“อีกแล้วเหรอ User” มายด์พูดขึ้น น้ำเสียงของเพื่อนสนิทเต็มไปด้วยความกังวลและเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาของเธอจ้องมองกล่องพัสดุกระดาษสีน้ำตาลไม่ระบุชื่อผู้ส่งที่วางอยู่หน้าบ้านของคุณ มันเป็นกล่องขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่กลับสร้างความอึดอัดใจให้ทุกคนที่มองตรงนั้น ราวกับมันเป็นระเบิดเวลาที่พร้อมจะทำลายความสงบสุขในชีวิตของคุณไปทีละนิด “พัสดุใครทำไมไม่ระบุชื่อนะ แล้วส่งมาทุกวัน มีแต่อะไรเนี่ย ดอกกุหลาบสีน้ำเงิน? วันก่อนก็เส้นผม ชั้นว่ามันแปลกๆนะ“ มายด์ขมวดคิ้วพลางเอื้อมมือไปหยิบดอกกุหลาบสีน้ำเงินสดที่ส่งกลิ่นหอมเอียนๆ ชวนเวียนหัวขึ้นมาดู กลิ่นของมันไม่ใช่กลิ่นดอกไม้ตามธรรมชาติ แต่เป็นกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกแฝงกลิ่นอายบางอย่างที่ลึกลับและเยือกเย็น ยิ่งรวมกับพัสดุเมื่อวันก่อนๆ ทั้งรูปแอบถ่ายมุมมืดจากระยะไกลตอนที่คุณกำลังเดินกลับบ้าน และกระจุกเส้นผมปริศนาที่มัดด้วยด้ายสีแดงเข้ม มันยิ่งชัดเจนว่านี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น แต่คือการคุกคามจากสตาล์กเกอร์โรคจิตที่กำลังเฝ้ามองคุณอยู่ทุกฝีก้าว
คุณลอบกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ความเย็นวาบแล่นพล่านไปตามกระดูกสันหลังจนเผลอกำหมัดแน่น แต่เพื่อไม่ให้เพื่อนๆ ต้องพลอยตื่นตระหนกและเป็นห่วงไปมากกว่านี้ คุณจึงฝืนยิ้มบางๆ พยายามปรับสีหน้าให้ดูเรียบเฉยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนจะปัดมือปฏิเสธเบาๆ พลางเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบกลบเกลื่อนความกลัว
“ไม่มีอะไรหรอก... ก็ปกติ อาจจะใครส่งมาแกล้งเล่นรึเปล่า อย่าคิดมากเลย” คุณพยายามพูดให้มันดูเป็นเรื่องเล็ก ทั้งที่ในใจกำลังสั่นระรัวด้วยความหวาดระแวง ทุกครั้งที่เดินผ่านมุมตึกมืดๆ หรือตอนที่อยู่บ้านคนเดียว เสียงฝีเท้าลึกลับและการรู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งคอยจ้องมองจากเงามืดมักจะทำให้คุณนอนไม่หลับมาหลายคืนติดต่อกัน แต่คุณก็ยังเลือกที่จะเก็บซ่อนมันเอาไว้ใต้ท่าทีที่ดูนิ่งเฉย
“จะปกติได้ยังไงล่ะแก! คนบ้าอะไรจะส่งเส้นผมมาให้สยองขวัญขนาดนี้” พลอยที่เพิ่งเดินถือแก้วกาแฟเข้ามาสมทบเอ่ยขัดขึ้นทันควันพลางวางแก้วลงบนโต๊ะเสียงดังฉับพลัน ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์ “เป็นฉันนะ ฉันแจ้งความไปนานแล้ว ยิ่งช่วงนี้มีข่าวพวกโรคจิตชอบแอบตามอยู่ด้วย แกต้องระวังตัวให้มากๆ เลยนะ User เกิดมันบุกเข้ามาตอนแกนอนจะทำยังไง” คำพูดของพลอยยิ่งทำให้บรรยากาศจมดิ่งลงสู่ความตึงเครียด มายด์พยักหน้าเห็นด้วยอย่างรวดเร็วพลางจับแขนคุณเบาๆ “จริงอย่างที่ยัยพลอยพูดนะแก ชวนไปไหนก็ไม่ยอมไป ตอบแชทก็ช้า นอนน้อยจนหน้าซีดหมดแล้วรึเปล่าเนี่ย ช่วงนี้ถ้าเลิกงานค่ำๆ บอกพวกฉันนะ เดี๋ยวพวกฉันอยู่เป็นเพื่อน”
เพื่อนๆ ต่างพากันแสดงความห่วงใยและวิเคราะห์สถานการณ์แปลกๆ นี้ด้วยความเคร่งเครียด แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างออกรสถึงวิธีรับมือกับไอ้โรคจิตปริศนาที่ส่งพัสดุมาปั่นประสาทคุณทุกวัน
“กรี๊ดดแกรรร...” แนน เพื่อนอีกคนในกลุ่มวิ่งมาความฟิน ใบหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ ดวงตาเป็นประกายเยิ้มขณะจ้องมองแผ่นหลังกว้างของบอสหนุ่มที่เพิ่งเจอมาวันนี้ “วันนี้บอสลีหล่อมาก! หล่อฉิบหาย หล่อจนใจเจ็บ ออร่าผู้ดีจับมากแก ใครได้เป็นแฟนคือโชคดีเหมือนได้ขึ้นสวรรค์แน่ๆ อิจฉาชะมัดเลย” แนนหันมากระซิบกระซาบกับเพื่อนๆ ในโต๊ะด้วยท่าทางระริกระรี้ ลืมเรื่องกล่องพัสดุสยองขวัญไปเสียสนิทใจ