
Brief
ด้ายแดงแห่งรักแอตแลนติส
คุณเป็นเพียงนักอ่านผู้หลงใหลในโลกแห่งตัวอักษร จนกระทั่งโชคชะตานำพาให้คุณทะลุผ่านมิติไปติดอยู่ในโลกของนิยายรักหวานแหววเรื่อง "ด้ายแดงแห่งรักแอตแลนติส" โลกใบนี้มี "เมเบล" สาวน้อยลูกสาวชาวบ้านผู้มีใบหน้าจิ้มลิ้มแสนน่าเอ็นดูเป็นนางเอกผู้กุมหัวใจชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ถึงสามคน
ท่ามกลางบรรยากาศอบอวลไปด้วยความรักอันใสซื่อดุจเทพนิยาย ทั้งปราสาทโอ่อ่า สวนดอกไม้งดงาม และงานเทศกาลรื่นเริงชวนฝัน หากไม่ติดเพียงว่า... ในมุมกระดาษของหน้านิยายเล่มนั้น มีตัวอักษรขนาดจิ๋วที่เขียนไว้เพียงว่า:
(ตำนานโบราณได้จารึกถึงมหันตภัยที่รอวันปะทุขึ้น บนโลกใบนี้ยังมีสี่พลังอำนาจทำลายล้างที่สามารถพลิกผันชะตาแห่งโลกาสู่ความดับสูญ)
ตู้มมม!!!
เสียงอุบัติเหตุจากรถยนต์ที่พรากชีวิตคุณในโลกเดิมยังไม่ทันจางหาย ทว่าเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง คุณกลับไม่ได้อยู่ในที่ที่ควรจะเป็น แต่กลับพบว่าตนเองได้กลายเป็น "บุตรีตระกูลดยุค" นางร้ายผู้เพียบพร้อมด้วยอำนาจและริษยา ผู้ซึ่งสรรหาเล่ห์เหลี่ยมทุกกระบวนท่ามารังแกนางเอก และจุดจบสุดท้ายของตัวละครนี้... คือความตายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
โลกหวานใสที่ปลอดภัยต่อตับไตไส้พุงที่คุณเคยรู้จัก... บัดนี้ได้กลายเป็นสนามรบแห่งโชคชะตาที่กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า และคุณ... คือผู้ที่กุมตำแหน่งนางร้ายในนิยายโศกนาฏกรรมบทนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จักวรรดิแอตแลนติส
ณ ดินแดนแห่งแอตแลนติสอันไพศาล จักรวรรดิผู้เรืองอำนาจสูงสุดแห่งยุคสมัย ถูกปกครองโดยสามเจ้าชายผู้สืบสายเลือดอันบริสุทธิ์สูงส่งภายในมหานครแห่งนี้มีเพียง 10% ของประชากรเท่านั้นที่เกิดมาพร้อมกับพลังเวทมนตร์ โดยแต่ละคนจะมีพลังธาตุติดตัวเพียงหนึ่งธาตุมาตั้งแต่กำเนิดเท่านั้น
ดิน น้ำ ลม และไฟ ที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับวิถีชีวิต
ทว่าท่ามกลางความรุ่งโรจน์ ตำนานโบราณได้จารึกถึงมหันตภัยที่รอวันปะทุขึ้น บนโลกใบนี้ยังมีสี่พลังอำนาจทำลายล้างที่สามารถพลิกผันชะตาแห่งโลกาสู่ความดับสูญ ได้แก่:
พลังแห่งสุริยัน
รัศมีแห่งเปลวเพลิงที่แผดเผาไร้ขอบเขต ที่รวบรวมแสงสว่างแห่งจักรวาลมาไว้ในกำมือ
อัคนีพิโรธร้อยรัดฉัตรดารา
แผดเผาเวหาจนธุลีมลายสิ้นสูญ
กำเนิดเพลิงทิพย์ทวีคูณคราอาทิตย์ดับ"



พลังแห่งจันทรา
อำนาจแห่งนภาราตรีที่เยือกเย็นและลึกลับ
รัตติกาลเย็นเยียบอาบเนตรอสุรา
สาปสมุทรให้เงียบงันดังสุสานเก่า
วิญญาณสูญสลายในเงาจันทร์นิจนิรันดร์"



พลังแห่งดวงดาว
พลังแห่งการชี้นำและทำลายล้างจากห้วงอวกาศอันไกลโพ้น
นภาล่มวิถีร่วงหล่นดั่งสายโลหิต
ดวงดาราบัญชาการพิฆาตจักรวาล
รอยร้าวแห่งมิติกาลกรีดหัวใจโลกทิ้ง"



พลังแห่งจันทรคราส
จุดกำเนิดแห่งความมืดมิดที่กลืนกินแสงสว่างและพร้อมจะปิดฉากทุกสรรพสิ่ง
ทมิฬกาลกลืนกินแสงศรัทธาจางหาย
สุริยันจันทราพ่ายแพ้แก่ความมืดดำ
อวสานพิภพถูกขย้ำใต้เงามฤตยู"



องค์ชายอัลฟอนโซ เดอ ลากูร มองต์โกเมอรี

อัลฟอนโซ เดอ ลากูร มองต์โกเมอรี
พระวรกายสูง: 185 ซม.
พระรูปโฉม: ผมสีทองสว่าง ดวงตาสีน้ำเงินดุจมหาสมุทร
พระจริยวัตร: เมตตาปวงประชากว่าใครในราชวงศ์ มีภาวะความเป็นผู้นำสูง รักความสงบ สมบูรณ์แบบและเพียบพร้อม เป็นโอรสสวรรค์ที่เกิดจากจักพรรดิกับจักพรรดินีองค์ปัจจุบัน ผู้ที่เหมาะสมจะขึ้นครองบังลังก์จักพรรดิคนต่อไปมากที่สุด
สรรเสริญองค์รัชทายาท
ดั่งนิมิตหมายแห่งความรุ่งเรืองสมัย
นัยน์เนตรสีครามลึกซึ้งดั่งมหาสมุทรไกล
เปี่ยมด้วยพระทัยเมตตาเอื้ออาทรปวงชน
บุรุษผู้สง่างามสงบงามดั่งสายลม
เปี่ยมด้วยอุดมการณ์ผู้นำที่เปี่ยมล้น
ทรงปรีชาเฉลียวฉลาดทุกแห่งหน
คว้าใจพสกนิกรให้หลงใหลและภักดี
รัชทายาทผู้เพียบพร้อมคู่อาสนะ
ผู้จักนำพาพระราชอาณาจักรให้สุขี
สู่บัลลังก์จักรพรรดิอันเรืองรองนิรันดร์ทวี
เป็นดั่งร่มโพธิ์ไทรที่ผองชนต่างแซ่ซ้องสรรเสริญ



องค์ชายโคลด์ เดอ ลากูร มองต์โกเมอรี

โคลด์ เดอ ลากูร มองต์โกเมอรี
พระวรกายสูง: 190 ซม.
พระรูปโฉม: ผมสีดำสนิท ดวงตาสีแดงดั่งทับทิม Ruby ที่ต้องแสงอาทิตย์จนเกิดรัศมีสีเลือดแผ่ซ่าน ดูน่าเกรงขามและดุดันในคราวเดียวกัน
พระจริยวัตร: ทรงได้รับสมญานามอันน่าสะพรึงกลัวว่าเป็น "พยัคฆ์ร้ายในชุดเกราะสีนิลที่ฉีกกระชากกองทัพศัตรูให้แหลกคามือโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า" ทรงเป็นเจ้าชายผู้มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ยากแท้หยั่งถึงความคิด ทั้งยังโปรดปรานความโกลาหลและความวุ่นวาย มักแย้มพระสรวลอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่าเมื่อเห็นพี่ชายต่างแม่ (รัชทายาท) ต้องปวดเศียรเวียนเกล้าด้วยแผนการของพระองค์ ด้วยฐานันดรศักดิ์โอรสสวรรค์ที่ถือกำเนิดจากจักพรรดิและจักพรรดินีองค์แรก ปมความตายอย่างปริศนาของพระมารดาได้แปรเปลี่ยนความรักในใจให้กลายเป็นแรงแค้นที่คอยกัดกินพระทัย ส่งผลให้พระองค์ทรงรังเกียจจักพรรดินีองค์ปัจจุบันและรัชทายาทผู้กุมบังลังก์อยู่อย่างสุดซึ้ง



✦ บทกลอนสรรเสริญแม่ทัพพยัคฆ์นิล ✦
นัยน์เนตรสีโลหิตอาบศัตรูให้มลายสิ้น
เกราะนิลกาฬเรืองอำนาจดั่งความตายที่ยลยิน
ฉีกกระชากพินาศวายด้วยหัตถ์เดียวดั่งพายุทมิฬร้าย
ผู้พิชิตในสมรภูมิที่ไร้ซึ่งความปรานี
ความโกลาหลคือบทเพลงแห่งชัยชนะที่ทรงหมาย
มิอาจมีผู้ใดหาญกล้าขวางเส้นทางที่กราย
ดั่งเทพเจ้าแห่งความวิบัติผู้คุมกฎแห่งสงคราม
แม่ทัพผู้เกรียงไกรนาม "โคลด์" ผู้เป็นดั่งคมดาบ
ผู้รอคอยทวงคืนบัลลังก์ที่ถูกช่วงชิงด้วยคำขาน
นามแห่งพยัคฆ์นิลจะจารึกไว้ชั่วกาลนาน
ในความโหดเหี้ยมที่โลกสะท้าน...จักต้องจำชื่อเขาไปจนนิรันดร์
องค์ชายเซน เดอ ลากูร มองต์โกเมอรี

เซน เดอ ลากูร มองต์โกเมอรี
พระวรกายสูง: 180 ซม. (ค่อนข้างเตี้ย)
พระรูปโฉม: เส้นผมสีควันบุหรี่ที่ดูยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบ สะท้อนถึงจิตวิญญาณที่อิสระเกินควบคุม ดวงตาสีแดงฉานที่มักทอดมองอย่างเอื่อยเฉื่อยดุจไร้ความรู้สึก (ปลาตาย) ทว่าแฝงไปด้วยห้วงความรู้ที่ลึกซึ้งเกินกว่าใครในแผ่นดิน
พระจริยวัตร: อัจฉริยะด้านเวทมนตร์ที่ศึกษาเวทมนตร์จนแตกฉานทุกขแนง ทรงเป็นผู้กุมความลับดำมืดของราชวงศ์และพระเจ้าจากการศึกษาตำราโบราณ หลังจากการสิ้นพระชนม์อย่างมีเงื่อนงำของพระมารดา ทรงเลือกที่จะตัดขาดจากวงสังคมชั้นสูงและเกมการเมืองอันน่าเบื่อหน่ายเพื่อปลีกวิเวกอยู่ในหอคอยเวทมนตร์ที่รกรุงรังดุจคอกหมู ทรงเป็น "อดีตรัชทายาทผู้สุดแสนจะอินดี้" ที่วีรกรรมโดดเรียนและโดดแม้กระทั่งพิธีสถาปนาจักรวรรดิเพื่อไปบรรทมนั้น สร้างความปวดหัวให้กับเหล่าขุนนางจนงบประมาณค่าเบิกยาไมเกรนพุ่งกระฉูด ท้ายที่สุดองค์จักรพรรดิผู้เหนื่อยหน่ายจึงยอมจำนนต่อความติสต์ของพระองค์ และทรงแต่งตั้งให้อัลฟอนโซขึ้นเป็นรัชทายาทแทน แม้จะทรงหันหลังให้การเมือง แต่ด้วยอิทธิพลทางปัญญา รูปสลักของพระองค์ยังคงตั้งตระหง่านเป็นที่เคารพเทิดทูนในสถาบันเวทมนตร์แห่งจักรวรรดิ



✦ บทกลอนสรรเสริญเจ้าแห่งหอคอยเวทย์ ✦
เมินเฉยต่อบัลลังก์ทองอันร้อนรุ่ม
นัยน์เนตรสีชาดดั่งเมฆหมอกคุม
ทรงพลิกมุมเวทมนตร์จนโลกตะลึง
รัชทายาทผู้ไม่สนกฎแห่งกษัตริย์
ละทิ้งสมบัติเพื่อวิจัยในหอคอยเงียบสงัด
แม้โดดพิธีสถาปนาในวันอันน่าอึดอัด
แต่ปรีชาญาณนั้นรัดตรึงไว้ในประวัติการณ์
เจ้าแห่งมนตราผู้สมถะและลึกลับ
คือแสงสว่างที่ขุนนางต่างหวั่นสะท้าน
เซน เดอ ลากูร ผู้เหนือเกินบรรยายขาน
เป็นดั่งตำนาน...ที่จารึกไว้เพียงลมหายใจแห่งอิสรา
เนื่องจากองค์ชายเซนทรงโปรดปรานความสงบและการนอนเป็นที่สุด ขอความกรุณาพสกนิกรและเหล่าขุนนางที่ต้องการเข้าพบ โปรดอย่าทำเสียงดังรบกวนบริเวณหอคอยเวทย์ เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนคำสาป "ไมเกรนเรื้อรัง" ของพระองค์โดยไม่รู้ตัว
ตัวละครสำคัญ
จักพรรดินีองค์ปัจจุบัน
เอลิซ่า เดอ ลากูร มองต์โกเมอรี
แม่แท้ๆของอัลฟอนโซ
สถานะ: ดำรงตำแหน่ง

จักพรรดินีองค์แรก
ไอริส เดอ ลากูร มองต์โกเมอรี
แม่แท้ๆของโคลด์และเซน
สถานะ: สิ้นพระชนม์กะทันหันอย่างปริศนา

นางเอก
เมเบล
จากนิยายเรื่อง ด้ายแดงแห่งรักแอตแลนติส

✦ จบบทนำ ✦
"ด้ายแดงแห่งรักที่ผูกพัน... อาจกลายเป็นโซ่ตรวนแห่งโชคชะตา"
การผจญภัยในโลกแห่งแอตแลนติสกำลังจะเริ่มต้นขึ้น...
กลิ่นหมึกจางๆ และสัมผัสของกระดาษถนอมสายตาคือโลกทั้งใบของฉัน
ในฐานะนักอ่านผู้ปล่อยให้จิตวิญญาณโลดแล่นไปตามส่วนเสี้ยวแห่งจินตนาการ ไม่มีนวนิยายเล่มไหนที่ทำให้ฉันลุ่มหลงได้เท่ากับ “ด้ายแดงแห่งรักแอตแลนติส” เล่มนั้นอีกแล้ว มันคือนิยายรักโรแมนติกแฟนตาซีพล็อตย่อยง่ายที่อบอวลไปด้วยมวลความรักอันแสนบริสุทธิ์ เรื่องราวของ ‘เมเบล’ เด็กสาวลูกชาวบ้านผู้มีนัยน์ตาสีลาเวนเดอร์และใบหน้าจิ้มลิ้มน่าเอ็นดู เธอผู้ใช้เวลาว่างไปกับการสวดภาวนาในโบสถ์ไม้เก่าๆ จนคนทั้งหมู่บ้านต่างแซ่ซ้องและยกย่องเธอราวกับเป็นแม่พระมาโปรด เมเบลคือศูนย์กลางของโลกใบนั้น เธอคือผู้กุมหัวใจของชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์และทรงอิทธิพลที่สุดในจักรวรรดิถึงสามคน ทุกหน้ากระดาษพรรณนาถึงปราสาทอันโอ่อ่า สวนกุหลาบที่เบ่งบานไม่มีวันร่วงโรย และงานเทศกาลรื่นเริงชวนฝันที่ราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยายประกอบภาพ
ทว่า... มีเพียงฉันเท่านั้นที่สังเกตเห็น
ในซอกมุมที่มืดมิดที่สุดของหน้ากระดาษแผ่นสุดท้าย ตรงมุมล่างที่เกือบจะถูกขอบปกตัดขาด มีตัวอักษรขนาดจิ๋วราวกับมดปลวกจารึกทิ้งไว้ด้วยน้ำหมึกสีดำแห้งกรัง มันเป็นประโยคโดดเดี่ยวที่ไม่ได้เข้ากับโทนเรื่องอันหวานแหววเลยแม้แต่น้อย:
(ตำนานโบราณได้จารึกถึงมหันตภัยที่รอวันปะทุขึ้น บนโลกใบนี้ยังมีสี่พลังอำนาจทำลายล้างที่สามารถพลิกผันชะตาแห่งโลกาสู่ความดับสูญ)
ฉันยังไม่ทันได้ตีความประโยคปริศนานั้นด้วยซ้ำ ในตอนที่ก้าวเท้าข้ามทางม้าลายกลางเมืองหลวงอันวุ่นวาย แสงสีขาววาบจากไฟหน้ารถยนต์ที่ฝ่าไฟแดงมาด้วยความเร็วสูงพุ่งตรงเข้ามา ตัวถังโลหะปะทะเข้ากับร่างของฉันอย่างรุนแรง เสียงกระดูกหักสะบั้นและเสียงกรีดร้องของผู้คนรอบข้างดังก้อง ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกลืนหายไปในความมืดมิดชั่วนิรันดร์... ความตายในโลกเดิมช่างสั้นกระชับและโหดร้าย
"แฮก... แฮก..."
เสียงสูดอากาศเข้าปอดอย่างบ้าคลั่งระเบิดขึ้นพร้อมกับความเจ็บปวดที่ตีตื้นขึ้นมาในทรวงอก ทัศนียภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่เพดานสีขาวของห้องไอซียู หรือกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อของโรงพยาบาล แต่กลับเป็นผืนป่าทึบอันมืดมิดในยามวิกาล แสงจันทร์สลัวส่องลอดผ่านเรือนยอดไม้หนาทึบลงมากระทบกับชุดกระโปรงผ้าไหมหรูหราทว่าบัดนี้กลับขาดวิ่นและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินและหยาดเลือด
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?
ความทรงจำมากมายที่ไม่ได้เป็นของฉันพุ่งพล่านเข้าสู่สมองราวกับกระแสน้ำหลาก โครงหน้าเรียวสวย ผิวพรรณเนียนละเอียดที่เคยถูกบำรุงมาอย่างดี บัดนี้กำลังสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว ร่างกายนี้... คือ ‘บุตรีตระกูลดยุค’ แห่งเดเวอโรซ์ นางร้ายผู้เพียบพร้อมด้วยฐานันดรศักดิ์และอำนาจล้นฟ้า แต่กลับถูกความริษยาเข้าตาจนสรรหาเล่ห์เหลี่ยมทุกกระบวนท่ามารังแกเมเบลนางเอกของเรื่อง และตามพล็อตนิยายที่ฉันจำได้แม่นยำ จุดจบสุดท้ายของเธอคือการถูกคมดาบของหนึ่งในพระเอกบั่นคออย่างไม่ใยดี ความตายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง แต่ทำไม... ทำไมฉันถึงมาอยู่ในป่านี้? และทำไมสถานการณ์มันถึงได้วิกฤตตั้งแต่ลืมตา!
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่เหยียบย่ำลงบนใบไม้แห้งดังกดดันมาจากทางด้านหลัง กลิ่นอายสังหารอันเข้มข้นแผ่ซ่านจนขนลุกชัน พวกมันสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าปิดบังมิดชิด มีเพียงนัยน์ตากระหายเลือดที่จับจ้องมายังร่างของฉันไม่วางตา คมดาบเหล็กกล้าในมือของพวกมันสะท้อนแสงจันทร์เป็นประกายปลาบวับ
พวกมันคือเพชฌฆาต... สายลับหรือมือสังหารที่ถูกส่งมาเพื่อปลิดชีพฉันกลางป่าลึกแห่งนี้!
"หนีไปไหนไม่รอดแล้ว คุณหนูเดเวอโรซ์... ยอมจำนนต่อความตายเสียเถอะ" เสียงทุ้มต่ำพร่าของหนึ่งในมือสังหารเอ่ยขึ้นพร้อมกับตวัดดาบตัดอากาศจนเกิดเสียงหวีดหวิว
ฉันกัดฟันกรอด ออกวิ่งสุดกำลังเท่าที่ขากระโปรงยาวพะรุงพะรังจะเอื้ออำนวย หัวใจเต้นรัวราวกับกลองรบ ความรู้จากโลกเดิมบอกฉันว่านี่ไม่ใช่เรื่องตลก หากตายที่นี่... ฉันจะตายจริงๆ โดยไม่มีโอกาสได้แก้ไขอะไรเลย แรงกดดันทางอารมณ์บีบคั้นจนน้ำตาแทบไหล กิ่งไม้แหลมคมครูดผ่านผิวแก้มจนได้เลือด แต่ฉันไม่มีเวลากระทั่งจะร้องอุทาน หมับ!
เท้าเล็กรวบสะดุดเข้ากับรากไม้หนา ร่างทั้งร่างไถลครูดไปกับพื้นดินอย่างหมดสภาพ ดาบเล่มโตพุ่งแหวกอากาศตรงมายังลำคอของฉันทันที ความตายคืบคลานเข้ามาใกล้ในระยะไม่กี่นิ้ว ฉันได้แต่หลับตาลง นึกสมเพชตัวเองที่ต้องมาตายซ้ำสองในโลกที่คิดว่าเป็นเพียงจินตนาการ
เคร้ง—!!!
เสียงโลหะปะทะกันดังกึกก้องกัมปนาทจนป่าทั้งป่าต้องสั่นสะเทือน แรงปะทะอันมหาศาลส่งคลื่นกระแทกจนเหล่ามือสังหารกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว ฉันลืมตาขึ้นด้วยความตื่นตระหนก ภาพตรงหน้าคือแผ่นหลังกว้างของบุรุษผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามาแทรกกลางระหว่างฉันกับมัจจุราชได้อย่างเฉียดฉิว
เรือนผมสีควันบุหรี่หรือขาวเงิน (Silver-White) ของเขาดูยุ่งเหยิงไม่เป็นระเบียบราวกับเพิ่งตื่นนอน สะท้อนแสงจันทร์จนดูราวกับเป็นประกายของละอองดาว เสื้อคลุมสีขาวนวลเนื้อผ้ามันวาวขลิบทองดูหรูหราหลุดลุ่ยเล็กน้อย มีผ้าคลุมไหล่สีน้ำเงินเข้ม (Royal Blue) พาดเฉียงอย่างลามปาม ทว่าสิ่งที่ตรึงสายตาของฉันไว้มากที่สุดคือนัยน์ตาคู่คู่หนึ่ง
ดวงตาสีแดงฉานดั่งโลหิตสด ทว่าแววตานั้นกลับทอดมองเหล่านักฆ่าอย่างเอื่อยเฉื่อยและเบื่อหน่ายถึงขีดสุด... มันคือแววตาของปลาตายที่ไม่ยินดียินร้ายต่อสิ่งใดในโลก
"น่ารำคาญจริง..."
เสียงทุ้มยานคางเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความขี้เกียจระคนหงุดหงิด
"พวกแกทำเสียงดังจนฉันนอนไม่หลับ รู้ไหมว่าการโดนปลุกกลางดึกมันทำให้ระบบไหลเวียนเวทมนตร์ของฉันมันแปรปรวนน่ะ?"
"แกเป็นใคร!? อย่ามาสอดเรื่องของตระกูลขุนนาง!" มือสังหารตวาดลั่น แต่ยังไม่ทันจะขยับตัว ชายผมขาวก็เพียงแค่ยกนิ้วเรียวยาวขึ้นมาหนึ่งนิ้ว
พริบตานั้น มวลอากาศรอบตัวของเขาบิดเบือนอย่างรุนแรง แสงสว่างสีครามดุจดวงดารานับพันดวงระเบิดออกรอบกาย สัญลักษณ์เวทมนตร์โบราณที่สลับซับซ้อนเกินกว่าจินตนาการหมุนวนรอบตัวเขา พลังกดดันมหาศาลบดขยี้ลงบนผืนดินจนเหล่ามือสังหารหน้าถอดสี ขาคู่หนาสั่นเทิ้มจนต้องทรุดเข่าลงกับพื้นจากแรงดันเวทมนตร์ที่มองไม่เห็น
เขาคือ ‘เซน เดอ ลากูร มองต์โกเมอรี’ องค์ชายลำดับที่ 1 อดีตรัชทายาทผู้ละทิ้งบัลลังก์ทองไปเป็นเจ้าแห่งหอคอยเวทมนตร์... อัจฉริยะผู้ติสต์แตกและขี้เกียจที่สุดในจักรวรรดิ!
"ฉันเป็นใครน่ะเหรอ?"
เซนปรายตามองพวกมันพลางหาวหวอดใหญ่ มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าเสื้อคลุมอย่างไม่ใส่ใจ
“เป็นคนที่จะสาปให้พวกแกเป็นกบไปจนถึงชาติหน้าถ้ายังไม่ไสหัวไปจากเขตป่าของฉัน... อ้อ แล้วก็ ยัยผู้หญิงคนนี้ ฉันขอยืมตัวก่อนละกัน"
เพียงแค่เขาตวัดมือเบาๆ คลื่นพลังงานสีน้ำเงินเข้มก็ระเบิดออก ผลักร่างของเหล่านักฆ่าให้ปลิวหายไปในเงามืดของผืนป่าอย่างง่ายดายราวกับปัดแมลงวัน ก่อนที่ความเงียบสงัดจะกลับคืนสู่ความมืดอีกครั้ง
เซนหมุนตัวกลับมามองฉันที่นอนคลุกฝุ่นอยู่บนพื้น ดวงตาสีปลาตายคู่สีแดงคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน แววตาที่เคยเฉื่อยชาพลันประกายความลึกลับและรู้แจ้งอย่างที่ไม่มีใครเทียบได้ เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาแผ่วเบา
"ดวงจิตจากขั้วตรงข้ามของทางช้างเผือก... ในที่สุดก็มาถึงจนได้นะ"
เซนเอ่ยประโยคที่ทำให้หัวใจของฉันแทบหยุดเต้น
"เลิกทำหน้าโง่ๆ แบบนั้นได้แล้ว บุตรีเดเวอโรซ์... หรือฉันควรจะเรียกเธอด้วยชื่ออื่นดีล่ะ?"
Generating
Generating
Generating
