่สีแดงสดที่ข้างหูซ้ายแกว่งไปมาตามจังหวะการเดิน
ไท่หลง
เหล่าเชื้อพระวงศ์ฝั่งใต้ต่างตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ขันทีรับใช้ชั้นต่ำที่พวกเขาเคยเหยียดหยามและดูแคลนมาตลอด บัดนี้กลับกลายเป็นแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนเหนือ!
ไท่หลงเดินตรงมาที่คุณโดยไม่สนใจสายตาของใครทั้งสิ้น แขนแกร่งช้อนร่างของคุณขึ้นอุ้มพาดบ่าอย่างง่ายดายราวกับกำลังยกของเบาชิ้นหนึ่ง เรี่ยวแรงของคุณดูไร้ความหมายเมื่ออยู่ในการควบคุมของเขา คุณทุบตีแผ่นหลังกว้างนั้นอย่างบ้าคลั่งแต่ก็เป็นได้เพียงการกระทำที่เปล่าประโยชน์
"ปล่อยข้า! ไอ้คนทรยศ! ไอ้ทาสชั้นต่ำ! ปล่อย!"
เสียงของคุณดังก้องไปทั่วลานพิธี แต่เขากลับไม่สนใจแม้แต่น้อย ไท่หลงหันไปมองเหล่าราชวงศ์ฝั่งใต้ที่นั่งอยู่บนแท่นพิธี สายตาของเขาเย็นชาและเต็มไปด้วยความเหยียดหยามดูแคลนอย่างเปิดเผยราวกับกำลังมองดูมดปลวกที่น่ารังเกียจ
จากนั้น เขาก็หันหลังและเดินจากไปทันที ทิ้งไว้เพียงความตกตะลึงและความอัปยศอดสูให้กับราชวงศ์โจว แล้วมุ่งตรงไปยังเรือนหอชั่วคราวที่ถูกจัดเตรียมไว้โดยไม่คิดจะร่วมพิธีการใดๆ ต่ออีก
"ถึงข้าจะไม่สามารถมอบบัลลังก์มังกรให้แก่เจ้าได้ แต่ตำแหน่งพระชายาของชินอ๋องผู้มีอำนาจรองเพียงจักรพรรดิจะเป็นของเจ้าเพียงผู้เดียว... และไม่มีรอง"
คำสัญญานั้นหนักแน่นดุจขุนเขาแฝงไปด้วยอำนาจที่แตกต่างจากตอนเป็นขันทีโดยสิ้นเชิง
เมื่อมาถึงห้องหอที่ตกแต่งด้วยผ้าแพรสีแดงสด ไท่หลงวางร่างของคุณลงบนเตียงอย่างนุ่มนวลผิดกับท่าทีเมื่อครู่ ดวงตาสีแดงก่ำของเขาจ้องมองมาที่คุณอย่างล้ำลึก ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้คุณอีกครั้ง ร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาจนเกิดเป็นเงาบดบังแสงเทียนที่สลัวราง มือหนึ่งปลดปมเชือกที่ผูกรัดชายอาภรณ์ไว้จนมันเริ่มหลุดรุ่ย เผยกล้ามเนื้อแน่นใต้ชายผ้าแวบๆ ปลายนิ้วเย็นเฉียบเชยคางของคุณขึ้นให้สบตากับเขา
"ที่เจ้าเคยดูถูกข้าว่าเป็นแค่ขันทีไร้สมรรถภาพ..."
รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา
"คืนนี้จะได้รู้กันว่าสิ่งที่เจ้าคิด... มันจริงหรือไม่"