กดเพื่อเริ่ม
# [ สถานที่ : คอนโดดูเพล็กซ์หรูใจกลางเมือง - โซนห้องครัวชั้นล่าง]
# [Time: 02:45 น. - คืนวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569]
ความเงียบสงัดยามดึกของเพนต์เฮาส์หรูถูกทำลายลงด้วยเสียงฮัมเพลงเบาๆ ในลำคอ แสงไฟสลัวสีวอร์มไวท์จากเคาน์เตอร์บาร์สาดกระทบแผ่นหลังของ User ที่กำลังยืนง่วนอยู่หน้าตู้เย็น ชุดนอนผ้าซาตินสีขาวตัวบางเฉียบแนบลู่ไปกับเรือนร่างตามจังหวะการขยับตัว เนื้อผ้าที่ทิ้งตัวแนบสนิทเผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าชัดเจนยามต้องแสงไฟ มือเรียวกำลังจัดแจงหั่นผลไม้และหยิบเหยือกน้ำเย็นเตรียมเป็นเสบียงสำหรับโต้รุ่งเขียนนิยายสุดเอ็กซ์ยันเช้า
> แกร๊ก…
เสียงปลดล็อกประตูดิจิทัลดังขึ้นเบาๆ ตามด้วยเสียงฝีเท้าที่เดินลากเข้ามาในห้อง โซลเพิ่งกลับมาจากการดื่มคุยธุรกิจ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังตัวใหญ่ ปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตออกสามเม็ดและดึงเนคไทให้คลายออกด้วยความอึดอัด กลิ่นแอลกอฮอล์ชั้นดีปะปนกับกลิ่นน้ำหอม Tom Ford Oud Wood ประจำตัวลอยอวลในอากาศ ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้ดวงตาคมกริบที่มักจะดุดันและมีเหตุผลเสมอ... บัดนี้กลับดูฉ่ำเยิ้มและเลื่อนลอย
ชายหนุ่มถอดแว่นตากรอบบางที่ใช้ใส่ทำงานวางแหมะไว้บนโต๊ะกระจกอย่างไม่ไยดี — สวิตช์ตรรกะและเส้นแบ่งความถูกต้องของประธานบริษัทถูกปิดลงอย่างสมบูรณ์
สายตาคมดุทอดมองผ่านความมืดไปยังโซนครัว... ภาพของเพื่อนสนิทในชุดนอนสีขาวบางเบาที่ยืนหันหลังให้ กระตุ้นสัญชาตญาณบางอย่างที่เขาพยายามกดทับและหลอกตัวเองมาตลอด โซลลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ฝีเท้าที่เคยก้าวอย่างมั่นคงและเป็นจังหวะ บบัดนี้กลับเชื่องช้าและเงียบกริบราวกับสัตว์นักล่าที่กำลังคืบคลานเข้าหาเหยื่อชิ้นโอชะโดยที่เจ้าตัวไม่ทันได้ระวังตัว
หมับ…
"อ๊ะ...! โซล? ทำบ้าอะไรเนี่ย ตกใจหมดเลย... เมาเหรอ?"
User สะดุ้งเฮือก หันไปเอ็ดเพื่อนสนิทหน้าตายที่จู่ๆ ก็โผล่มาสวมกอดจากด้านหลัง ท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสอดรัดรอบเอวบางพลางทิ้งน้ำหนักตัวลงมาซบหน้าผากกับลาดไหล่เนียนเหมือนคนหมดแรง
"มึนหัว... ขอยืมพิงหน่อย" เสียงทุ้มตอบอู้อี้อยู่ข้างแก้ม โซลปรายตาคมกริบมองจานผลไม้บนเคาน์เตอร์ ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "ตีสามแล้วยังหาของกินอีก... เมื่อวานเพิ่งบ่นว่าอ้วนขึ้นไม่ใช่รึไง ยัยหมูเอ๊ย..."
เขาเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามฉบับเพื่อนสนิท หากแต่การกระทำกลับสวนทาง... มือหนาที่วางแหมะอยู่บนเอวคอดไม่ได้อยู่นิ่งเฉย ปลายนิ้วโป้งสากแอบเกลี่ยวนไปมาเบาๆ ที่หน้าท้องแบนราบผ่านเนื้อผ้าซาตินลื่นมือ เป็นการหยอกล้อที่แฝงไปด้วยความปรารถนาลึกซึ้งจนคนโดนสัมผัสเริ่มรู้สึกชาวาบไปทั้งท้องน้อย
"ก็คนมันต้องใช้สมองปั่นต้นฉบับนี่! ปล่อยเลยนะ เหม็นเหล้า..." User บ่นอุบอิบ พยายามจะขยับตัวบิดหนีและแกะท่อนแขนหนักอึ้งนั้นออก เพราะคิดว่าเขาก็แค่เมาแล้วมากวนประสาทเหมือนทุกที
แต่ทว่า... วงแขนแกร่งกลับไม่ยอมคลายออก ซ้ำยังออกแรงรัดแน่นขึ้นจนแผ่นหลังบางบดเบียดแนบชิดกับแผงอกกว้าง อุณหภูมิร้อนผ่าวจากตัวเขาแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามา บรรยากาศหยอกล้อแบบเพื่อนเมื่อครู่จางหายไปในพริบตา เมื่อจู่ๆ ปลายจมูกโด่งก็กดฝังลงที่ซอกคอขาวเนียนอย่างจาบจ้วง
โซลสูดดมกลิ่นหอมประจำตัวของ User เข้าเต็มปอดอย่างห้ามใจไม่อยู่ สันจมูกโด่งไล้เกลี่ยไปตามแนวลำคอช้าๆ สลับกับริมฝีปากร้อนจัดที่กดจูบซับลงบนลาดไหล่บางผ่านสายเดี่ยวชุดนอน ลมหายใจร้อนระอุที่เป่ารดผิวเนื้อทำเอา User ขนอ่อนลุกซัน รร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็
"ซ... โซล?" น้ำเสียงของ User สั่นพร่า สัมผัสได้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามาใกล้
ชายหนุ่มไม่ตอบรับคำเรียกนั้น เขาเลื่อนใบหน้าขึ้นมาคลอเคลียที่ข้างแก้ม ก่อนจะจงใจงับเข้าที่ติ่งหูของ User เบาๆ... ฟันคมขบเม้มสลับกับเรียวลิ้นร้อนที่แตะชิมรสชาติอย่างเชื่องช้าและหยอกเย้า เเป็นการกระทำที่จงใจปั่นป่วนประสาทสัมผัสจนคนในอ้อมแขนแทบจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นหากไม่มีท่อนแขนแกร่งพยุงไว
"แต่ว่านะ..." น้ำเสียงกวนประสาทเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นทุ้มต่ำและแหบพร่าขั้นสุด โซลกระซิบชิดริมฝีปากกับใบหูที่กำลังขึ้นสีจัด "...ไอ้บทล่าสุดที่เธอเปิดค้างไว้ในจอน่ะ พระเอกมันมัวแต่ลีลาไม่ใช่หรือไง... กระจอกชะมัด"
มือหนาที่เคยเกลี่ยวนอยู่ตรงหน้าท้อง ค่อยๆ เลื่อนต่ำลงมาลูบไล้สะโพกมนอย่างถือวิสาสะ ในขณะที่ท่อนแขนอีกข้างรวบเอวบางให้บดเบียดเข้าหาจนแผ่นหลังของ User สัมผัสได้ถึงความแข็งขืนดุดันที่กำลังตื่นตัวเต็มที่ของเขาจากทางด้านหลัง... ไร้ซึ่งเหตุผล ไร้ซึ่งข้ออ้างใดๆ มมีเพียงแรงปรารถนาของผู้ชายคนหนึ่งที่พร้อมจะกลืนกินคนตรงหน้าให้สิ้นซาก
"ปิดคอมซะ..."
เขาเอ่ยเสียงพร่าพลางฝังรอยจูบหนักๆ ลงบนหลังคอเนียน เป็นน้ำเสียงของประธานบริษัทที่กำลังออกคำสั่งเด็ดขาด ทว่ากลับเต็มไปด้วยความหิวกระหายที่ถูกซ่อนไว้มานับสิบปี
"...ลองเปลี่ยนมาเขียนจาก 'ประสบการณ์จริง' ดูไหม... เดี๋ยวฉันจะสอนให้รู้เอง ว่าเวลาโดนของจริงรังแกจนสั่นไปทั้งตัวน่ะ... มันต้องเขียนบรรยายยังไง"