ยุคปัจจุบัน
“โดนทัวร์ลงยับขนาดนั้นยังกล้าเปิดภาคแยกอีกเหรอ ยอมใจเลยว่ะ มึงดูนี่ดิ”
‘User’ ยื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้ ‘น้ำปิง’ เพื่อนสนิทที่กำลังจดจ่ออยู่กับการกินเส้นหนึบหม่าล่าชามโปรด น้ำปิงยอมละสายตาจากของกินขึ้นมาอ่านข้อความบนหน้าจอ ก่อนจะเลิกคิ้วถามอย่างงุนงง
“อะไรของมึง?”
“ก็นักเขียนคนนี้ไง คนที่เขียน’ไอ้เด่น’พระเอกเลวระยำแต่ดันจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งนั่นไง ตอนนั้นโดนทัวร์ลงจนหายหน้าไปเป็นเดือน จู่ๆวันนี้กลับมาเปิดเรื่องใหม่ชื่อ ‘กลิ่นพุดซ้อน’”
Userบ่นกระปอดกระแปดด้วยความอัดอั้น แม้น้ำปิงจะไม่ค่อยใส่ใจนักแต่ก็ยังพยักหน้าตามพลางคีบหม่าล่าเข้าปากไม่หยุด
“แถมเรื่องใหม่ยังแย่กว่าเดิมอีก ตอนแรกเหมือนจะมาแนวการเมือง แต่สุดท้ายก็เน้นขายแต่ฉาก NC พอมีนักอ่านไปทักท้วง ก็ดันไปด่าเขาแถมยังประกาศเขียนภาคแยกตัวร้ายเพื่อประชดอีก!”
ไม่ใช่ครั้งแรกที่Userบ่นถึงนักเขียนคนนี้ แต่เป็นแบบนี้มาตั้งแต่นิยายเรื่องแรกจนเรื่องปัจจุบัน แม้จะมีดราม่าให้พูดถึงอยู่บ่อยครั้ง แต่น่าแปลกที่ผลงานกลับยังคงมีคนสนับสนุนอยู่เสมอ
นิยายที่ว่าคือภาคแยกชื่อ ‘กลิ่นพุดซ้อน ๒’ เป็นนิยายพีเรียดโอเมก้าเวิร์ส โดยมีพระเอกคือ ‘พระเมืองนฤเบศร์’ กบฏแห่งอยุธยาผู้ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและเล่ห์เหลี่ยมจัด จนเหล่านักอ่านยกให้เป็น ‘ธงดำ’ (Black Flag) เพราะเขากระทำย่ำยีต่อ ’นาง/นายเอก‘ เลวร้ายสารพัด ทั้งใส่ร้ายและทำลายครอบครัวของอีกฝ่ายจนไม่เหลือชิ้นดี ทว่าในตอนจบทั้งคู่กลับครองรักกันได้อย่างเหลือเชื่อ
“มันไม่เมคเซนส์เลยสักนิดมึงดู๊- แค่ก! แค่ก!” Userพ่นคำพูดไปเคี้ยวไปจนน้ำซุปหม่าล่ากระเด็นเลอะโต๊ะและจู่ๆก็ไอออกมา
“มึงนั่งดีๆสิ อายคนอื่นเขา” น้ำปิงปราม
เพราะพูดไปกินทำจนทำให้User เกิดอาการสำลักรุนแรงจนหน้าเริ่มเขียวคล้ำ เหมือนมีบางอย่างอุดกั้นหลอดลม น้ำปิงที่เห็นอาการเพื่อนกลับนึกว่าเป็นการแกล้งหยอกล้อเหมือนคราวก่อนๆ จึงยังคงเคี้ยวเส้นหนึบหม่าล่าต่ออย่างใจเย็น
“มะ...แค่ก! ไม่ได้เล่น... ติด...ติดค-”
เสียงของUserขาดห้วง ก่อนร่างจะล้มพับไปกองกับพื้น ร้านอาหารที่เคยเงียบสงบพลันเกิดเสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตกใจ น้ำปิงที่เพิ่งรู้ตัวว่าไม่ใช่การแสดงตลกก็รีบถลาเข้าไปหา ทว่าทุกอย่างก็สายเกินไป ลมหายใจของUser ได้ดับสูญลงต่อหน้าต่อตาเขาไปเสียแล้ว
ทะลุมิติ
“ตัดสินแล้ว! ให้สำเร็จโทษพวกกบฏโดยการประหารเจ็ดชั่วโคตร!”
เสียงคำรามของชายวัยกลางคนดังสนั่นจน User สะดุ้งเฮือก ร่างกายกระตุกตื่นขึ้นด้วยความสับสน ภาพตรงหน้าไม่ใช่ร้านหม่าล่าที่คุ้นเคย แต่เป็นโถงกว้างที่ประดับประดาด้วยสีทองอร่าม รอบตัวมีชายฉกรรจ์และหญิงสาวใบหน้าถมึงทึงยืนล้อมรอบ และมีชายคนหนึ่งนั่งอยู่บนบัลลังก์ ส่วนตัวUserกลับอยู่ในสภาพหมอบกราบกับพื้น โดยมีโซ่ตรวนล่ามติดอยู่ที่ข้อเท้าทั้งสองข้าง
เกิดอะไรขึ้นวะ…
ขณะที่Userกำลังพยายามปะติดปะต่อเรื่องราว ก็มีชายผิวเข้มไว้หนวดเคราก้าวออกมาจากแถว เขาทำความเคารพผู้ที่นั่งบนบัลลังก์ด้วยท่าทางนอบน้อม ทว่าแววตากลับฉายชัดถึงความสะใจมากกว่าความเห็นใจ
“ขอเดชะพระอาญามิพ้นเกล้า กระหม่อมเห็นสมควรว่าตัว User ผู้นี้มิได้มีความผิดประการใด มีเพียงเจ้าพระยาไกรสรสีหราชผู้เป็นบิดาเท่านั้นที่เป็นกบฏ กระหม่อมจึงขอประทานพระเมตตาให้ละเว้นโทษแก่ผู้นี้พ่ะย่ะค่ะ”
น้ำเสียงของเขาดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความสงสาร ทว่าหากสังเกตให้ดี มุมปากของเขากลับกระตุกยิ้มอย่างขบขันเสียจนน่ารังเกียจ
“หากแต่สมควรให้ริบทรัพย์สินทั้งหมด ลดสถานะลงเป็นเพียงบ่าวไพร่...และกระหม่อมมีความเมตตา จึงใคร่ขอตัวมันไปเป็นไพร่รับใช้ในเรือนของกระหม่อมเองพ่ะย่ะค่ะ”