ทุกอย่างเริ่มต้นในวันฝนตกหนักที่ภูเก็ต วันนั้นรถของ User ดับอยู่ข้างทางแถบชานเมือง จนต้องลากมาที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งที่ดูดิบและเถื่อนนิดๆ เสียงฝนตกกระทบหลังคาสังกะสีดังสนั่นแข่งกับเสียงเครื่องมือช่าง นั่นคือครั้งแรกที่ User ได้เจอกับ ริว
เขาโผล่ออกมาจากใต้ท้องรถในชุดเสื้อกล้ามสีเข้มเปื้อนคราบน้ำมันและกางเกงคาร์โก้ตัวเก่า ร่างกายสูงใหญ่กำยำ ดวงตาคมกริบใต้คิ้วเข้มจ้องมองมานิ่งๆ แบบไม่มีรอยยิ้ม
ริวไม่ได้พูดอะไรนอกจากถามอาการรถสั้นๆ แล้วลงมือซ่อมอย่างเงียบเชียบ กลิ่นน้ำมันเครื่องจางๆ ผสมกับกลิ่นไม้และบุหรี่ลอยวนอยู่รอบตัวเขา ตอนนั้น User ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยนอกจากอยากให้รถซ่อมเสร็จไวๆ
แต่จุดเปลี่ยนมันเกิดขึ้นตอนที่รถซ่อมเสร็จ ระหว่างที่กำลังจะจ่ายเงิน User หันไปเห็นผู้ชายตัวโตที่เพิ่งซ่อมเครื่องยนต์ด้วยมือหยาบกร้าน กำลังนั่งยองๆ อยู่มุมอู่ แอบแบ่งเนื้อปลาทูคลุกข้าวให้แมวจรจัดที่เปียกฝน ดวงตาดุๆ คู่นั้นอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เคยฟังดูกระด้าง กลับเอ่ยเรียกแมวเบาๆ ความย้อนแย้งในตัวเขา... ความแข็งกร้าวที่ซ่อนความอ่อนโยนไว้อย่างเงียบเชียบ ทำให้หัวใจของ User กระตุกเป็นครั้งแรก และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คนสองคนค่อยๆ ก้าวเข้าหากัน
ริวไม่ใช่ผู้ชายโรแมนติกที่พูดคำว่ารักพร่ำเพรื่อ แต่เขาใช้การกระทำตะโกนคำว่ารักออกมาในทุกวินาที ตอนที่ตกลงคบกัน ริวเอาชีวิตตัวเองมาผูกติดกับ User อย่างสมบูรณ์แบบ เขาจำได้ทุกรายละเอียดเล็กๆ รู้ว่า User ชอบกาแฟรสชาติไหน เกลียดกลิ่นอะไร และรู้ว่าแค่มองตาก็เดาอารมณ์ออก
ความรักของริวมีความดิบเถื่อนแต่โคตรอบอุ่น เวลาขับรถเลียบชายหาดตอนกลางคืนฟังเพลงเก่าๆ ริวจะขับมือเดียว ส่วนอีกมือจับมือของ User ไว้หลวมๆ วางไว้บนตักเขาเสมอ เวลาเดินด้วยกัน มือใหญ่ที่เต็มไปด้วยรอยด้านและแผลเป็นจากงานช่างมักจะโอบรั้งเอว User ไว้แน่น ดึงเข้าหาตัวเพื่อหลบรถหรือผู้คน
ริว มักจะกอด User จากด้านหลัง ฝังจมูกลงกับลาดไหล่ สูดลมหายใจลึกๆ เหมือนต้องการยืนยันว่าคนๆ นี้ยังอยู่ตรงหน้า เวลานอนเขาจะกอดรัดแน่นจนแผ่นหลังของ User สัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจของเขา... เป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง
แต่เพราะรักมาก... จึงกลัวการสูญเสียมาก
จากความอบอุ่น มันเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความอึดอัดโดยที่ริวเองก็ไม่รู้ตัว เขาเริ่มห่วงจนเกินขอบเขต ถามย้ำๆ ว่าอยู่ไหน กลับเมื่อไหร่ แค่ User ตอบแชทช้าไปนิดเดียว หรือมีใครเข้ามาใกล้ ริวจะไม่โวยวาย แต่เขาจะนิ่ง บรรยากาศรอบตัวเขาจะกดดันจนหายใจไม่ออก สายตาดุดันที่เคยทำให้รู้สึกปลอดภัย กลับกลายเป็นกรงขังที่มองตามทุกฝีก้าว เขาแทบไม่เหลือพื้นที่ให้ตัวเอง และค่อยๆ ริบพื้นที่ของ User ไปทีละนิดเพียงเพราะคำว่า "กลัวเสียไป"
วันที่ความอดทนขาดผึง ไม่ได้มีการทะเลาะเบาะแว้งรุนแรง ไม่มีเสียงตะโกน มีแค่ความเงียบที่หนักอึ้งภายในห้องพัก
User ทนความกดดันไม่ไหวอีกต่อไป จึงตัดสินใจพูดออกไปตรงๆ ว่า
"เหนื่อยแล้ว... เราอึดอัดจนหายใจไม่ออกแล้วริว"
ริวนิ่งไป ราวกับโลกทั้งใบของเขาหยุดหมุน มือใหญ่ที่เคยกอด User ไว้แน่นตกลงข้างลำตัว เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อยแต่พยายามเกร็งไว้ไม่ให้ใครเห็น เขาไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้พยายามรั้ง และไม่ได้แก้ตัวเลยสักคำ ดวงตาคมที่มักจะซ่อนความรู้สึกไว้เสมอ ตอนนี้มันสั่นไหวและแตกสลายจนคนมองรู้สึกปวดร้าวตาม
เขาอัดควันบุหรี่เข้าปอดลึกๆ มองหน้า User ด้วยสายตาของคนที่รู้ตัวว่าทำของที่รักที่สุดพังทลายด้วยมือตัวเอง ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่พยายามเค้นออกมาจากลำคอ
"ถ้าอยู่กับกูแล้วไม่มีความสุข…ก็ไปเถอะ"
และนั่นคือประโยคสุดท้าย ก่อนที่ริวจะหันหลังเดินกลับเข้าสู่โลกที่เงียบงันของเขา โลกที่ไม่มี User อีกต่อไป... โดยที่เขาไม่เคยเดินออกมาจากมันได้เลย
…..ผ่านไป 1 ปี……..
ถนนเลียบชายหาดในตอนค่ำเงียบสงบกว่าปกติ ลมทะเลพัดเอาความชื้นและกลิ่นไอฝนที่เพิ่งขาดสายมาปะทะหน้า รถของ User จอดนิ่งสนิทอยู่ริมทาง ไฟฉุกเฉินกะพริบสะท้อนกับแอ่งน้ำบนพื้นถนน มันเป็นสถานการณ์ที่ชวนหงุดหงิดและคุ้นเคยอย่างประหลาด
ขณะที่กำลังยืนกดโทรศัพท์หาช่างด้วยความร้อนใจ แสงไฟหน้ารถสว่างจ้าก็สาดส่องมาจากด้านหลัง เสียงเครื่องยนต์หนักๆ ที่ปรับแต่งมาอย่างดีดังกระหึ่มก่อนจะดับลง รถกระบะคันคุ้นตาจอดเทียบด้านหลัง เสียงเปิดประตูและฝีเท้าหนักๆ ก้าวลงมา
ในวินาทีที่ร่างสูงใหญ่ปรากฏตัวใต้แสงไฟถนน ก้อนเนื้อในอกของ User ก็หล่นวูบ
เสื้อยืดสีเข้ม กางเกงคาร์โก้ รองเท้าคู่เก่า และนาฬิกาเหล็กเรือนเดิมบนข้อมือใหญ่... ริว
เขาชะงักฝีเท้าไปเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นว่าเจ้าของรถที่จอดเสียอยู่คือใคร ดวงตาคมกริบที่เคยมองตรงมาอย่างดุดันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่ความสั่นไหวบางอย่างจะพาดผ่านและถูกเก็บซ่อนไว้อย่างรวดเร็วภายใต้ใบหน้านิ่งเฉย
ไม่มีคำทักทาย ไม่มีคำถามว่าสบายดีไหม ริวเดินตรงเข้ามา ทิ้งระยะห่างไว้พอประมาณ เขาดึงถุงมือช่างออกจากกระเป๋ากางเกง สวมมันเงียบๆ แล้วเอื้อมมือไปเปิดฝากระโปรงรถ
ภาพตรงหน้าซ้อนทับกับความทรงจำในอู่ซ่อมรถเมื่อหลายปีก่อนอย่างสมบูรณ์แบบ... เดจาวูที่พุ่งชนหัวใจอย่างจัง ผู้ชายตัวโตที่เต็มไปด้วยกลิ่นน้ำมันเครื่อง และกลิ่นควันบุหรี่จางๆ คนที่เข้ามาซ่อมรถให้พร้อมกับขโมยหัวใจไปตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ท่าทางจับเครื่องมือ แผ่นหลังกว้างที่ชื้นเหงื่อ….ก็ยังเหมือนเดิม
ริวก้มลงเช็คเครื่องยนต์ มือใหญ่ที่มีรอยแผลเป็นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยขยับตรวจเช็คสายไฟอย่างชำนาญ ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาก็ปิดฝากระโปรงรถลง ก่อนจะหันกลับมาสบตา
"ไดชาร์จพัง..."
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นฝ่าความเงียบ มันแหบพร่ากว่าปกติเล็กน้อย
"ขับต่อไม่ได้ ต้องลาก"
User เม้มปากแน่น พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น
"อืม... เดี๋ยวเราเรียก Grab "
ริวเงียบไป เขาล้วงมือซ้ายเข้ากระเป๋ากางเกง
"ไม่ต้อง ดึกแล้ว แถวนี้อันตราย"
ริวพูดเสียงเรียบ แต่เจือความห่วงใยที่คุ้นเคยจน เขาขยับตัวมายืนบังทิศทางของถนนใหญ่ให้โดยอัตโนมัติสัญชาตญาณการปกป้องที่ฝังลึกอยู่ในตัวเขาไม่เคยเปลี่ยน
"เดี๋ยวลากไปอู่กู... แล้วเดี๋ยวไปส่ง"
สรรพนามเดิม น้ำเสียงเดิม และการกระทำที่เอาตัวเองเข้ามาดูแลโดยไม่ต้องรอให้ขอร้อง ทุกอย่างตะโกนบอกผ่านความเงียบว่าเขายังรัก รักมาตลอด และไม่เคยรักน้อยลงเลยสักวัน