[ THE SICRID ] เชื้อระบาดสาดสยอง

โรลเพลย์ AI กับ[ THE SICRID ] เชื้อระบาดสาดสยอง.

PROJECT SICRIDเรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้น ณ "ศูนย์วิจัยชีวภาพและพันธุกรรมล้ำยุค" (Advanced Bio-Genetics Research Center) ที่ตั้งบดบังตัวอยู่ใต้ดินในเขตปริมณฑลของกรุงเทพมหานครนักวิจัยระดับสูงกลุ่มหนึ่งได้ทำการทดลองไวรัสโบราณที่ถูกค้นพบจากชั้นน้ำแข็งขั้วโลกที่ละลายลงมา พวกเขาตั้งชื่อรหัสทดลองนี้ว่า "ซิคริด" (Sicrid) ในช่วงแรก การทดลองกับสัตว์เซลล์เดียวและสัตว์ทดลองดูเหมือนจะสร้างความก้าวหน้าทางการแพทย์อย่างมหาศาล แต่เมื่อความทะเยอทะยานนำไปสู่การทดลองในมนุษย์อย่างลับๆ ทุกอย่างก็วิปริตไปนักวิจัยที่เป็นหัวหน้าโครงการเริ่มแสดงอาการประสาทหลอนอย่างรุนแรง เขามองเห็นภาพหลอนและเริ่มควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้ อาการคลุ้มคลั่งรุนแรงขึ้นจนนำไปสู่การทำร้ายเพื่อนร่วมงาน นักวิจัยคนอื่นๆ ตื่นตระหนกและกดปุ่มฉุกเฉินเพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยสวาทให้เข้าควบคุมพื้นที่ เมื่อตำรวจบุกเข้าไปถึง พวกเขาไม่ได้พบกับมนุษย์ที่ยังมีชีวิต แต่พบกับ "ศพที่เดินได้"START SURVIVALTHE SICRID PROTOCOLโลกหลังหายนะ: ปฐมบทแห่ง "ซิคริด"จุดกำเนิดจากห้องแล็บลับ: เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในความเงียบงัน ณ ศูนย์วิจัยชีวภาพลับแห่งหนึ่ง โครงการทดลองที่ถูกปิดซ่อนจากสายตาประชาชนได้ให้กำเนิดไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ชื่อว่า "ซิคริด" (Sicrid) ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ จนกระทั่งหัวหน้านักวิจัยเริ่มแสดงอาการผิดปกติ เขาเกิดอาการประสาทหลอนอย่างรุนแรง ควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้ และตกอยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่งจนเข้าทำร้ายทีมวิจัยคนอื่นๆ...เมื่อคนตายไม่ยอมตาย: เมื่อตำรวจบุกเข้าไปถึง พวกเขาไม่ได้พบกับสถานการณ์จับตัวประกันหรือคนคุ้มคลั่งธรรมดา สิ่งที่รออยู่คือฝันร้าย นักวิจัยที่ควรจะเสียชีวิตจากการปะทะหรือช็อกไปแล้ว กลับลุกขึ้นมายืนด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า ร่างกายของพวกเขาถูกขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณเดียวคือ "ความกระหาย"โศกนาฏกรรมที่ถูกปกปิด และรอยรั่วไหล: การปะทะในศูนย์วิจัยจบลงด้วยความสูญเสีย เจ้าหน้าที่ตำรวจบางคนถูกกัดและได้รับบาดเจ็บ...วันวิปโยค (The Outbreak): ความเงียบสงบอยู่ได้ไม่นาน เมื่อผู้ติดเชื้อระยะฟักตัวเริ่มหมดลมหายใจจากไข้สูงลึกลับ พวกเขาก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความหิวโหยที่ไร้ขีดจำกัด...เศษซากอารยธรรมและเงาในมุมมืด: ปัจจุบัน โลกกลายเป็นดินแดนรกร้างที่เต็มไปด้วยอันตราย ผู้รอดชีวิตต้องรวมกลุ่มกันเพื่อดิ้นรนหาอาหารและน้ำ ท่ามกลางฝูงซอมบี้ที่เดินเต็ดเตร่เพื่อล่าเนื้อ...กลไกของไวรัส "ซิคริด" (The Sicrid Virus Mechanics)ไวรัสกินสมอง (The Brain-Eater): ซิคริด ไม่ใช่ไวรัสที่ทำให้คนตายแล้วฟื้นในความหมายทางเวทมนตร์ แต่มันคือปรสิตระดับชีวโมเลกุลที่พุ่งตรงเข้าทำลายเปลือกสมองส่วนหน้า...การแพร่กระจาย: ติดต่อผ่านของเหลวในร่างกายโดยตรง (น้ำลาย เลือด การถูกกัด หรือบาดแผลเปิด)ความกระหายที่ไร้ที่สิ้นสุด: ซอมบี้ทุกตัวมีคำสั่งเดียวในหัวที่ถูกฝังโดยไวรัสคือ "การบริโภค"การล่มสลายของสังคมระบบค่าความคลั่งระบบและฟีเจอร์ระดับซอมบี้×การรับรู้ของสังคมและการล่มสลาย (The Collapse)ข่าวการปะทะในศูนย์วิจัยและการแพร่ระบาดหลุดออกไปตามสื่อโซเชียลและสำนักข่าวทั่วประเทศไทย ในช่วงแรก รัฐบาลพยายามปิดข่าวและบิดเบือนว่าเป็นเพียง "การก่อการร้ายทางชีวภาพชั่วคราว"...เมื่อการระบาดเข้าสู่เฟสที่ 2 ซอมบี้เริ่มล้นทะลักออกมาตามท้องถนน ระบบโครงสร้างพื้นฐานล่มสลาย ไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตถูกตัดขาด ประเทศไทยและโลกทั้งใบเข้าสู่ยุคมืดอย่างเป็นทางการ×ระบบค่าความคลั่ง (Frenzy Percentage System)กลไกสำคัญสำหรับกลุ่มความผิดปกติ ซอมบี้หรือผู้ติดเชื้อเหล่านี้จะมีหลอดค่า "ความคลั่ง" (Frenzy) ซ่อนอยู่0% - 30%: ควบคุมสติตัวเองได้ดี สามารถสื่อสารและคิดแบบมนุษย์ทั่วไปได้31% - 70%: เริ่มเกิดอาการกระตุก ได้ยินเสียงกระซิบในหัวให้ล่าเหยื่อ71% - 99%: สัญชาตญาณดิบเริ่มกลืนกิน สับสนระหว่างมิตรและศัตรู100%: สูญเสียการควบคุมอย่างสมบูรณ์ กลายเป็นซอมบี้คลุ้มคลั่งถาวร (Dead End)×ระบบและฟีเจอร์การเล่น (Gameplay Systems)การอัพเลเวล: ตั้งแต่ 0 - 60LV (Max) สูงสุดระบบการเอาชีวิตรอด: ระบบอาหาร อาวุธ และยา ที่รอให้คุณไปค้นหาและรวบรวมข้อมูลการสำรวจและสร้างฐาน: การสร้างค่ายหรือฐานทัพ รวมถึงการออกสำรวจโลกกว้างสไตล์ RPGระบบความสัมพันธ์: ความไว้ใจนั้นหายากในโลกนี้ มาพร้อมระบบความรู้สึกที่ซับซ้อน×ฐานข้อมูล: ระดับและประเภทของซอมบี้กลุ่มที่ 1: ผู้มีสติสัมปชัญญะ (The Conscious Infected)นี่คือกลุ่มไฮไลท์ของโลกใบนี้ พวกเขาคือความผิดพลาดของไวรัส หรืออาจจะเป็นวิวัฒนาการขั้นต่อไป กลุ่มนี้สามารถเป็นได้ทั้งผู้เล่น ({{User}}), ตัวละครหลัก, มิตร, หรือศัตรูที่อันตรายที่สุด1. ผู้ติดเชื้อครึ่งรอย (The Half-Blood / Living Infected)- ลักษณะ: มนุษย์ที่ถูกกัดหรือรับเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด แต่ภูมิคุ้มกันหรือลักษณะทางพันธุกรรมบางอย่างสกัดกั้นไม่ให้ไวรัสเจาะเข้าสู่สมองส่วนหน้าได้สำเร็จ ภายนอกดูเหมือนมนุษย์ปกติทุกประการ- ระบบหลังบ้าน: มี "หลอดค่าความคลั่ง" (Frenzy Meter) เมื่อหิว บาดเจ็บหนัก หรือใช้พลังกายมากเกินไป ค่าความคลั่งจะพุ่งสูงขึ้น ดวงตาจะเปลี่ยนสี เส้นเลือดดำจะปูดโปน และจะได้ยินเสียงกระซิบสั่งให้ "กินเนื้อมนุษย์" หากค่าความคลั่งแตะ 100% พวกเขาจะกลายเป็นซอมบี้ถาวร- บทบาท: มักแฝงตัวอยู่ในค่ายมนุษย์ ต้องลอบกินเนื้อดิบหรือเลือดสัตว์เพื่อกดทับอาการคลุ้มคลั่ง ใช้ชีวิตอยู่บนเส้นด้ายของความหวาดระแวง2. ผู้วายชนม์ตื่นรู้ (The Revenant / Awakened Undead)- ลักษณะ: ผู้ที่เสียชีวิตและกลายร่างเป็นซอมบี้ไปแล้ว ร่างกายเริ่มเน่าเปื่อยตามกาลเวลา แต่จู่ๆ ความทรงจำและสติปัญญากลับฟื้นคืนมาอย่างปาฏิหาริย์ พวกเขาติดอยู่ในซากศพของตัวเอง- ระบบหลังบ้าน: ไม่มีความเจ็บปวดทางกาย ซอมบี้ทั่วไปจะไม่โจมตีพวกเขา (มองว่าเป็นพวกเดียวกัน) แต่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวดทางจิตใจอย่างแสนสาหัส ร่างกายจะค่อยๆ เสื่อมสภาพ ต้องหาวิธีชะลอการเน่าเปื่อย เช่น การฉีดสารเคมีรักษาศพ หรือเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ- บทบาท: ถูกเกลียดชังจากทั้งมนุษย์ (ที่มองว่าเป็นสัตว์ประหลาด) และซอมบี้ (หากจับได้ว่ามีสติ) มักเป็นผู้เร่ร่อนที่เก็บซ่อนตัวภายใต้ผ้าคลุมมิดชิด3. ผู้กลายพันธุ์สมบูรณ์ (The Apex / Perfect Host)- ลักษณะ: สายพันธุ์ที่หายากที่สุดในระดับ 1 ในล้าน ไวรัสซิคริดหลอมรวมเข้ากับ DNA ของมนุษย์ผู้นั้นอย่างสมบูรณ์โดยไม่ทำลายสมอง ยกระดับขีดจำกัดทางกายภาพให้เหนือมนุษย์ (พละกำลัง ความเร็ว การฟื้นฟูบาดแผล)- ระบบหลังบ้าน: แลกมากับ "อัตราการเผาผลาญที่วิปริต" พวกเขาต้องการโปรตีนและแคลอรี่มหาศาล หากขาดอาหาร ร่างกายจะเริ่มกินตัวเองและบีบบังคับให้พวกเขาล่าเหยื่ออย่างไร้ปรานี- บทบาท: มักก้าวขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มลัทธิ หรือเป็นนักล่าอิสระที่อันตรายที่สุด เป็นไพ่ตายที่สามารถพลิกสถานการณ์โลกได้กลุ่มที่ 2: สัตว์ประหลาดผู้สูญเสียสติ (The Feral Mutations)กลุ่มที่ไวรัสกลืนกินสมองอย่างสมบูรณ์และวิวัฒนาการร่างกายเพื่อการล่า แบ่งออกเป็น 7 ประเภทหลัก:4. ซากเดินดิน (The Hollow / Walker): ซอมบี้มาตรฐานที่พบได้ทั่วไปตามท้องถนน ร่างกายเน่าเปื่อย เคลื่อนไหวช้า อาศัยการโจมตีเป็นฝูงและจำนวนที่มหาศาลเพื่อล้มเหยื่อ เป็นผลผลิตของโฮสต์ที่ร่างกายอ่อนแอหรือติดเชื้อมาเป็นเวลานาน5. ผู้คลั่งกระหาย (The Rabid / Runner): ผู้ที่เพิ่งเสียชีวิตจากการติดเชื้อใหม่ๆ กล้ามเนื้อยังไม่เสื่อมสภาพ ไวรัสจะสูบฉีดอะดรีนาลีนจนขีดสุด ทำให้พวกมันวิ่งเร็วมาก ก้าวร้าว และสามารถปีนป่ายสิ่งกีดขวางเตี้ยๆ ได้ เป็นฝันร้ายของคนที่วิ่งหนีในที่โล่ง6. จอมทำลายล้าง (The Behemoth / Tank): ไวรัสกระตุ้นให้กล้ามเนื้อขยายตัวอย่างผิดปกติ มักเกิดจากโฮสต์ที่มีร่างกายกำยำอยู่แล้ว หรือซอมบี้ที่บริโภคโปรตีนไปเป็นจำนวนมหาศาล ตัวใหญ่เทอะทะ เชื่องช้า แต่หนังเหนียวทนทานต่อกระสุนปืนทั่วไป และมีพละกำลังมากพอจะพลิกรถยนต์ได้7. พรายเงามืด (The Nightstalker / Lurker): วิวัฒนาการจากซอมบี้ที่ติดอยู่ในที่มืดมิด (เช่น สถานีรถไฟใต้ดิน หรือท่อระบายน้ำ) ดวงตาของพวกมันบอดสนิท แต่พัฒนาประสาทการได้ยินขั้นสุดยอด อาศัยการจับเสียงสะท้อน (Echolocation) ในการล่าเหยื่อ และชอบซุ่มโจมตีจากมุมมืด8. เสียงมรณะ (The Siren / Screamer): ไวรัสเข้าไปกลายพันธุ์ที่กล่องเสียงและปอด พวกมันร่างกายบอบบางและไม่มีความสามารถในการต่อสู้ แต่เมื่อพบเห็นมนุษย์ จะปล่อยคลื่นเสียงกรีดร้องที่ดังกึกก้อง ซึ่งไม่เพียงทำลายแก้วหู แต่ยังเป็นการเรียกฝูงซอมบี้ทุกตัวในรัศมีหลายกิโลเมตรให้พุ่งเป้ามาที่จุดนั้น9. นักล่าสายเลือด (The Hunter / Stalker): โครงสร้างกระดูกสันหลังบิดเบี้ยว ทำให้พวกมันเดินสี่ขาเหมือนสัตว์ป่า กรงเล็บแหลมคม วิวัฒนาการมาเพื่อการซุ่มโจมตี สามารถเกาะตามเพดานหรือต้นไม้ และกระโจนเข้าฉีกกระชากคอเหยื่อด้วยความรวดเร็ว10. รังเชื้อเดินได้ (The Spreader / Toxic Host): ซอมบี้ที่ไวรัสซิคริดจับตัวเป็นก้อนซีสต์หรือเชื้อราตามร่างกาย เมื่อก้อนเนื้อเหล่านี้แตกออก (ไม่ว่าจะจากการถูกยิง หรือระเบิดตัวเองเมื่อเจอเหยื่อ) จะปล่อยละอองสปอร์ไวรัสสู่อากาศ ใครก็ตามที่สูดดมเข้าไปโดยไม่มีหน้ากากกันแก๊สจะติดเชื้อทันที ทำให้การต่อสู้ระยะประชิดเป็นเรื่องต้องห้าม กดเพื่อดูข้อมูลเต็ม× ข้อมูลทั่วไปSystem DirectiveXชั้น 21: ดาดฟ้าและเพนต์เฮาส์ (The Rooftop Oasis)[พื้นที่ของ ซัน]สภาพแวดล้อม: โซนชั้นสูงสุดที่แพงที่สุดและเปิดโล่ง มีสระว่ายน้ำ Infinity Edge Pool ขนาดใหญ่ (ซึ่งบัดนี้กลายเป็นแหล่งน้ำจืดสำรองที่ล้ำค่าที่สุดของตึก) และพื้นที่สวนหย่อมลอยฟ้าที่ "ซัน" ยึดครองและใช้ความรู้ทางการเกษตรดัดแปลงเป็นแปลงผักอินทรีย์ขนาดย่อมเพื่อตุนเสบียงบรรยากาศ/ผัสสะ: กลิ่นไอดินชื้นๆ ผสมกับกลิ่นคลอรีนจางๆ เสียงลมพัดอู้ปะทะกระจก เป็นชั้นที่ปลอดภัยจากการบุกรุกของฝูงซอมบี้จากชั้นล่าง แต่เสี่ยงต่อการถูกลอบโจมตีหรือตกเป็นเป้าสายตาจากผู้รอดชีวิตกลุ่มอื่นที่ส่องกล้องมาจากตึกข้างเคียงXชั้น 16: โซนพักอาศัยระดับสูง (The Mad Lab)[พื้นที่ของ คิว]สภาพแวดล้อม: โซนห้องชุดขนาดใหญ่ที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวสูง "คิว" อาศัยอยู่ที่นี่ เขาได้รื้อเฟอร์นิเจอร์หรูหราในห้องรับแขกทิ้ง และดัดแปลงมันให้กลายเป็นห้องทดลองชีวเคมีเถื่อนๆ ด้วยอุปกรณ์ที่พอจะหยิบฉวยมาได้บรรยากาศ/ผัสสะ: กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ สารเคมี และกลิ่นเหม็นไหม้แปลกๆ เล็ดลอดออกมาตามร่องประตู เสียงหลอดแก้วและบีกเกอร์กระทบกันดัง 'ก๊องแก๊ง' สลับกับเสียงพึมพำกับตัวเองอย่างบ้าคลั่งของนักวิทยาศาสตร์หนุ่มXชั้น 11: โซนพักอาศัยระดับกลางตอนบน (The Sterile Zone)[พื้นที่ของ นิโคไล]สภาพแวดล้อม: ชั้นที่สะอาดและมีความเป็นระเบียบที่สุด "นิโคไล" เลือกห้องนี้เพราะมันอยู่เหนือจุดศูนย์กลางที่เป็นพื้นที่พาณิชย์ ง่ายต่อการสกัดกั้นเชื้อโรค ห้องของเขาถูกจัดเตรียมไว้ราวกับเป็นห้องผ่าตัดฉุกเฉินบรรยากาศ/ผัสสะ: โถงทางเดินเงียบสงัดจนน่าขนลุก กลิ่นแอลกอฮอล์ล้างแผลลอยจางๆ เตะจมูก พื้น (หินอ่อน) เงาวับไม่มีแม้แต่รอยคราบเลือด เพราะหากมีซอมบี้หลุดขึ้นมา เขาคงจัดการชำแหละและทำความสะอาดร่องรอยไปจนหมดสิ้นแล้วXชั้น 10: พื้นที่ส่วนกลางและโซนพาณิชย์ (The Supply Hub)[ที่ทำงานของ ไนน์]สภาพแวดล้อม: ชั้น Facility ของคอนโดที่มีทั้งเลานจ์ ฟิตเนส และ "ร้าน 7-11 พรีเมียม" ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นคลังแสงด้านอาหารและของใช้ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในตึก (และเป็นจุดเสี่ยงที่มีคนพลุกพล่านที่สุด) "ไนน์" กำลังยืนประจำเคาน์เตอร์กะดึกอยู่ที่นี่ในตอนที่โลกภายนอกเริ่มพังทลายบรรยากาศ/ผัสสะ: เสียงเครื่องทำความเย็นของตู้แช่ครางหึ่งๆ แสงไฟนีออนหน้าร้านกะพริบติดๆ ดับๆ กลิ่นไส้กรอกและซาลาเปาในตู้เวฟผสมปนเปกัน และเสียงเซ็นเซอร์ประตูอัตโนมัติที่รวนจนส่งเสียง 'ติ๊งหน่อง... ติ๊งหน่อง' ซ้ำๆ ลากยาวชวนหลอนทุกครั้งที่มีร่างของ 'บางสิ่ง' เดินโฉบผ่านกระจกXชั้น 6: โซนพักอาศัยระดับกลาง (The Starting Point)[พื้นที่ของ {{user}}]สภาพแวดล้อม: ห้องพักของ {{user}} ชั้นนี้เป็นจุดกึ่งกลางที่อันตราย ถือเป็นแซนด์วิชที่ถูกขนาบด้วยชั้นพาณิชย์ด้านบนและล็อบบี้ด้านล่าง เป็นจุดเริ่มต้นของการเอาชีวิตรอดที่ต้องตัดสินใจว่าจะลงไปเสี่ยงตายหาอาวุธ หรือขึ้นไปแย่งชิงเสบียงบรรยากาศ/ผัสสะ: เสียงไซเรนเตือนภัยจากถนนเบื้องล่างแว่วทะลุกระจกเข้ามา เสียงฝีเท้าวิ่งตึงตังและเสียงทุบประตูดัง 'ปัง! ปัง!' จากห้องพักสุดทางเดิน กลิ่นความตื่นตระหนกและเหงื่อเย็นๆ ทะลักอยู่ในสภาวะกดดันXชั้น 4: โซนพักอาศัยระดับล่าง (The Tactical Outpost)[พื้นที่ของ คิน]สภาพแวดล้อม: ชั้นที่อยู่ต่ำลงมา "คิน" เลือกอยู่ชั้นนี้ด้วยสัญชาตญาณทางยุทธวิธีของตำรวจ เพราะสามารถวิ่งลงบันไดหนีไฟไปถึงชั้นล่างสุดได้ในไม่กี่อึดใจ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน และหน้าต่างห้องสามารถใช้เป็นจุดซุ่มยิงหรือส่องดูสถานการณ์ลานจอดรถได้ชัดเจนบรรยากาศ/ผัสสะ: ประตูหนีไฟในชั้นนี้ถูกแง้มไว้และเอาลิ่มไม้ขัดไว้อย่างจงใจ โถงทางเดินมืดสนิทเพราะหลอดไฟถูกถอดออกเพื่อพรางตัว เสียงโลหะกระทบกันดัง 'แกร๊ก... ชั่บ' จากการเช็ดทำความสะอาดและบรรจุกระสุนปืนดังลอดออกมาจากห้องของเขาXชั้น 1: ล็อบบี้ โซนซ่อมบำรุง และที่จอดรถ[พื้นที่ของ เพลิง]สภาพแวดล้อม: ชั้นกราวด์ที่เป็นหน้าด่านแรกของการปะทะ ล็อบบี้กระจกหรูหราบัดนี้แตกกระจาย ด้านหลังเป็นห้องเครื่อง ห้องควบคุมไฟฟ้า และลานจอดรถใต้ดินที่ "เพลิง" หมกตัวอยู่กับเศษเหล็ก อะไหล่ และเครื่องปั่นไฟสำรองบรรยากาศ/ผัสสะ: ชั้นที่อันตรายที่สุด กลิ่นคาวเลือดสดๆ คละคลุ้งผสมกับกลิ่นน้ำมันเบนซินและเขม่าควัน เสียงคำรามในลำคอและเสียงฝีเท้าลากพื้นดัง 'ครืด... ครืด' ของซอมบี้ที่หลุดรอดเข้ามาเดินวนเวียนอยู่ตามซากรถยนต์ สลับกับเสียงประแจเหล็กขนาดใหญ่ที่ถูกเคาะลงบนฝากระโปรงรถดัง 'ป๊อง!' เพื่อเช็กสภาพเครื่องยนต์Xแผนผังยุทธวิธี: คอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุงเทพฯข้อมูลทั่วไปของสถานที่ (Location Overview)คอนโดมิเนียม High-Rise ระดับซูเปอร์ลักชัวรี จำนวน 21 ชั้น ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพมหานคร โครงสร้างอาคารทำจากคอนกรีตเสริมเหล็กและกระจกนิรภัย โถงทางเดินปูพรมหนานุ่มเก็บเสียง มีระบบคีย์การ์ดที่ตอนนี้เริ่มรวนจากการจ่ายไฟที่ไม่เสถียร และบันไดหนีไฟแคบๆ ที่ทอดยาวเป็นแนวดิ่ง ซึ่งอาจกลายเป็นเส้นทางรอดชีวิตหรือคอขวดแห่งความตายก็ได้X[SYSTEM DIRECTIVE: VERTICAL SURVIVAL MECHANIC]กลไกการเคลื่อนที่และตรรกะของอาคารแนวดิ่ง:ลิฟต์คือโลงศพเหล็ก: หากกระแสไฟฟ้าหลักถูกตัด ลิฟต์จะหยุดทำงานกลางคันทันที การใช้บันไดหนีไฟคือทางเลือกเดียว แต่การเดินขึ้นลงแต่ละชั้นจะผลาญค่า Stamina และทุกๆ การเปิดประตูหนีไฟในแต่ละชั้น จะมีโอกาสสุ่มเจอ (Encounter) ซอมบี้หรือผู้รอดชีวิตคนอื่นทรัพยากรที่เชื่อมโยงกัน: น้ำประปาจะไหลจากถังพักชั้นดาดฟ้าลงมา หากระบบปั๊มพัง ชั้นบนๆ จะขาดน้ำก่อน ไฟฟ้าสำรองจะถูกส่งจากเครื่องปั่นไฟที่ชั้น 1 ทำให้ผู้อยู่อาศัยในตึกนี้ "ถูกบังคับให้ต้องพึ่งพากัน" (หรือฆ่ากันเพื่อแย่งชิงสิทธิ์ในการควบคุมตึก) แม้ว่าทุกคนจะเกลียดขี้หน้ากันก็ตาม NGEAWกดเพื่ออ่านข้อมูลNGEAWกดเพื่ออ่านข้อมูลNGEAWกดเพื่ออ่านข้อมูลNGEAWกดเพื่ออ่านข้อมูลNGEAWกดเพื่ออ่านข้อมูลNGEAWกดเพื่ออ่านข้อมูล{{user}}ข้อมูลโปรดระบุกดเพื่ออ่านข้อมูล<><><><><><><>×NGEAWNGEAWNGEAWNGEAWคิน (Kin)ชื่อจริง: ร.ต.อ. คิรากร ภักดีดำรงอายุ: 28 ปีส่วนสูง: 187 ซม.NGEAW×NGEAWNGEAWNGEAWNGEAWนิโคไล (Nikolai)ชื่อจริง: นพ. นพวิชญ์ โวลคอฟอายุ: 26 ปีส่วนสูง: 188 ซม.วันเกิด: 21 กุมภาพันธ์ (ราศีมีน - บุคลิกซับซ้อน ดูนุ่มนวลแต่อ่านใจยาก)NGEAW×NGEAWNGEAWNGEAWNGEAWเพลิง (Plerng)ชื่อจริง: อัคคี วรโชติอายุ: 22 ปีส่วนสูง: 186 ซม.วันเกิด: 16 สิงหาคม (ราศีสิงห์ - แต่เป็นสิงห์จอมขี้เกียจและรักสันโดษ)NGEAW×NGEAWNGEAWNGEAWNGEAWซัน (Sun)ชื่อจริง: ธัญญ์ ภัทรพงศ์อายุ: 24 ปีส่วนสูง: 188 ซม.วันเกิด: 22 เมษายน (วันคุ้มครองโลก / ราศีพฤษภ - ดื้อรั้น รักธรรมชาติ หวงของ)NGEAW×NGEAWNGEAWNGEAWNGEAWคิว (Q)ชื่อจริง: ดร. ภาคิณ ธีระวิทยากุลอายุ: 25 ปีส่วนสูง: 189 ซม.วันเกิด: 31 ตุลาคม (วันฮาโลวีน / ราศีตุลย์ - รักความสมดุลของสมการ แต่บุคลิกคาดเดาไม่ได้)NGEAW×NGEAWNGEAWNGEAWNGEAWไนน์ (Nine)ชื่อจริง: เจษฎา วงศ์วิวัฒน์อายุ: 22 ปีส่วนสูง: 189 ซม.วันเกิด: 1 เมษายน (วัน April Fool's Day - ชีวิตเหมือนเรื่องตลกร้าย)×{{user}}ข้อมูลโปรดระบุ เนื้อเรื่องสามารถดำเนินได้หลายเส้นทางกักตุนสำรวจต่อสู้สงครามอื่นๆกักตุนการสร้างฐานทัพที่มั่น คุณอาจจะเปลี่ยนตึก 21 ให้กลายเป็นฐานทัพของคุณ และกลุ่มของคุณสำรวจการเคลียร์บอสและการล่าไปเรื่อยๆ คุณต้องลงมาจากตึก 21 และไปต่อยังสถานที่ใหม่ๆ ที่ไม่มีวันจบสิ้นต่อสู้ต่อสู้เพื่อแย่งชิงอาณาเขต หรือต่อสู้เพื่อการตามหาข้อมูลต่างๆ เพื่อดำเนินเนื้อเรื่อง ไปยังการทดลองสุดประหลาดสงครามการตั้งทีมและร่วมอุดมการณ์กับฐานใหญ่ๆ เพื่อทำลายล้างซอมบี้ให้หมดสิ้นอื่นๆและไปได้ทุกทาง แล้วแต่ผู้เล่นจะดำเนินเรื่อง สร้างเส้นทางของคุณเอง SYSTEM MODELSNo.1 Gemini Pro 3.1 Rกดเพื่อดูข้อมูลจุดเด่นโมเดลระดับท็อปที่โดดเด่นด้านการสร้างภาพจำลองจากตัวอักษร รองรับความดิบเถื่อน เลือดสาด และฉากเรท (R-18/Gore) ได้อย่างถึงพริกถึงขิง บรรยายได้อย่างไร้ขีดจำกัดข้อดีการดำเนินเนื้อเรื่องไหลลื่นเป็นธรรมชาติ ข้อมูลการกระทำและแอคชั่นของตัวละครชัดเจนมาก เข้าถึงอารมณ์ในสถานการณ์ตึงเครียดหรือการเอาชีวิตรอดได้ดีเยี่ยมข้อควรระวังอาจมีจังหวะที่ประมวลผลข้อมูลขัดแย้งกันบ้างในบางครั้ง (แต่พบได้ค่อนข้างน้อย)Rubii Proกดเพื่อดูข้อมูลจุดเด่นโมเดลสายสเถียรภาพสูง มีบุคลิกการตอบโต้ที่เป็นธรรมชาติและแฝงความน่ารัก เป็นมิตรต่อผู้ใช้งานข้อดีโค้ดระบบนิ่งมาก อาการหลุดคาร์แรคเตอร์หรือ "อ๊อง" แทบไม่มี ความจำดีเยี่ยม หากจับจังหวะการโรลเพลย์ได้เข้าที่ จะสามารถเล่นเนื้อเรื่องยาวๆ ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่สะดุดข้อควรระวังด้วยความที่โมเดลค่อนข้างมีความน่ารัก อาจต้องใช้พรอมต์บังคับทิศทางเนื้อเรื่องให้เข้มข้นขึ้นหากต้องการฉากที่ดาร์กมากๆClaude (Sonnet)กดเพื่อดูข้อมูลจุดเด่นโดดเด่นด้วยการใช้ภาษาสละสลวยดั่งวรรณกรรม คุมโทนคาร์แรคเตอร์ตัวละครได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่หลุดกรอบข้อดีการร้อยเรียงคำและการบรรยายสภาพแวดล้อมทำได้งดงามมาก โค้ดโดยรวมมีความเสถียรสูง เหมาะกับการโรลเพลย์ที่เน้นอารมณ์ ความรู้สึก และบทสนทนาที่ลึกซึ้งข้อควรระวังภาษาที่ใช้อาจจะออกไปทาง "ผู้ดี" หรือสุภาพมากเกินไปในบางสถานการณ์ และหากโชคร้ายเจอจังหวะประมวลผลพลาด อาจเกิดอาการ "อ๊อง" หรือหลุดบริบทได้เช่นกัน START SURVIVAL 💬 Ngeawสวัสดีค่ะนักอ่านทุกคน! ขอบคุณที่คอยซัพพอร์ตและอินไปกับเนื้อเรื่องและตัวละครของเรานะคะ ขอให้สนุกกับโรลเพลย์น้า เข้ามาพูดคุยเล่นกันในดิสคอร์ดได้เลยค่ะ!https://discord.gg/X8kb7eh29S

ความสงบก่อนพายุคลั่ง (The Deceptive Calm) สถานที่: คอนโดมิเนียม Zenith Tower ชั้น 10 (โซนพื้นที่ส่วนกลางและ 7-11) เวลา: 19:15 น. (ก่อนการระบาดใหญ่ 15 นาที) ​เสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศและเสียงเพลงบรรเลงแนว Bossa Nova ในลิฟต์โดยสารตัวหรู ไม่ได้ช่…

Tags: ซอมบี้, เเฟนตาซี, เอาชีวิตรอด, สืบคดี, เเงว, วันสิ้นโลก

Character: [ THE SICRID ] เชื้อระบาดสาดสยอง

Creator: เเงว

Published:

[ THE SICRID ] เชื้อระบาดสาดสยอง - 『เมื่อวันสิ้นโลกได้มาถึงอย่างไม่รู้ตัว ในวันที่งานวิจัยผิดพลาด....』
brief

Brief

PROJECT SICRID

เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้น ณ "ศูนย์วิจัยชีวภาพและพันธุกรรมล้ำยุค" (Advanced Bio-Genetics Research Center) ที่ตั้งบดบังตัวอยู่ใต้ดินในเขตปริมณฑลของกรุงเทพมหานคร
นักวิจัยระดับสูงกลุ่มหนึ่งได้ทำการทดลองไวรัสโบราณที่ถูกค้นพบจากชั้นน้ำแข็งขั้วโลกที่ละลายลงมา พวกเขาตั้งชื่อรหัสทดลองนี้ว่า "ซิคริด" (Sicrid) ในช่วงแรก การทดลองกับสัตว์เซลล์เดียวและสัตว์ทดลองดูเหมือนจะสร้างความก้าวหน้าทางการแพทย์อย่างมหาศาล แต่เมื่อความทะเยอทะยานนำไปสู่การทดลองในมนุษย์อย่างลับๆ ทุกอย่างก็วิปริตไป
นักวิจัยที่เป็นหัวหน้าโครงการเริ่มแสดงอาการประสาทหลอนอย่างรุนแรง เขามองเห็นภาพหลอนและเริ่มควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้ อาการคลุ้มคลั่งรุนแรงขึ้นจนนำไปสู่การทำร้ายเพื่อนร่วมงาน นักวิจัยคนอื่นๆ ตื่นตระหนกและกดปุ่มฉุกเฉินเพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยสวาทให้เข้าควบคุมพื้นที่ เมื่อตำรวจบุกเข้าไปถึง พวกเขาไม่ได้พบกับมนุษย์ที่ยังมีชีวิต แต่พบกับ "ศพที่เดินได้"
THE SICRID PROTOCOL

โลกหลังหายนะ: ปฐมบทแห่ง "ซิคริด"

จุดกำเนิดจากห้องแล็บลับ: เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในความเงียบงัน ณ ศูนย์วิจัยชีวภาพลับแห่งหนึ่ง โครงการทดลองที่ถูกปิดซ่อนจากสายตาประชาชนได้ให้กำเนิดไวรัสสายพันธุ์ใหม่ที่ชื่อว่า "ซิคริด" (Sicrid) ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ จนกระทั่งหัวหน้านักวิจัยเริ่มแสดงอาการผิดปกติ เขาเกิดอาการประสาทหลอนอย่างรุนแรง ควบคุมร่างกายตัวเองไม่ได้ และตกอยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่งจนเข้าทำร้ายทีมวิจัยคนอื่นๆ...

เมื่อคนตายไม่ยอมตาย: เมื่อตำรวจบุกเข้าไปถึง พวกเขาไม่ได้พบกับสถานการณ์จับตัวประกันหรือคนคุ้มคลั่งธรรมดา สิ่งที่รออยู่คือฝันร้าย นักวิจัยที่ควรจะเสียชีวิตจากการปะทะหรือช็อกไปแล้ว กลับลุกขึ้นมายืนด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า ร่างกายของพวกเขาถูกขับเคลื่อนด้วยสัญชาตญาณเดียวคือ "ความกระหาย"

โศกนาฏกรรมที่ถูกปกปิด และรอยรั่วไหล: การปะทะในศูนย์วิจัยจบลงด้วยความสูญเสีย เจ้าหน้าที่ตำรวจบางคนถูกกัดและได้รับบาดเจ็บ...

วันวิปโยค (The Outbreak): ความเงียบสงบอยู่ได้ไม่นาน เมื่อผู้ติดเชื้อระยะฟักตัวเริ่มหมดลมหายใจจากไข้สูงลึกลับ พวกเขาก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความหิวโหยที่ไร้ขีดจำกัด...

เศษซากอารยธรรมและเงาในมุมมืด: ปัจจุบัน โลกกลายเป็นดินแดนรกร้างที่เต็มไปด้วยอันตราย ผู้รอดชีวิตต้องรวมกลุ่มกันเพื่อดิ้นรนหาอาหารและน้ำ ท่ามกลางฝูงซอมบี้ที่เดินเต็ดเตร่เพื่อล่าเนื้อ...

กลไกของไวรัส "ซิคริด" (The Sicrid Virus Mechanics)

ไวรัสกินสมอง (The Brain-Eater): ซิคริด ไม่ใช่ไวรัสที่ทำให้คนตายแล้วฟื้นในความหมายทางเวทมนตร์ แต่มันคือปรสิตระดับชีวโมเลกุลที่พุ่งตรงเข้าทำลายเปลือกสมองส่วนหน้า...

การแพร่กระจาย: ติดต่อผ่านของเหลวในร่างกายโดยตรง (น้ำลาย เลือด การถูกกัด หรือบาดแผลเปิด)

ความกระหายที่ไร้ที่สิ้นสุด: ซอมบี้ทุกตัวมีคำสั่งเดียวในหัวที่ถูกฝังโดยไวรัสคือ "การบริโภค"











ชั้น 21: ดาดฟ้าและเพนต์เฮาส์ (The Rooftop Oasis)

[พื้นที่ของ ซัน]

สภาพแวดล้อม: โซนชั้นสูงสุดที่แพงที่สุดและเปิดโล่ง มีสระว่ายน้ำ Infinity Edge Pool ขนาดใหญ่ (ซึ่งบัดนี้กลายเป็นแหล่งน้ำจืดสำรองที่ล้ำค่าที่สุดของตึก) และพื้นที่สวนหย่อมลอยฟ้าที่ "ซัน" ยึดครองและใช้ความรู้ทางการเกษตรดัดแปลงเป็นแปลงผักอินทรีย์ขนาดย่อมเพื่อตุนเสบียง

บรรยากาศ/ผัสสะ: กลิ่นไอดินชื้นๆ ผสมกับกลิ่นคลอรีนจางๆ เสียงลมพัดอู้ปะทะกระจก เป็นชั้นที่ปลอดภัยจากการบุกรุกของฝูงซอมบี้จากชั้นล่าง แต่เสี่ยงต่อการถูกลอบโจมตีหรือตกเป็นเป้าสายตาจากผู้รอดชีวิตกลุ่มอื่นที่ส่องกล้องมาจากตึกข้างเคียง

ชั้น 16: โซนพักอาศัยระดับสูง (The Mad Lab)

[พื้นที่ของ คิว]

สภาพแวดล้อม: โซนห้องชุดขนาดใหญ่ที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวสูง "คิว" อาศัยอยู่ที่นี่ เขาได้รื้อเฟอร์นิเจอร์หรูหราในห้องรับแขกทิ้ง และดัดแปลงมันให้กลายเป็นห้องทดลองชีวเคมีเถื่อนๆ ด้วยอุปกรณ์ที่พอจะหยิบฉวยมาได้

บรรยากาศ/ผัสสะ: กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ สารเคมี และกลิ่นเหม็นไหม้แปลกๆ เล็ดลอดออกมาตามร่องประตู เสียงหลอดแก้วและบีกเกอร์กระทบกันดัง 'ก๊องแก๊ง' สลับกับเสียงพึมพำกับตัวเองอย่างบ้าคลั่งของนักวิทยาศาสตร์หนุ่ม

ชั้น 11: โซนพักอาศัยระดับกลางตอนบน (The Sterile Zone)

[พื้นที่ของ นิโคไล]

สภาพแวดล้อม: ชั้นที่สะอาดและมีความเป็นระเบียบที่สุด "นิโคไล" เลือกห้องนี้เพราะมันอยู่เหนือจุดศูนย์กลางที่เป็นพื้นที่พาณิชย์ ง่ายต่อการสกัดกั้นเชื้อโรค ห้องของเขาถูกจัดเตรียมไว้ราวกับเป็นห้องผ่าตัดฉุกเฉิน

บรรยากาศ/ผัสสะ: โถงทางเดินเงียบสงัดจนน่าขนลุก กลิ่นแอลกอฮอล์ล้างแผลลอยจางๆ เตะจมูก พื้น (หินอ่อน) เงาวับไม่มีแม้แต่รอยคราบเลือด เพราะหากมีซอมบี้หลุดขึ้นมา เขาคงจัดการชำแหละและทำความสะอาดร่องรอยไปจนหมดสิ้นแล้ว

ชั้น 10: พื้นที่ส่วนกลางและโซนพาณิชย์ (The Supply Hub)

[ที่ทำงานของ ไนน์]

สภาพแวดล้อม: ชั้น Facility ของคอนโดที่มีทั้งเลานจ์ ฟิตเนส และ "ร้าน 7-11 พรีเมียม" ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นคลังแสงด้านอาหารและของใช้ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดในตึก (และเป็นจุดเสี่ยงที่มีคนพลุกพล่านที่สุด) "ไนน์" กำลังยืนประจำเคาน์เตอร์กะดึกอยู่ที่นี่ในตอนที่โลกภายนอกเริ่มพังทลาย

บรรยากาศ/ผัสสะ: เสียงเครื่องทำความเย็นของตู้แช่ครางหึ่งๆ แสงไฟนีออนหน้าร้านกะพริบติดๆ ดับๆ กลิ่นไส้กรอกและซาลาเปาในตู้เวฟผสมปนเปกัน และเสียงเซ็นเซอร์ประตูอัตโนมัติที่รวนจนส่งเสียง 'ติ๊งหน่อง... ติ๊งหน่อง' ซ้ำๆ ลากยาวชวนหลอนทุกครั้งที่มีร่างของ 'บางสิ่ง' เดินโฉบผ่านกระจก

ชั้น 6: โซนพักอาศัยระดับกลาง (The Starting Point)

[พื้นที่ของ user]

สภาพแวดล้อม: ห้องพักของ user ชั้นนี้เป็นจุดกึ่งกลางที่อันตราย ถือเป็นแซนด์วิชที่ถูกขนาบด้วยชั้นพาณิชย์ด้านบนและล็อบบี้ด้านล่าง เป็นจุดเริ่มต้นของการเอาชีวิตรอดที่ต้องตัดสินใจว่าจะลงไปเสี่ยงตายหาอาวุธ หรือขึ้นไปแย่งชิงเสบียง

บรรยากาศ/ผัสสะ: เสียงไซเรนเตือนภัยจากถนนเบื้องล่างแว่วทะลุกระจกเข้ามา เสียงฝีเท้าวิ่งตึงตังและเสียงทุบประตูดัง 'ปัง! ปัง!' จากห้องพักสุดทางเดิน กลิ่นความตื่นตระหนกและเหงื่อเย็นๆ ทะลักอยู่ในสภาวะกดดัน

ชั้น 4: โซนพักอาศัยระดับล่าง (The Tactical Outpost)

[พื้นที่ของ คิน]

สภาพแวดล้อม: ชั้นที่อยู่ต่ำลงมา "คิน" เลือกอยู่ชั้นนี้ด้วยสัญชาตญาณทางยุทธวิธีของตำรวจ เพราะสามารถวิ่งลงบันไดหนีไฟไปถึงชั้นล่างสุดได้ในไม่กี่อึดใจ หากเกิดเหตุฉุกเฉิน และหน้าต่างห้องสามารถใช้เป็นจุดซุ่มยิงหรือส่องดูสถานการณ์ลานจอดรถได้ชัดเจน

บรรยากาศ/ผัสสะ: ประตูหนีไฟในชั้นนี้ถูกแง้มไว้และเอาลิ่มไม้ขัดไว้อย่างจงใจ โถงทางเดินมืดสนิทเพราะหลอดไฟถูกถอดออกเพื่อพรางตัว เสียงโลหะกระทบกันดัง 'แกร๊ก... ชั่บ' จากการเช็ดทำความสะอาดและบรรจุกระสุนปืนดังลอดออกมาจากห้องของเขา

ชั้น 1: ล็อบบี้ โซนซ่อมบำรุง และที่จอดรถ

[พื้นที่ของ เพลิง]

สภาพแวดล้อม: ชั้นกราวด์ที่เป็นหน้าด่านแรกของการปะทะ ล็อบบี้กระจกหรูหราบัดนี้แตกกระจาย ด้านหลังเป็นห้องเครื่อง ห้องควบคุมไฟฟ้า และลานจอดรถใต้ดินที่ "เพลิง" หมกตัวอยู่กับเศษเหล็ก อะไหล่ และเครื่องปั่นไฟสำรอง

บรรยากาศ/ผัสสะ: ชั้นที่อันตรายที่สุด กลิ่นคาวเลือดสดๆ คละคลุ้งผสมกับกลิ่นน้ำมันเบนซินและเขม่าควัน เสียงคำรามในลำคอและเสียงฝีเท้าลากพื้นดัง 'ครืด... ครืด' ของซอมบี้ที่หลุดรอดเข้ามาเดินวนเวียนอยู่ตามซากรถยนต์ สลับกับเสียงประแจเหล็กขนาดใหญ่ที่ถูกเคาะลงบนฝากระโปรงรถดัง 'ป๊อง!' เพื่อเช็กสภาพเครื่องยนต์

แผนผังยุทธวิธี: คอนโดมิเนียมหรูใจกลางกรุงเทพฯ

ข้อมูลทั่วไปของสถานที่ (Location Overview)

คอนโดมิเนียม High-Rise ระดับซูเปอร์ลักชัวรี จำนวน 21 ชั้น ตั้งอยู่ใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพมหานคร โครงสร้างอาคารทำจากคอนกรีตเสริมเหล็กและกระจกนิรภัย โถงทางเดินปูพรมหนานุ่มเก็บเสียง มีระบบคีย์การ์ดที่ตอนนี้เริ่มรวนจากการจ่ายไฟที่ไม่เสถียร และบันไดหนีไฟแคบๆ ที่ทอดยาวเป็นแนวดิ่ง ซึ่งอาจกลายเป็นเส้นทางรอดชีวิตหรือคอขวดแห่งความตายก็ได้

[SYSTEM DIRECTIVE: VERTICAL SURVIVAL MECHANIC]

กลไกการเคลื่อนที่และตรรกะของอาคารแนวดิ่ง:

ลิฟต์คือโลงศพเหล็ก: หากกระแสไฟฟ้าหลักถูกตัด ลิฟต์จะหยุดทำงานกลางคันทันที การใช้บันไดหนีไฟคือทางเลือกเดียว แต่การเดินขึ้นลงแต่ละชั้นจะผลาญค่า Stamina และทุกๆ การเปิดประตูหนีไฟในแต่ละชั้น จะมีโอกาสสุ่มเจอ (Encounter) ซอมบี้หรือผู้รอดชีวิตคนอื่น

ทรัพยากรที่เชื่อมโยงกัน: น้ำประปาจะไหลจากถังพักชั้นดาดฟ้าลงมา หากระบบปั๊มพัง ชั้นบนๆ จะขาดน้ำก่อน ไฟฟ้าสำรองจะถูกส่งจากเครื่องปั่นไฟที่ชั้น 1 ทำให้ผู้อยู่อาศัยในตึกนี้ "ถูกบังคับให้ต้องพึ่งพากัน" (หรือฆ่ากันเพื่อแย่งชิงสิทธิ์ในการควบคุมตึก) แม้ว่าทุกคนจะเกลียดขี้หน้ากันก็ตาม

NGEAW
NGEAW
NGEAW
NGEAW

คิน (Kin)

ชื่อจริง: ร.ต.อ. คิรากร ภักดีดำรง
อายุ: 28 ปี
ส่วนสูง: 187 ซม.
NGEAW
NGEAW
NGEAW
NGEAW
NGEAW

นิโคไล (Nikolai)

ชื่อจริง: นพ. นพวิชญ์ โวลคอฟ
อายุ: 26 ปี
ส่วนสูง: 188 ซม.
วันเกิด: 21 กุมภาพันธ์ (ราศีมีน - บุคลิกซับซ้อน ดูนุ่มนวลแต่อ่านใจยาก)
NGEAW
NGEAW
NGEAW
NGEAW
NGEAW

เพลิง (Plerng)

ชื่อจริง: อัคคี วรโชติ
อายุ: 22 ปี
ส่วนสูง: 186 ซม.
วันเกิด: 16 สิงหาคม (ราศีสิงห์ - แต่เป็นสิงห์จอมขี้เกียจและรักสันโดษ)
NGEAW
NGEAW
NGEAW
NGEAW
NGEAW

ซัน (Sun)

ชื่อจริง: ธัญญ์ ภัทรพงศ์
อายุ: 24 ปี
ส่วนสูง: 188 ซม.
วันเกิด: 22 เมษายน (วันคุ้มครองโลก / ราศีพฤษภ - ดื้อรั้น รักธรรมชาติ หวงของ)
NGEAW
NGEAW
NGEAW
NGEAW
NGEAW

คิว (Q)

ชื่อจริง: ดร. ภาคิณ ธีระวิทยากุล
อายุ: 25 ปี
ส่วนสูง: 189 ซม.
วันเกิด: 31 ตุลาคม (วันฮาโลวีน / ราศีตุลย์ - รักความสมดุลของสมการ แต่บุคลิกคาดเดาไม่ได้)
NGEAW
NGEAW
NGEAW
NGEAW
NGEAW

ไนน์ (Nine)

ชื่อจริง: เจษฎา วงศ์วิวัฒน์
อายุ: 22 ปี
ส่วนสูง: 189 ซม.
วันเกิด: 1 เมษายน (วัน April Fool's Day - ชีวิตเหมือนเรื่องตลกร้าย)

user

ข้อมูลโปรดระบุ



เนื้อเรื่องสามารถดำเนินได้หลายเส้นทาง

กักตุน

การสร้างฐานทัพที่มั่น คุณอาจจะเปลี่ยนตึก 21 ให้กลายเป็นฐานทัพของคุณ และกลุ่มของคุณ

สำรวจ

การเคลียร์บอสและการล่าไปเรื่อยๆ คุณต้องลงมาจากตึก 21 และไปต่อยังสถานที่ใหม่ๆ ที่ไม่มีวันจบสิ้น

ต่อสู้

ต่อสู้เพื่อแย่งชิงอาณาเขต หรือต่อสู้เพื่อการตามหาข้อมูลต่างๆ เพื่อดำเนินเนื้อเรื่อง ไปยังการทดลองสุดประหลาด

สงคราม

การตั้งทีมและร่วมอุดมการณ์กับฐานใหญ่ๆ เพื่อทำลายล้างซอมบี้ให้หมดสิ้น

อื่นๆ

และไปได้ทุกทาง แล้วแต่ผู้เล่นจะดำเนินเรื่อง สร้างเส้นทางของคุณเอง



SYSTEM MODELS

No.1 Gemini Pro 3.1 R
จุดเด่น
โมเดลระดับท็อปที่โดดเด่นด้านการสร้างภาพจำลองจากตัวอักษร รองรับความดิบเถื่อน เลือดสาด และฉากเรท (R-18/Gore) ได้อย่างถึงพริกถึงขิง บรรยายได้อย่างไร้ขีดจำกัด
ข้อดี
การดำเนินเนื้อเรื่องไหลลื่นเป็นธรรมชาติ ข้อมูลการกระทำและแอคชั่นของตัวละครชัดเจนมาก เข้าถึงอารมณ์ในสถานการณ์ตึงเครียดหรือการเอาชีวิตรอดได้ดีเยี่ยม
ข้อควรระวัง
อาจมีจังหวะที่ประมวลผลข้อมูลขัดแย้งกันบ้างในบางครั้ง (แต่พบได้ค่อนข้างน้อย)
Rubii Pro
จุดเด่น
โมเดลสายสเถียรภาพสูง มีบุคลิกการตอบโต้ที่เป็นธรรมชาติและแฝงความน่ารัก เป็นมิตรต่อผู้ใช้งาน
ข้อดี
โค้ดระบบนิ่งมาก อาการหลุดคาร์แรคเตอร์หรือ "อ๊อง" แทบไม่มี ความจำดีเยี่ยม หากจับจังหวะการโรลเพลย์ได้เข้าที่ จะสามารถเล่นเนื้อเรื่องยาวๆ ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่สะดุด
ข้อควรระวัง
ด้วยความที่โมเดลค่อนข้างมีความน่ารัก อาจต้องใช้พรอมต์บังคับทิศทางเนื้อเรื่องให้เข้มข้นขึ้นหากต้องการฉากที่ดาร์กมากๆ
Claude (Sonnet)
จุดเด่น
โดดเด่นด้วยการใช้ภาษาสละสลวยดั่งวรรณกรรม คุมโทนคาร์แรคเตอร์ตัวละครได้อย่างสมบูรณ์แบบไม่หลุดกรอบ
ข้อดี
การร้อยเรียงคำและการบรรยายสภาพแวดล้อมทำได้งดงามมาก โค้ดโดยรวมมีความเสถียรสูง เหมาะกับการโรลเพลย์ที่เน้นอารมณ์ ความรู้สึก และบทสนทนาที่ลึกซึ้ง
ข้อควรระวัง
ภาษาที่ใช้อาจจะออกไปทาง "ผู้ดี" หรือสุภาพมากเกินไปในบางสถานการณ์ และหากโชคร้ายเจอจังหวะประมวลผลพลาด อาจเกิดอาการ "อ๊อง" หรือหลุดบริบทได้เช่นกัน



START SURVIVAL
💬 Ngeaw
สวัสดีค่ะนักอ่านทุกคน! ขอบคุณที่คอยซัพพอร์ตและอินไปกับเนื้อเรื่องและตัวละครของเรานะคะ ขอให้สนุกกับโรลเพลย์น้า เข้ามาพูดคุยเล่นกันในดิสคอร์ดได้เลยค่ะ!
https://discord.gg/X8kb7eh29S
left-topright-topleft-bottomright-bottomความสงบก่อนพายุคลั่ง (The Deceptive Calm) สถานที่: คอนโดมิเนียม Zenith Tower ชั้น 10 (โซนพื้นที่ส่วนกลางและ 7-11) เวลา: 19:15 น. (ก่อนการระบาดใหญ่ 15 นาที)

​เสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศและเสียงเพลงบรรเลงแนว Bossa Nova ในลิฟต์โดยสารตัวหรู ไม่ได้ช่วยให้ความเหนื่อยล้าของ User ลดลงเท่าไหร่นัก ตัวเลขดิจิทัลบนหน้าจอลิฟต์วิ่งจากชั้น 6 ขึ้นมาหยุดที่ชั้น 10 เสียง 'ติ๊ง' ดังขึ้นพร้อมกับประตูโลหะที่เปิดออก เผยให้เห็นโถงกว้างที่ปูด้วยพรมสีเทาเข้ม แสงไฟนีออนสว่างไสวสาดส่องออกมาจากร้านสะดวกซื้อ 7-11 ระดับพรีเมียมที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงมุมทางเดิน

​กลิ่นหอมของไส้กรอกที่เพิ่งเวฟเสร็จใหม่ๆ และความเย็นฉ่ำของแอร์ปะทะเข้าที่ใบหน้า User ก้าวเดินเข้าไปในร้านด้วยเป้าหมายง่ายๆ อย่างข้าวกะเพราหมูสับสักกล่องเพื่อประทังชีวิตหลังเลิกงาน แต่ดูเหมือนว่าค่ำคืนนี้ ร้านสะดวกซื้อประจำตึกจะคึกคักผิดปกติ ​เสียงเซ็นเซอร์ประตูอัตโนมัติดัง 'ติ๊งหน่อง...' ต้อนรับผู้มาเยือน

​ที่หน้าเคาน์เตอร์คิดเงิน 'ไนน์' พนักงานกะดึกในชุดฟอร์มสีเขียวเข้มกำลังยืนเท้าคาง ดวงตาสีเข้มอมแดงของเขาหรี่ปรือเหมือนคนที่พร้อมจะหลับร่วงลงไปกองกับพื้นได้ทุกวินาที มือหนาที่ซ่อนเส้นเลือดปูดโปนเอาไว้ใต้แขนเสื้อ หยิบสินค้ามาสแกนบาร์โค้ดด้วยจังหวะเนือยๆ 'ปี๊บ... ปี๊บ...'

"ทั้งหมดสี่ร้อยยี่สิบบาทครับ..." ไนน์พึมพำเสียงยานคาง โดยไม่เงยหน้าขึ้นมองลูกค้าด้วยซ้ำ ​ลูกค้าคนที่ว่าคือชายหนุ่มผมสีม่วงอ่อนยุ่งเหยิงในชุดกาวน์สีขาว 'ดร. คิว' (ผู้พักอาศัยชั้น 16) กองเสบียงของเขาไม่มีอะไรที่เรียกว่าอาหาร มันมีแต่ลูกอมรสหวานจัด ช็อกโกแลตแท่ง และเครื่องดื่มชูกำลังนับสิบขวด คิวฉีกยิ้มมุมปาก พึมพำสมการเคมีเกี่ยวกับการเผาผลาญกลูโคสในสมองเบาๆ ขณะยื่นคีย์การ์ดแตะจ่ายเงิน

​ถัดไปที่เชลฟ์ตู้แช่เครื่องดื่ม เสียงเปิดตู้กระจกดัง 'ครืดดด' ชายหนุ่มผมแดงในชุดเอี๊ยมช่างเปื้อนคราบน้ำมัน 'เพลิง' (ผู้พักอาศัยชั้น 1) กำลังกอดกล่องนมกล้วยช็อกโกแลตไว้ในอ้อมแขนถึงสี่กล่อง ใบหน้าที่มักจะดูเบื่อโลกตลอดเวลา เผยรอยยิ้มบางๆ ออกมาเมื่อเห็นว่านมโปรดของเขายังไม่หมดอายุ เขาใช้นิ้วที่เปื้อนจาระบีเช็ดหยดน้ำเกาะข้างกล่องอย่างทะนุถนอมราวกับมันเป็นทองคำ

​ตรงข้ามกับเพลิง ที่โซนอาหารสุขภาพ 'ซัน' (ผู้พักอาศัยชั้น 21) ในชุดเอี๊ยมยีนส์ที่ปลดสายออกข้างหนึ่งกำลังยืนกอดอกแน่น ซิกแพคที่โผล่พ้นเสื้อยืดสีขาวขยับตามจังหวะหายใจ เขาขมวดคิ้วมองฉลากสลัดผักในกล่องพลาสติกด้วยสายตาเหยียดหยามสุดขีด "สารกันบูดทั้งนั้น... ดินที่ปลูกก็คงเต็มไปด้วยเคมี เหอะ"

ซันสบถเบาๆ ก่อนจะตัดใจหยิบน้ำแร่ธรรมชาติขวดใหญ่สุดไปสามขวดแทน

​บรรยากาศในร้านดูสงบสุขและวุ่นวายตามประสาคนเมือง User เดินหยิบข้าวกล่องที่ต้องการ ก่อนจะไปหยุดยืนต่อคิวรอจ่ายเงิน

​ด้านหน้าของ User คือชายหนุ่มผมบลอนด์สว่างในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าเนี้ยบกริบ 'หมอนิโคไล' (ผู้พักอาศัยชั้น 11) เขากำลังถือกระป๋องกาแฟดำด้วยปลายนิ้วเพียงสองนิ้วราวกับกลัวเชื้อโรค นัยน์ตาสีฟ้าครามเย็นชากวาดมองไปรอบๆ ร้าน ก่อนจะหยิบแอลกอฮอล์ล้างแผลและสำลีแบบเหมาแพ็กติดมือไปด้วย ท่าทีของเขาสงบนิ่งจนน่าขนลุก

​และที่ริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของร้าน ซึ่งมองออกไปเห็นวิวถนนกรุงเทพฯ เบื้องล่าง 'ผู้กองคิน' (ผู้พักอาศัยชั้น 4) ยืนกอดอกนิ่งเงียบราวกับรูปปั้น ดวงตาคมกริบของเขาไม่ได้มองสินค้าในร้าน แต่กำลังจับจ้องลงไปที่ถนนใหญ่ซึ่งตอนนี้มีแสงไฟไซเรนของรถตำรวจและรถพยาบาลกระพริบวิบวับสีแดงสลับน้ำเงินเต็มไปหมด

​ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นค่ำคืนวันศุกร์ที่แสนธรรมดา... กระทั่งเสียงข่าวในโทรทัศน์จอแบนที่แขวนอยู่หลังเคาน์เตอร์เริ่มกระตุก

"ประกาศฉุกเฉิน... ขอให้ประชาชนทุกคนงดเว้นการออกนอกเคหะสถาน... ย้ำ... ผู้ติดเชื้อมีอาการคลุ้มคลั่งและดุร้าย— ซ่าาาาา"

​สัญญาณทีวีตัดดับไปกลายเป็นหน้าจอสีเทาไฟท์ติ้ง พร้อมๆ กับหลอดไฟนีออนในร้านสะดวกซื้อที่กระพริบติดดับอย่างรุนแรง 'พึ่บ! พึ่บ! พึ่บ!'

​ความเงียบโรยตัวลงมากะทันหัน ทุกคนในร้านชะงักกิจกรรมของตัวเอง เพลิงหยุดลูบกล่องนม ซันหันขวับไปมองที่ประตู คิวดันแว่นตา(ที่ไม่มีอยู่จริง)ขึ้นอย่างสนใจ นิโคไลขมวดคิ้ว คินเอื้อมมือไปแตะที่เอวด้านหลังซึ่งซ่อนปืนพกเอาไว้โดยสัญชาตญาณ ส่วนไนน์... ยังคงหาวหวอดใหญ่ ไม่รู้ร้อนรู้หนาว

​'ตึง!!' ​เสียงกระแทกอย่างแรงดังมาจากโถงทางเดินหน้าลิฟต์ ไม่ใช่เสียงคนเดิน แต่เป็นเสียงของหนักๆ ร่วงหล่นลงมา ตามด้วยเสียงฝีเท้าลากพื้น 'ครืด... ครืด...' ที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

​คินเป็นคนแรกที่ตะโกนขึ้นด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "ทุกคน หมอบลงและถอยห่างจากกระจก!" ​แต่เซ็นเซอร์ประตูอัตโนมัติทำงานไวกว่านั้น... 'ติ๊งหน่อง...'

​ประตูบานเลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นร่างของ รปภ. ประจำตึกในสภาพที่เสื้อยืดสีขาวชุ่มโชกไปด้วยเลือดสีคล้ำ ลำคอของเขาเหวอะหวะจนเห็นหลอดลม นัยน์ตาเบิกโพลงไร้แววตา ซากมนุษย์ที่ควรจะตายไปแล้วส่งเสียงคำราม 'แฮ่ก... กร็อด!' ในลำคอ ก่อนจะพุ่งพรวดเข้าใส่ลูกค้าที่อยู่ใกล้ประตูที่สุด!

​วินาทีนั้น ความสงบสุขจอมปลอมแตกสลาย โลกที่คุ้นเคยถูกกระชากลงสู่นรกขุมที่ลึกที่สุด ​ไนน์ที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์เบิกตาขึ้นเล็กน้อย เขามองรปภ.คนนั้นแล้วพึมพำด้วยน้ำเสียงมึนงง "อ้าวลุง... เมาเหล้าขาวมาอีกแล้วเหรอ... ห้ามอ้วกในร้านนะเว้ย"

ร่างของอดีต รปภ. พุ่งพรวดเข้ามาในร้านด้วยความเร็วที่ขัดกับสภาพร่างกายที่เน่าเฟะ กลิ่นคาวเลือดเน่าเหม็นตีแสกหน้าจน User ต้องผงะถอยหลัง

เป้าหมายของมันคือชายหนุ่มผมบลอนด์ในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าที่ยืนอยู่หน้าสุด แต่นิโคไลเพียงแค่เบี่ยงตัวหลบด้วยความรวดเร็วและเยือกเย็นราวกับคาดการณ์ไว้แล้ว ร่างของผีดิบจึงถลำพุ่งเข้าชนชั้นวางลูกอมหน้าเคาน์เตอร์จนล้มครืน เสียงพลาสติกและเหล็กกระแทกพื้นดัง

'โครม!!'

"เฮ้ย! อะไรวะเนี่ย!" เพลิงสบถลั่น ขาเรียวยาวก้าวถอยกรูดไปหลบหลังตู้แช่แข็ง มือยังกอดกล่องนมกล้วยแน่นราวกับมันคือเครื่องรางกันภัย *"เลือดเปื้อนรองเท้าฉันหมดแล้ว ไอ้เวรเอ๊ย!"

ร่างนั้นตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา รูม่านตาขุ่นมัวของมันกลอกไปมา ก่อนจะอ้าปากกว้างจนเห็นเศษเนื้อติดซอกฟัน เตรียมพุ่งเข้าใส่ User ที่ยืนอยู่ถัดไป

"หยุด!! ถอยออกไป! นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ!" เสียงตวาดกร้าวของคินดังก้องกังวาน เขาพุ่งพรวดมาจากริมหน้าต่าง มือขวาชักปืนพกกล็อก 19 ออกมาจากซองข้างเอวด้วยสัญชาตญาณที่ถูกฝึกมาอย่างดี แต่ในสถานการณ์จริงที่แคบและมีพลเรือนยืนขวางอยู่ มือของเขามีอาการเกร็งเล็กน้อย

ร่างคลุ้มคลั่งไม่ฟังเสียงเตือน มันพุ่งเข้าหาคินแทน!

'ปัง!!' เสียงปืนลั่นสนั่นหวั่นไหวในพื้นที่ปิดแคบๆ เสียงสะท้อนทำเอาหูของ User อื้ออึงไปชั่วขณะ กลิ่นดินปืนฉุนกึกผสมกับกลิ่นเลือด กระสุนเจาะเข้าที่หัวไหล่ของซอมบี้จนเนื้อสีดำกระจุยกระจาย ทว่า... มันกลับไม่หยุดชะงักเลยแม้แต่น้อย ความเจ็บปวดไม่มีผลกับมัน!

"บ้าเอ๊ย..." คินสบถ เขายกเท้าถีบยอดอกร่างนั้นอย่างแรงจนมันหงายหลังล้มตึงไปอีกรอบ "ปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเจ็บปวดเป็นศูนย์... มวลกล้ามเนื้อทำงานร้อยเปอร์เซ็นต์โดยไม่มีขีดจำกัดจากสมอง..."

คิวที่ยืนหลบอยู่หลังเชลฟ์ขนมปังไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัว นัยน์ตาสีทองอำพันของเขาเบิกกว้างจ้องมองบาดแผลที่หัวไหล่ของผีดิบ ปากก็พึมพำด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด "นี่มัน... งานศิลปะชัดๆ..."

"ศิลปะบ้าอะไรล่ะวะ! ตัวเหม็นเน่าขนาดนี้!" ซันที่ยืนอยู่โซนอาหารสุขภาพตะโกนสวน เขาคว้าตะกร้าพลาสติกเปล่าฟาดเข้าที่หัวของร่างคลุ้มคลั่งที่พยายามจะลุกขึ้นมาอีกครั้ง เสียงดัง

'ป้าบ!' จนตะกร้าแตกร้าว "อย่าเอาเชื้อโรคมาติดของกินนะโว้ย!"

นิโคไลเพียงแค่ยืนมองเหตุการณ์ชุลมุนด้วยสายตาเรียบเฉย มือเรียวยกขึ้นปัดฝุ่นล่องหนที่เสื้อเชิ้ตของตัวเอง พลางวิเคราะห์ในใจอย่างเงียบเชียบ 'รอยกัดที่คอหอยตัดหลอดลมไปแล้ว ขาดออกซิเจนไปเลี้ยงสมองนานกว่าสิบนาที... ตามหลักวิทยาศาสตร์ นี่คือซากศพ' แต่ความวุ่นวายภายในร้านเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น…

เสียงปืนของคินเมื่อครู่เปรียบเสมือนระฆังเรียกอาหาร ท่ามกลางความมืดมิดของโถงทางเดินหน้าลิฟต์ที่ไฟกะพริบติดๆ ดับๆ เงาดำนับสิบเริ่มปรากฏขึ้น เสียงฝีเท้าลากพื้น เสียงคำรามแหบพร่า และเสียงเนื้อเสียดสีกันดังก้องขึ้นเรื่อยๆ

'ปึง! ปึง! ปึง!!'

ฝ่ามืออาบเลือดนับสิบฟาดกระแทกเข้ากับกระจกบานใหญ่หน้าร้าน 7-11 อย่างบ้าคลั่ง ใบหน้าเน่าเฟะและบิดเบี้ยวของผู้พักอาศัยในตึกนับสิบคนกำลังเบียดเสียดกันอยู่ที่หน้ากระจก รอยร้าวเล็กๆ เริ่มปรากฏขึ้นบนกระจกนิรภัย

"ชิบหายแล้ว... มันแห่กันมาตามเสียงปืน!" คินตะโกนสุดเสียง ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเยือกเย็นเริ่มมีหยาดเหงื่อผุดพราย เขาหันขวับไปมองพนักงานกะดึกที่ยังคงยืนทำตาปรืออยู่หลังเคาน์เตอร์ "ไอ้หนุ่ม! ปิดประตูเหล็กเดี๋ยวนี้! กดชัตเตอร์ลงมา!"

ไนน์สะดุ้งเล็กน้อยเหมือนเพิ่งตื่นจากภวังค์ เขามองไปที่กระจกหน้าร้านที่เต็มไปด้วยซอมบี้ แล้วเกาหัวแกรกๆ *"โธ่พี่... ถ้าผมปิดร้านก่อนเวลา ผู้จัดการด่าผมยับแน่เลยนะ... โอทีก็ไม่ได้..."

'เพล้ง!!'

กระจกบานหนึ่งเริ่มทนแรงกระแทกไม่ไหวและร้าวลึกจนเกือบจะแตกออก "กดปุ่มเดี๋ยวนี้!!’ ทั้งคิน ซัน และเพลิง ตะโกนขึ้นมาแทบจะพร้อมกัน

"เออๆ ปิดก็ปิด โวยวายกันจังวะ" ไนน์บ่นกระปอดกระแปด ก่อนจะเอื้อมมือไปตบปุ่มฉุกเฉินสีแดงใต้เคาน์เตอร์คิดเงินอย่างแรง 'ป้าบ!' สัญญาณเตือนสีแดงหน้าร้านสว่างวาบ พร้อมกับเสียงมอเตอร์ไฟฟ้าที่ครางกระหึ่มขึ้น 'ครืดดดดดดดดดด....'

บานประตูม้วนเหล็กแผ่นหนาขนาดใหญ่ (Roller Shutter) ค่อยๆ เลื่อนตกลงมาจากเพดาน ปิดกั้นทัศนวิสัยของโถงทางเดินที่เต็มไปด้วยฝูงผีดิบ เสียงเหล็กเสียดสีกระแทกลงกับพื้นคอนกรีตดัง 'ตึง!!' และล็อกสลักอัตโนมัติดัง 'แกร๊ก!' อย่างแน่นหนา ตัดขาดพวกเขาจากนรกภายนอกโดยสมบูรณ์

ไฟในร้านสะดวกซื้อกะพริบสองสามครั้งก่อนจะเปลี่ยนเป็นไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวๆ ความเงียบที่ชวนอึดอัดโรยตัวลงมาแทนที่ เหลือเพียงเสียงหอบหายใจกระเส่าของคนแปลกหน้าทั้งหกคน และ User ที่ยืนอยู่ท่ามกลางพวกเขา ในพื้นที่ปิดตายของร้าน 7-11 โดยมีเสียงฝูงผีดิบทุบประตูเหล็กดัง 'ปัง! ปัง! ปัง!' อยู่ด้านนอกราวกับจังหวะกลองมรณะ

และที่แย่ไปกว่านั้น... ซากศพของอดีต รปภ. ที่ถูกคินยิงและถูกซันทุบเมื่อครู่... มันยังคงนอนกระตุกอยู่บนพื้นข้างชั้นวางลูกอม และกำลังค่อยๆ บิดตัวหันมาทางพวกเขา

ในขณะที่คุณกำลังตกใจอยู่ เสียงของ ซันก็ดังขึ้น "นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะ" ซันสบถอย่างหัวเสีย แต่ก็ไม่วายหันไปมองชั้นวางอาหารสุขภาพที่อยู่ลึกเข้าไปในร้านด้วยความเสียดาย

"ผมว่าตอนนี้น่าจะเกิดเหตุฉุกเฉินระดับวิกฤต..." เสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นของนิโคไลดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ นัยน์ตาสีฟ้าครามของเขากวาดมองร่างของอดีต รปภ. ที่กระตุกเกร็งอยู่บนพื้นราวกับกำลังประเมินอาการผู้ป่วยทั่วไป โดยไม่ได้แสดงความตื่นตระหนกออกมาแม้แต่น้อย "และดูเหมือนผู้ติดเชื้อจะสูญเสียการควบคุมระบบประสาทส่วนกลางไปแล้วโดยสมบูรณ์"

ไม่มีใครกรีดร้องโวยวาย ไม่มีใครสติแตกวิ่งพล่าน ทุกคนในร้านต่างนิ่งเงียบและรักษาระยะห่างจากร่างที่กำลังบิดเบี้ยวบนพื้น เสียงทุบประตูม้วนเหล็กจากด้านนอกยังคงดังต่อเนื่องเป็นจังหวะกดดัน 'ปัง! ปัง!' แต่ภายในร้านสะดวกซื้อกลับปกคลุมไปด้วยบรรยากาศของการดูเชิง คินค่อยๆ ลดระดับกระบอกปืนในมือลง แต่สายตาคมกริบยังคงจับจ้องไปที่ร่างนั้นไม่วางตา

"กระดูกสันหลังช่วงเอวเสียหายหนักจากการล้มกระแทกเมื่อครู่..." คิวยกมือขึ้นกอดอก สายตาจดจ่ออยู่ที่การเคลื่อนไหวผิดมนุษย์มนาของซากศพ "มันขยับตัวได้แค่ช่วงบน ลำตัวท่อนล่างอัมพาต... สรุปคือ ไม่เป็นภัยคุกคามในระยะประชิดชั่วคราวครับ"

"งั้นก็ปล่อยมันนอนเน่าไปตรงนั้นแหละ แต่อย่าให้เลือดกระเด็นมาโดนของกินก็พอ" เพลิงถอนหายใจยาว พลางขยับตัวไปพิงตู้แช่เครื่องดื่มให้ห่างจากรัศมีของซากศพมากที่สุด เขาก้มมองรองเท้าตัวเองแล้วจิ๊ปากอย่างขัดใจ

เมื่อประเมินร่วมกันเงียบๆ แล้วว่าภัยคุกคามตรงหน้ายังถูกควบคุมได้ (อย่างน้อยก็ในสภาพที่มันลุกไม่ขึ้นและทำได้แค่คลานตะเกียกตะกายอยู่กับที่) ความตึงเครียดที่พุ่งทะลุเพดานเมื่อครู่จึงเริ่มทุเลาลง คินสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติสัมปชัญญะกลับมา เขาปลดเซฟปืนและลดอาวุธลงข้างลำตัว ก่อนจะกวาดสายตามองผู้ร่วมชะตากรรมทีละคน

"เอาล่ะ ฟังนะ..." คินทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและใจเย็นที่สุดในฐานะผู้นำสถานการณ์ "ดูจากสภาพข้างนอกแล้ว เราคงต้องติดอยู่ในนี้ด้วยกันอีกพักใหญ่ การไม่รู้จักหน้าค่าตากันเลยคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ถ้าต้องเอาชีวิตรอดร่วมกัน"

คินขยับเสื้อแจ็คเก็ต เผยให้เห็นตราตำรวจที่ติดอยู่ตรงสายสะพายไหล่แวบหนึ่ง "ฉัน ร.ต.อ. คิรากร เรียกสั้นๆ ว่า 'คิน' พักอยู่ชั้น 4"

นิโคไลพยักหน้ารับเบาๆ ท่าทีของเขายังคงสงบนิ่งไม่เปลี่ยน "นพ. นพวิชญ์ โวลคอฟ หรือ 'นิโคไล' ...ผมอยู่ชั้น 11"

"ดร. ภาคิณ หรือจะเรียก 'คิว' ก็ได้ครับ อาศัยอยู่ชั้น 16" คิวฉีกยิ้มบางๆ พลางดันแว่นตาขึ้น "ยินดีที่ได้รู้จัก... ในสถานการณ์ที่น่าตื่นเต้นแบบนี้นะครับ" ซันที่ยังคงถือเศษตะกร้าพลาสติกแตกๆ ไว้ในมือ ถอนหายใจออกมา "ฉัน 'ซัน' ลงมาจากดาดฟ้าชั้น 21... หวังว่าไอ้พวกข้างนอกนั่นจะไม่พังเข้าไปในแปลงผักอินทรีย์ของฉันหรอกนะ"

"เพลิง... ชั้น 1" ช่างกลหนุ่มตอบห้วนๆ สั้นๆ พลางยกกล่องนมกล้วยขึ้นมาเช็ดฝุ่นออกอย่างหวงแหน "ส่วนผม 'ไนน์' พนักงานกะดึกประจำสาขานี้..." ไนน์ยกมือขึ้นระดับอกด้วยท่าทางเนือยๆ พลางชี้ไปที่เคาน์เตอร์ "ถ้าพวกพี่จะตั้งแคมป์กันในร้าน ก็อย่าลืมสแกนจ่ายตังค์ของที่หยิบไปด้วยนะครับ... ผมขี้เกียจทำเคลียร์สต็อกตอนเช้า"

หลังจากที่ทุกคนแนะนำตัวกันจบ เสียงพูดคุยก็เงียบลงชั่วขณะ สายตาทั้งหกคู่ค่อยๆ เบนความสนใจมาหยุดอยู่ที่คุณ ซึ่งยืนสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ ท่ามกลางกลุ่มชายหนุ่มแปลกหน้าหน้าตาดีแต่บุคลิกสุดโต่งเหล่านี้

คินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สบตาเข้ากับคุณโดยตรง น้ำเสียงของเขาผ่อนคลายลงแต่ยังคงความจริงจังเอาไว้ "แล้วคุณล่ะ... ชื่ออะไร?"

Menu
chat14.2k
Like999

Similar moment

Spinner