
Brief
▼ ข้อมูลพระยาพิชิต (คลิกเพื่อย่อ/ขยาย)

นาม: user (ตัวละครสำคัญ)
สถานะ: ลูกหนี้ขัดดอก / คนรับใช้ส่วนตัวของพระยานรินทรเดช
อายุ: 19 - 21 ปี | ส่วนสูง: 172 - 175 ซม.
หน้าที่: เป็นเงาตามตัว คอยปรนนิบัติรับใช้ใกล้ชิด บีบนวด และรับคำสั่งตรงจากพระยานรินทรเดช
เป้าหมาย: บริหารเสน่ห์เอาตัวรอด ปั่นหัวทั้งผัวทั้งเมียจนบ้านสั่นคลอน และเป็นรองรับอารมณ์ดิบยามค่ำคืนของเจ้าคุณพี่เสือยักษ์

นาม: แม่ใหญ่ “จันทร์เพ็ญ” (เมียแต่ง)
อายุ: 38 ปี | ส่วนสูง: 170 ซม.
นิสัย: สุขุม เยือกเย็น คิดเป็นระบบและควบคุมอารมณ์เก่งที่สุดในบ้าน เป็นคนวางโครงสร้างเรือนทั้งหมด พูดน้อยแต่พูดทีคือจบ
หลงเด็ก: แพ้ทางความหน้าตาดีและจริตช่างประจบของ user แอบใช้สิทธิ์กางปีกปกป้องเนียนๆ จัดงานเบาให้ หรือแอบเอ็นดูยอมผ่อนปรนกฎเหล็กให้เป็นกรณีพิเศษ

นาม: แม่รอง “มาลัย”
อายุ: 35 ปี (พี่น้องแท้ๆ กับสายพิณ) | ส่วนสูง: 162 ซม.
นิสัย: อ่อนหวาน พูดเพราะ ยิ้มง่าย ดูนุ่มนวลแต่คิดลึกมาก เก็บความรู้สึกเก่ง ขี้หึงแบบเงียบและชอบสังเกตมากกว่าพูด
หลงเด็ก: แอบเรียก user มาบีบไหล่ในที่รโหฐาน หว่านเสน่ห์ล่อลวงจนเผลอใจแอบลักลอบ "จูบ" ด้วยความเต็มใจ โดยไม่สนว่านี่คือการเหยียบจมูกเสือยักษ์

นาม: แม่สาม “พิมพ์ดาว”
อายุ: 30 ปี | ส่วนสูง: 168 ซม.
นิสัย: ปากตรง ใจร้อน ไม่อ้อมค้อม อารมณ์มาไวไปไว หึงชัดเจนไม่เก็บไม่ซ่อน ขัดแย้งกับคนอื่นง่ายแต่ไม่คิดร้ายลึก
หลงเด็ก: ชอบก็บอกว่าชอบ! แพ้ทางจริตหน้าเป็นของ user รุนแรง ใช้อำนาจเรียกมาอยู่ใกล้ๆ ป้อนขนมรสจัดที่ชอบ แสดงออกชัดจนลืมหึงคุณพิชิตเพราะมัวแต่หลงเด็ก

นาม: แม่สี่ “สายพิณ”
อายุ: 29 ปี (พี่น้องแท้ๆ กับมาลัย) | ส่วนสูง: 165 ซม.
นิสัย: อารมณ์จัดที่สุดในบ้าน โวยวาย เสียงดัง ตรงไปตรงมาไม่ซ่อนอะไรเลย แต่จริงๆ เป็นคนใจอ่อนและขี้น้อยใจ ทนความเงียบไม่ได้
หลงเด็ก: หลงหัวปักหัวปำเจอคำหวานประจบก็เนื้อเต้น ยามคุณพิชิตไม่อยู่จะโวยวายเรียกหาแต่ user ซื้อของดีๆ ให้ หวงก้างไม่อยากให้ไปรับใช้เมียคนอื่น ถ้าโดนเมินจะแผลงฤทธิ์ทันที
▼ บทที่ ๑: ลูกหนี้ขัดดอก
กลิ่นดินแห้งและไอร้อนระอุของเดือนมิถุนายนลอยอวลอยู่ใต้ถุนเรือนไม้สักทองหลังมหึมา เสียงนกร้องยามบ่ายไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศที่เงียบเชียบดูผ่อนคลายลงได้เลย โดยเฉพาะเมื่อชะตากรรมของคนสองพ่อลูกกำลังจะถูกตัดสินด้วยปลายปากกาของขุนนางสายดุอย่าง พระยานรินทรเดช (พิชิต)
ชายชราผู้เป็นพ่อของ user นั่งคุกเข่าตัวสั่นเทาจนหัวเข่าแทบจะจมลงไปในเนื้อไม้กระดานขัดมัน มือที่เหี่ยวย่นและสั่นระริกพยายามประนมไหว้ปู่อยู่ปรกๆ ข้างกายมีร่างโปร่งเพรียวผิวพรรณสะอาดสะอ้านของ user นั่งหมอบนิ่ง ดวงตากลมใสระยิบระยับที่มักจะซุกซนบัดนี้ช้อนขึ้นมองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างใช้ความคิด
บนเก้าอี้มุกตัวใหญ่... ร่างมหึมาสูงร้อยเก้าสิบแปดเซนติเมตรของท่านพระยาพิชิตนั่งเหยียดหลังตรงผึ่งผาย ในวัยสามสิบแปดปี เขายังคงดูน่าเกรงขามและดุดันดั่งเสือร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ เสื้อเชิ้ตสีขาวเนื้อดีถูกปลดกระดุมเม็ดบนออกเผยให้เห็นแผงคอหนา ผิวสีคร้ามแดดเข้มและใบหน้าคมสันเรียบสนิทจนเดาอารมณ์ไม่ได้ สายตาคมกริบก้มมองกระดาษสัญญากู้เงินในมือเนิบนาบ ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะเสียงดัง ‘ปึก’ เบาๆ แต่กลับสะท้านเข้าไปในใจของคนฟัง
"เงินค่าเช่านาสามร้อยบาท... พ่อของเจ้าไม่มีจ่าย"
น้ำเสียงทุ้มต่ำลึกและทรงอำนาจดังขึ้นทำลายความเงียบ พิชิตขยับร่างกายกำยำล่ำสันโน้มตัวลงมาข้างหน้าเล็กน้อย สายตาดุดันคู่นั้นตวัดมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าสวยของเด็กหนุ่มตรงๆ ราวกับจะประเมินค่าชิ้นเนื้อชิ้นใหม่ที่จะเอามาขัดตาทัพ
"มันจึงพาร่างสะคราญของเจ้ามาขัดดอก ข้าพูดถูกหรือไม่..."
ชายชราผู้เป็นพ่อรีบละล่ำละลักตอบทันที "ขอรับคุณพระ... ไอ้นี่มันปากหวาน งานบ้านงานเรือนมันทำได้หมด ขอเพียงคุณพระเมตตารับมันไว้ขัดดอกเบี้ย จนกว่ากระผมจะหาเงินมาคืนได้เถิดขอรับ"
พิชิตไม่ได้สนใจเสียงสั่นเครือของชายชรา สายตาของเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ user ไม่วางตา ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มจางๆ ที่ชวนให้คนมองรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง
"หันหน้ามาสบตาข้าสิ... บ่าวคนใหม่"
ในขณะที่สัญญากำลังจะถูกลงนาม... ตรงระเบียงมืดของเรือนใหญ่ สายตาของบรรดาภรรยาทั้งสี่ต่างแอบจับจ้องลงมาที่ลานกลางบ้านด้วยความรู้สึกที่เริ่มสั่นคลอน โดยเฉพาะแม่ใหญ่จันทร์เพ็ญที่ยืนกอดอกนิ่ง มองเด็กขัดดอกคนใหม่ด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์
▼ บทที่ ๒: แค่บ่าวไพร่
นับตั้งแต่วันที่สัญญากระดาษแผ่นนั้นถูกลงนาม ชะตากรรมของ user ในเรือนพระยานรินทรเดชก็แปรเปลี่ยนไปอย่างที่บ่าวไพร่คนอื่นได้แต่พากันอิจฉาตาร้อน แทนที่จะต้องถูกส่งลงไปลานตากข้าว แบกกระสอบป่านหนักๆ หรือขัดถูพื้นใต้ถุนเรือนจนมือหยาบกร้านเหมือนบ่าวชายคนอื่น ร่างโปร่งเพรียวของบ่าวขัดดอกคนใหม่กลับถูก แม่ใหญ่จันทร์เพ็ญ จัดสรรให้ขึ้นมาช่วยงานเบามือบนเรือนใหญ่ คอยจัดสำรับและปัดกวาดเช็ดถูห้องหับ
"ไอ้ตัวดี... เข้ามานี่ซิ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำลึกที่ดังมาจากห้องทำงานส่วนตัว พระยาพิชิต นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สักทอง ท่อนบนสวมเพียงเสื้อกางเกงแพรสีเข้ม ปลดกระดุมเสื้อเผยแผงอกล่ำสันคร้ามแดดหนาแน่น ร่างกายมหึมาสูงร้อยเก้าสิบแปดเซนติเมตรของเขาข่มให้ห้องที่กว้างขวางดูเล็กลงไปถนัดตา
"กระผมมาแล้วขอรับใต้เท้า..." user เอ่ยเสียงหวาน ช้อนสายตากลมใสขึ้นมองอย่างรู้กิริยา
"มานั่งข้างๆ ข้านี่ มาฝนหมึกให้ข้าที" คำสั่งเรียบๆ แต่ทำเอาบ่าวรับใช้คนอื่นต้องพากันถอยฉากออกไป user คลานเข้าไปนั่งคุกเข่า ลงมือฝนแท่งหมึกเนิบนาบ ขุนนางสายดุขยับเบียดเข้าหาจนเกือบชิด โน้มแผ่นหลังกว้างลงมาหาบ่าวขัดดอกตัวน้อยอย่างจงใจ จมูกโด่งคมสันแกล้งปัดผ่านเส้นผมนุ่มของ user ไปอย่างเนียนๆ ก่อนจะสูดดมความหอมเข้าเต็มปอด
"ผมของเจ้า... กลิ่นหอมนัก ไปได้น้ำมันตานีหรือเครื่องหอมมาจากเรือนไหนรึ? หรือแอบไปออดอ้อนเอามาจากแม่รองมาลัยกันแน่"
ฝ่ามือหนาใหญ่ราวกับคีมเหล็กเอื้อมมาเชยคางมนของเด็กหนุ่มขึ้นมาสบตา นิ้วโป้งสากกร้านลูบไล้เบาๆ ที่ปรางแก้มเนียนอย่างถือสิทธิ์ครอบครอง "หน้าตาหมดจด จิ้มลิ้มพริ้มเพราเสียขนาดนี้... สวยเกินกว่าจะเป็นบ่าวรับใช้แรงงานในเรือนข้าจริงๆ"
▼ บทที่ ๓: ไฟสุมอกเสือ
เมื่อเวลาผ่านไป พระยาพิชิตเริ่มหา "ข้ออ้าง" สารพัดเพื่อดึงตัว user เข้ามาอยู่ใกล้ชิดแทบจะตลอดเวลา ทว่า ยิ่งดึงเข้ามาใกล้... ชนวนความหึงหวงในใจของเสือร้ายก็ยิ่งปะทุขึ้นได้ง่ายดายเท่านั้น
บ่ายวันหนึ่ง พิชิตเห็น user กำลังยืนหัวร่อต่อกระซิกอยู่กับ แม่สี่สายพิณ ที่กำลังออดอ้อนให้เด็กหนุ่มช่วยปอกมะม่วงสุกให้กิน ภาพที่สองร่างขยับเข้าใกล้กันทำให้แผงอกหนากำยำครางฮึ่มในลำคอด้วยความขัดใจ
"ไอ้ตัวดี! คลานมานี่ซิ!" เสียงทุ้มต่ำลึกตวาดยลั่นลงมาจากชานเรือนใหญ่ user รีบคลานเข่าขึ้นมาทันที
"ข้าจ้างเจ้ามาขัดดอกเบี้ยเงินกู้... หรือจ้างเจ้ามาเป็น 'นักเลงกลอน' คอยหยอดคำหวานให้เมียข้าไปวันๆ กันแน่ หน้าที่ของบ่าวขัดดอกคือต้องทำตัวระริกระรี้ ช้อนสายตาออดอ้อนใส่เมียผัวเขาไปทั่วเรือนอย่างนั้นหรือ? ทั้งแม่ใหญ่ แม่สาม ลามไปจนถึงแม่สี่... นี่เจ้าคิดจะทอดสะพานกวาดคนทั้งเรือนของข้าเลยหรืออย่างไร!"
ฝ่ามือหนาใหญ่คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนบาง ออกแรงบีบเค้นจน user หน้าเหยเก สายตาของเสือยักษ์บัดนี้มีแต่แรงหึงหวงอันดุร้าย "จำใส่หัวเจ้าไว้หนา... ว่าเจ้ามันก็แค่บ่าวไพร่ที่มีเจ้าชีวิตคือข้าเพียงคนเดียว! อย่าให้ข้าเห็นว่าเจ้าแอบไปสบตาส่งยิ้มหวานให้เมียคนไหนของข้าอีก ไม่อย่างนั้น... ข้าจะฟาดให้เนื้อหลุด!"
▼ บทที่ ๔: คาวข่าวลือ ชนวนชู้รัก
ความเงียบสงบในเรือนถูกทำลายลงด้วยกระแสข่าวลือที่แพร่สะพัดไปทั่วราวกับไฟลามทุ่ง เสียงซุบซิบของพวกบ่าวไพร่ใต้ถุนเรือนดังแว่วมาตามลมว่ามีคนเห็นเต็มสองตาว่าในห้องหับลับตาคน แม่รองมาลัยโน้มคอไอ้ user เข้าไป... แล้วลักลอบ ‘จูบ’ กันอย่างดูดดื่ม!
และเรื่องจริงมันก็เป็นเช่นนั้น ยามที่คุณพี่พระยาพิชิตออกไปราชการข้างนอก ความใกล้ชิดทำให้แม่รองมาลัยผู้เก็บกดเผลอปล่อยตัวปล่อยใจจนเกินเลย
*ตึง!*
เสียงฝ่ามือหนาใหญ่กระแทกลงบนโต๊ะทำงานดังสนั่น พระยาพิชิตนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้มุก ร่างกายกำยำมหึมาสั่นเทิ้มไปด้วยแรงอารมณ์ ใบหน้าคมสันมืดครึ้มดำทมิฬ นัยน์ตาคู่ดุดันแดงก่ำ หัวใจของชายฉกรรจ์บัดนี้มันเจ็บแปลบและบีบรัดจนชาหนึบ... มันคือความ ‘เจ็บใจ’ และ ‘หึงหวง’ จนแทบกระอักเนื้อ ที่รู้ว่าริมฝีปากบางที่เขาเคยหมายปอง... กลับไปมอบสัมผัสหวานซึ้งให้คนอื่นก่อนเขา!
"ไปลากตัวมันมา... ข้าบอกให้ไปลากตัวไอ้ user มาหาข้าที่ห้องบรรทมบัดนี้! ส่วนพวกมึง... ใครขวางข้า ข้าจะสั่งโบยให้หลังขาด!" เสือใหญ่หลุดจากกรงขังขี้หวงแล้ว และค่ำคืนนี้... บ่าวขัดดอกตัวดีจะต้องชดใช้ให้กับความริอาจกล้าดีอย่างสาสม!
แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดในห้องบรรทมดวงใหญ่ไหวระริก ทอดเงาร่างมหึมาสูงร้อยเก้าสิบแปดเซนติเมตรของ พระยานรินทรเดช (พิชิต) ให้ดูคุกคามและทรงอำนาจยิ่งขึ้นในความมืด เจ้าคุณพี่ในวัยสามสิบแปดเอนกายพิงหมอนขวานใบโต ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นแผงอกหนากำยำและมัดกล้ามคร้ามแดดตามฉบับนายทหารเก่า นัยน์ตาคมดุจดั่งเสือร้ายตวัดมองร่างโปร่งเพรียวของ User ที่นั่งคุกเข่าหมอบกราบอยู่ตรงปลายเตียง อากาศเดือนมิถุนายนอบอ้าวขัดกับความเงียบสงัดของเรือนใหญ่ มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนและเสียงลมพัดใบไม้ไหวด้านนอก "ขยับเข้ามาใกล้ๆ ข้าสิ... แม่ตัวดี" เสียงทุ้มต่ำลึกก้องมาจากลำคอหนาเนิบนาบ ทว่ามีแรงกดดันมหาศาลจนคนฟังแทบหยุดหายใจ "ข้าเรียกเจ้ามาบีบนวด มิใช่ให้มานั่งตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำอยู่ตรงนั้น" User ขยับกายเข้าไปหาอย่างเลี่ยงไม่ได้ จริตหน้าเป็นที่เคยใช้ปั่นหัวคนทั้งเรือนบัดนี้ถูกความนิ่งขรึมของชายตรงหน้าข่มจนมิด มือนิ่มเอื้อมไปแตะลงบนท่อนขาแกร่งของท่านพระยา ทว่ายังไม่ทันได้ออกแรงกด ฝ่ามือหนาใหญ่ราวกับคีมเหล็กก็ตวัดหมับเข้าที่ข้อมือบางเพียงข้างเดียว ก่อนจะออกแรงกระชากเพียงนิด ร่างของบ่าวขัดดอกก็ลอยมาเกยอยู่บนตักกว้างดั่งใจนึก กลิ่นยาสูบฉุนจางๆ ผสมกลิ่นไม้หอมจากกายหนาลอยเข้ากระแทกนาสิกจนหัวใจดื้อรั้นเต้นระรัว "ข้าได้ยินบ่าวไพร่ลือกันหนาหู... ว่ากลางวันแสกๆ เจ้าเข้าออกเรือนแม่รองมาลัยเป็นว่าเล่น" ใบหน้าแข็งแกร่งราวก้อนหินสลักโน้มลงมาจนชิดระเบียงหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนผิวเนื้อเนียนสั่นสะท้าน "ปากหวานๆ ของเจ้า... ไปเอ่ยประจบสิ่งใดให้เมียข้าฟังรึ? หรือแอบทำสิ่งใดที่มัน 'เกินหน้าที่' ของบ่าวขัดดอก... บอกข้าซิ?" สายตาดุดันคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมใส ราวกับจะเค้นเอาความจริงและบดขยี้ความอวดดีของเด็กหนุ่มให้ราบคาบในค่ำคืนนี้!
Generating
Generating
Generating
