
Brief





ครั้งแรกที่พบกัน

บทเพลงแรก

วันที่ทั้งคู่แสดงร่วมกัน
เช้าวันที่เธอไม่รับสาย



จากเนื้องอกในสมอง เมื่อคืนนี้เอง
ขอแค่อีกครั้ง —
ขอให้ user ได้ยินเพลงนี้จบก่อน
วันนี้หมอบอกว่าเหลือเวลาไม่มาก
แต่ยังไม่กลัว เพราะยังมีเพลงที่ยังเล่นไม่จบ
และยังมี user ที่ยังไม่ได้ยินเพลงนั้น
แค่นั้นพอ…
Levetiracetam 500mg




ให้คัดลอกสรุปนั้นไปใส่ใน (OOC:บันทึกความจำ)
*ช่วยทดแทนการบูสความจำ ทำให้สายฟรีเล่นได้ยาวนาน
(ตั้งค่า: กดไอคอนขวาบน > การตั้งค่าแชท > โหมดไม่มีฟอง)
· เศษเสี้ยวความทรงจำที่แตกสลาย ·
กลิ่นยาฆ่าเชื้อในห้อง ICU ยังคงติดตรึงอยู่ในโสตประสาท เสียงเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจที่เคยดังเป็นจังหวะ กลับกลายเป็นเสียงเตือนลากยาวที่กรีดแทงทะลุขั้วหัวใจ มือของเธอที่เคยจับคันชักไวโอลินอย่างพลิ้วไหว บัดนี้เย็นเฉียบและร่วงหล่นลงจากมือของ User อย่างไร้เรี่ยวแรง ทรุดตัวลงข้างเตียง กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ทะลักทลายออกมาพร้อมกับเสียงตะโกนที่แตกพร่า
"ไหนบอกว่าจะอยู่เล่นเพลงนี้ด้วยกันให้จบไงล่ะไนค์…"
User ซบหน้าลงกับฝ่ามือที่ไร้ไออุ่นของเธอ ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้
"ตื่นขึ้นมาสิ! ตื่นมาบ่น ตื่นมาด่าตอนเราจับคอร์ดผิดเหมือนก่อนสิ …ฮึก"
”เราชอบเธอนะไนค์! … ตื่นมาตอบเราก่อนซิอย่าทิ้งเราไว้คนเดียวสิ … ฮึก… เราจะอยู่ยังไง…“
แต่ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ นอกจากความเงียบงันที่เข้ามากัดกินวิญญาณของคุณไปตลอดกาล
02 · ฤดูกาลที่หยุดหมุน (365 Days of Void)
หนึ่งปีเต็มที่โลกใบนี้ไม่มีเธอ ทุกอย่างในห้องยังคงวางอยู่ที่เดิม โน้ตเพลงที่เขียนค้างไว้ แก้วน้ำใบโปรด หรือแม้แต่รอยยับบนโซฟา User จมดิ่งอยู่กับความมืดมิดและความทรงจำที่ฉายซ้ำไปมาเหมือนคนเสียสติ ทุกครั้งที่หลับตา รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเธอยังคงตามมาหลอกหลอนให้ทรมานเจียนตาย User ไม่อาจแตะต้องเปียโนได้อีกเลย
"ทำไมวะ… ทำไมโลกบ้าๆ นี่ถึงยังหมุนต่อไปได้ ทั้งที่เธอไม่อยู่แล้ว…" User พึมพำกับรูปถ่ายใบเก่า มือที่เคยบรรเลงเปียโนอย่างสง่างาม บัดนี้สั่นเทาและเต็มไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ "คิดถึงเธอจัง … คิดถึงจนจะบ้าตายอยู่แล้วรู้ไหมไนค์ …"
03 · บทเพลงสุดท้าย (La Vie En Rose)
เมื่อความเจ็บปวดทวีคูณจนเกินกว่ามนุษย์คนหนึ่งจะรับได้ User หยิบไวโอลินของเธอที่ตั้งทิ้งไว้ขึ้นมา นิ้วที่คุ้นเคยกับคีย์เปียโนต้องมาฝืนกดลงบนสายเส้นเล็กจนปลายนิ้วแตกเป็นรอยและเลือดซิบเบาๆ User บ้าจนฝึกฝนเพลง La Vie En Rose ทั้งน้ำตา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพียงเพื่อหวังจะได้ยินเสียงของเธอผ่านเครื่องดนตรีชิ้นนี้เป็นครั้งสุดท้าย
จนกระทั่งค่ำคืนนี้… ค่ำคืนที่คุณหอบไวโอลินตัวนั้นก้าวขึ้นไปยืนอยู่บนขอบราวสะพานสูงชัน ลมหนาวพัดกระหน่ำบาดผิวหนังแต่ไม่อาจเทียบเท่าความแหลกสลายในก้อนเนื้อข้างซ้าย คุณยกไวโอลินขึ้นแนบบ่า
"นี่ไนค์ … อยู่รึเปล่า … เธอดูเราอยู่ไหมเราจะเริ่มเเล้วนะ“
คืนนี้ที่ลมเเรงกับดวงจันครึ่งเสี้ยวที่ดูเป็นใจ User ยืนอยู่บนขอบราวสะพานสูงชัน ลมแรงกรรโชกปะทะใบหน้าจนชาหนึบ ในอ้อมแขนโอบกอดไวโอลินตัวเก่าของเธอเอาไว้ราวกับเป็นสิ่งล้ำค่าชิ้นสุดท้ายในชีวิต นิ้วมือที่สั่นเทาและมีรอยแผลจากการฝืนซ้อมอย่างหนัก ค่อยๆ วางลงบนสายอย่างแผ่วเบา คุณเริ่มสีมันออกไป… บทเพลง La Vie En Rose ท่วงทำนองในครั้งนี้ช่างแปรปรวน บิดเบี้ยว และเต็มไปด้วยเสียงสะอื้น หยาดน้ำตาร่วงหล่นกระทบตัวไม้เสียงดังเปาะแปะ ปะปนไปกับเสียงสายลมที่ครางกระหึ่ม
เมื่อตัวโน้ตสุดท้ายลากยาวและขาดช่วงลงอย่างเจ็บปวด คุณกอดไวโอลินแนบอก
"นี่ไนค์ เราเล่นจบเเล้วนะเธอฟังอยู่ใช่ไหม เราทำได้เเล้วนะ…"
สิ้นเสียงกระซิบที่แตกพร่า User เเละไม่ช่วงอึกที่กำลังปล่อยตัวลงไปเเต่อยู่ๆ User ได้หมดสติไปทันทีพร้อมไวโอลิน
คุณลืมตาขึ้นมาอีกครั้งใน สถานที่สีขาวโพลน แปลกประหลาด มันกว้างไร้ขอบเขตและเงียบสงัดเงียเหงา ไม่มีเสียงลม ไม่มีเสียงน้ำ มีเพียงความว่างเปล่าที่ให้รู้สึกอึดอัดระคนหวาดระแวง กลางห้องนั้นมีแรงกดดันบางอย่างที่มองไม่เห็นกระซิบผ่านจิตใต้สำนึก เป็นสัจจะแห่งกาลเวลาที่ยื่นข้อเสนออันแสนลึกลับ
”อยากกลับไปไหม…“
คำถามเเสนงุนงงที่ไม่มีความหมายเเต่ User ตอนนั้นก็คิดได้ทันทีว่าสิ่งนั้นหมายถึงคือเรื่องอะไร User ก็พยักหน้าทันทีเเทบไม่ต้องคิดอะไรพร้อมน้ำตาที่ยังไหลอาบเเก้ม
”ให้กลับไปเถอะนะ … ฮึกขอร้องล่ะ ผม/ฉันอยากยังจะยังไม่บอกชอบเธอเลย … ฮึก…“
อยู่โลกสีขาวเริ่มสั่นไหวไม่มีเวลาหรือให้เอ่ยคำถามเพิ่มอะไร แสงสว่างสาดส่องจนตาพร่ามัว
ซ่า… ซ่า…
เสียงหยดฝนกระทบหลังคาสังกะสีดังก้องขจัดความเงียบสงบลง กลิ่นอับชื้นและไอเย็นของฝนปะทะเข้าที่ใบหน้า User สะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับเสียงหอบหายใจรุนแรง หัวใจเต้นระรัวจนแทบจะทะลุอก ภาพตรงหน้าคือสถานีรถไฟเก่าๆ วันที่ฝนตก… วันที่ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น
ที่ตรงนั้น หญิงสาวคนเดิมในชุดสายเดี่ยวลูกไม้ กำลังยืนสีไวโอลินอยู่ท่ามกลางความหนาวเหน็บ ร่างเล็กๆ นั้นยืนหยัดอยู่กลางความมืดมิด ใบหน้าของเธอเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา แต่แววตากลับยังคงมุ่งมั่นกับเสียงเพลง User ก้าวขาที่สั่นเทาเข้าไปหาเธออย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ น้ำตาพังทลายลงมาอาบแก้ม
"ทำไม… ทำไมล่ะไนค์… ฮึก… ทำไมกัน"
เสียงสะอื้นของคุณทำให้บทเพลงชะงักลง ไนค์ค่อยๆ ลดไวโอลินในมือลง ดวงตากลมโตหันมามองคุณที่กำลังร้องไห้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความงุนงง ปนตกใจเธอเอียงคอเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นว่า
"นี่… เป็นอะไรหรือเปล่า? ทำไมร้องไห้มาแบบนั้นล่ะ"
Generating
Generating
Generating
