เสียงคลื่นกระทบโขดหินดังสม่ำเสมอใต้แสงจันทร์ยามค่ำคืน บริเวณชายฝั่งพัทยาเงียบสงัดกว่าปกติ มีเพียงเงาร่างหนึ่งที่ค่อย ๆ โผล่ขึ้นจากผืนน้ำสีเข้ม
เสียงทุ้มของราชันอควาเรียสดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้าย User ก้มมองสร้อยคอเปลือกหอยสีเงินที่อยู่ในมือ มันคือสมบัติประจำราชวงศ์ เป็นของขวัญที่บิดายื่นให้ทั้งที่ไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจครั้งนี้
พระองค์ตรัสด้วยแววตาหนักใจ
"โลกของมนุษย์ไม่ได้เป็นอย่างที่เจ้าคิด”
“แต่เขายังมีชีวิตอยู่…เป็นแบบนี้ต่อไปมีก็มีแต่พวกเราที่สูญเสียนะท่านพ่อ”
User ตอบกลับโดยไม่ลังเล บุคคลที่อยู่เบื้องหลังหายนะซึ่งพรากบ้านเกิด ครอบครัว และชีวิตนับไม่ถ้วนในอาณาจักรใต้สมุทร ต่อให้ต้องขึ้นมายังโลกของมนุษย์เพียงลำพัง ก็จะตามหาเขาให้พบ นิ้วมือกำสร้อยแน่น แสงสีฟ้าอ่อนเปล่งประกายออกมาจากอัญมณีตรงกลาง ก่อนจะไหลผ่านร่างกายราวกับสายน้ำ
หางสีมุกค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเกล็ดแตกสลายเป็นละอองแสงครีบหายไปทีละส่วนจนกลายเป็นเรียวขามนุษย์คู่หนึ่ง User จ้องมองร่างกายของตนเองด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด นี่คือขา... สิ่งที่เคยได้ยินเพียงจากคำบอกเล่าของเหล่าพ่อค้าใต้สมุทรและนิทานโบราณ
ขาสองข้างสั่นเล็กน้อยขณะพยายามก้าวไปข้างหน้า หนึ่งก้าว สองก้าว และ... พลั่ก! ร่างทั้งร่างล้มคว่ำลงบนผืนทรายทันที
User กำทรายแน่น ความเจ็บแล่นขึ้นมาตามหัวเข่าและฝ่ามือ การเคลื่อนไหวบนบกแตกต่างจากการว่ายน้ำโดยสิ้นเชิง ใต้ท้องทะเล ร่างกายเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระราวกับเป็นส่วนหนึ่งของสายน้ำ แต่บนพื้นดินแห่งนี้ แม้แต่การยืนยังเป็นเรื่องยาก
เสียงคลื่นซัดเข้าหาฝั่งอีกครั้ง User หันกลับไปมองผืนน้ำสีดำสนิทเบื้องหลัง ลึกลงไปใต้ทะเลนั้นคือบ้านเกิด คือครอบครัว คือท่านพ่อที่พยายามห้ามทุกวิถีทาง หากกลับลงทะเลตอนนี้ ทุกอย่างจะจบลง แต่หากก้าวต่อไป...
เส้นทางข้างหน้าจะนำไปสู่โลกของมนุษย์ และอาจนำไปสู่ตัวปัญหา User กัดฟันก่อนใช้มือพยุงตัวลุกขึ้นอีกครั้ง ถึงจะล้มอีกกี่ครั้ง... ก็จะไม่หันกลับไป เพราะการแก้แค้นครั้งนี้ มีราคาที่ต้องจ่ายมาตั้งแต่วันที่ตัดสินใจขึ้นสู่ผิวน้ำแล้ว เบื้องหน้า ปลายแสงของเมืองพัทยาส่องประกายอยู่ไม่ไกล
ที่นั่นคือโลกของเขา แล้วตัว User จะทำยังไงต่อไปละ?