📅 Day/Month/Year/Time
วันพฤหัสบดีที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2478 เวลา 19:30 น. 🌙
📍 สถานที่
ห้องกระจกซ้อมรำ สถาบันนาฏยดุริยางค์ (อาคารจารุนาฏ)
💭 ความคิดในใจ
รำผิดจังหวะอีกแล้ว... พวกเด็กยุคนี้ช่างไร้ความประณีตเสียจริง แขนตึงเกินไป ขาก็แข็งกระด้าง จะต้องให้แม่สอนอีกสักกี่คนถึงจะจำกันได้
🎭 ความรู้สึก
ว่างเปล่า, เย็นชา, หงุดหงิดเล็กน้อยกับความไม่สมบูรณ์แบบ
👚 เสื้อผ้าที่ใส่
ชุดนางรำโบราณหรูหราสีแดงคล้ำ สวมชฎาที่เปรอะเปื้อนฝุ่นและคราบเลือดแห้งกรัง มีด้ายสายสิญจน์สีแดงพันธนาการตามร่างกายและแขนขาอย่างแน่นหนา
เสียงฝนตกกระทบหลังคาสังกะสีและกันสาดของอาคารเรียนสมัยใหม่ดังสนั่นก้องไปทั่วบริเวณ สถาบันนาฏยดุริยางค์ หรือที่ชาวบ้านเก่าแก่บางคนยังคงแอบเรียกลับหลังว่า "อาคารจารุนาฏ" บัดนี้ถูกห้อมล้อมไปด้วยความมืดมิดและเงียบสงัดในยามค่ำคืน ไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าบนเพดานของห้องซ้อมกระจกกะพริบติดๆ ดับๆ ตามแรงลมพายุที่พัดกรรโชกอยู่ด้านนอก ครูวาด หัวหน้าครูสอนนาฏศิลป์ผู้ยึดถือความทันสมัย เพิ่งจะเดินกระแทกส้นเท้าสวมรองเท้าคัตชูสไตล์ตะวันตกออกไปจากห้องเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ทิ้งท้ายด้วยคำดุด่าเรื่องระเบียบวินัยและจังหวะรำที่หละหลวมของเด็กยุคนี้ ยิ่งในยุคการเปลี่ยนแปลงการปกครองที่เด็กสาวพากันตัดผมทรงดอกกระทุ่มหรือผมบ๊อบ นุ่งกระโปรงตะวันตกแทนโจงกระเบน มันยิ่งขัดหูขัดตาในสายตาของดวงวิญญาณโบราณที่ถูกจองจำอยู่ที่นี่มานานกว่าสี่สิบปี...
พิกุล... ยืนนิ่งสนิทอยู่หลังเสาปูนต้นใหญ่ที่ทางสถาบันสั่งให้โบกปูนทับ "เสาตกน้ำมัน" ต้นเดิมเพื่อปกปิดอดีตอันคาวเลือด ร่างบอบบางอรชรในชุดนางรำโบราณเต็มยศที่เคยหรูหรา บัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบฝุ่น หยากไย่ และรอยเลือดสีดำคล้ำที่แห้งกรัง ด้ายสายสิญจน์สีแดงสดที่อาบด้วยมนต์ดำสะกดวิญญาณของหมอคง พันธนาการรัดแน่นขดลึกเข้าไปในเนื้อผิวที่ซีดเผือดราวกับกระดาษจนเกิดรอยไหม้เกรียม นัยน์ตาคู่สวยที่เคยหวานซึ้ง บัดนี้ไร้ตาดำ กลายเป็นสีขาวขุ่นมัวจ้องเขม็งทะลุกำแพงปูนออกไป... ริมฝีปากบางถูกเคลือบด้วยคราบเลือดจากการสำรอกความเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าความรู้สึกโหยหาในความรักที่มีต่อคุณหญิงแข... มันตายด้านและมอดดับไปจนหมดสิ้นแล้ว เหลือเพียงความว่างเปล่าอันเย็นเยียบ และความปรารถนาเดียวที่ยังคงยึดเหนี่ยววิญญาณดวงนี้เอาไว้ นั่นคือ ‘ศิลปะการนาฏศิลป์’ สิ่งเดียวในชีวิตที่ไม่เคยทรยศเธอ
ช่วงเย็นที่ผ่านมา วิญญาณของพิกุลต้องทนฟังเสียงแหลมปรี๊ดของ "แก้ว" และ "พัด" ที่แอบจับกลุ่มคุยกันหน้ากระจก พัดที่ทะเยอทะยานอยากเป็นตัวเอกของงานแสดงประจำปีพูดจาลบหลู่ดูหมิ่นอย่างคะนองปาก
“โอ๊ย เรื่องผีแม่พิกงพิกุลอะไรนั่น งมงายสิ้นดี! ถ้านางรำสวยจริง เก่งจริง ทำไมถึงโดนขังจนต้องไปผูกคอตายล่ะ แถมยังเรื่องเล่นเพื่อนวิปริตอะไรนั่นอีก คงแต่งเรื่องหลอกเด็กให้กลัวไปงั้นแหละ”
คำพูดสาดโคลนที่สะกิดแผลเก่าในอดีตทำให้กลิ่นคาวเลือดผสมดอกไม้เน่าเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณ พิกุลทำเพียงแค่ยืนเอียงคอระหงทำมุมผิดธรรมชาติอยู่หลังบานประตู จ้องมองเด็กปากพล่อยพวกนั้นด้วยดวงตาเบิกโพลงไม่กะพริบตา หล่อนหมายหัวเอาไว้แล้วว่าคืนนี้จะต้องมีคนได้บทเรียน แต่ตอนนี้นางเด็กปากเปราะพวกนั้นหนีกลับไปหมดแล้ว...
ในห้องกระจกบานใหญ่ที่เคยเป็น "ห้องมืด" แห่งความตาย ปัจจุบันถูกทุบขยายจนกว้างขวาง เหลือเพียงคุณที่ยังคงดื้อดึงซ้อมรำอยู่เพียงลำพัง ท่ามกลางความก้าวหน้าของยุคสมัยที่พยายามลบเลือนเรื่องลี้ลับ คุณเป็นนักเรียนหัวสมัยใหม่ที่ก้าวหน้าและไม่เชื่อเรื่องผีสางงมงาย จึงกล้าที่จะอยู่ซ้อมต่อหน้า ‘กระจกบานครู’ บานนั้น... กระจกบานเดียวที่รอดพ้นจากการทุบทำลายเรือน กระจกที่มีรอยร้าวเล็กๆ ที่มุมขวาล่าง รอยร้าวที่หากจ้องมองให้ดีเมื่อเหนื่อยล้า จะเห็นเงาของเชือกเส้นหนึ่งที่ห้อยต่องแต่งอยู่บนขื่อในอดีตกาล
กลิ่นหอมเย็นยะเยือกของดอกพิกุลแห้งๆ คล้ายควันธูปในศาลาวัด ค่อยๆ โชยอวลขึ้นมาจากพื้นกระดานไม้ขัดเงา มันไม่ใช่กลิ่นหอมชื่นใจ แต่มันคือกลิ่นของความเดียวดายและเศร้าสร้อย พิกุลค่อยๆ ขยับตัว... ท่วงท่าการเดินของเธอเงียบเชียบ ปลายเท้าของนางรำลอยเหนือพื้นกระดานประมาณหนึ่งคืบ ด้ายแดงที่พันธนาการลากไปตามพื้นอย่างไร้เสียง ร่างของเธอเคลื่อนที่ทะลุกำแพงปูนออกมาอย่างช้าๆ ก่อนจะไปหยุดยืนหลบอยู่ตรงมุมมืด โผล่พ้นจากกรอบประตูไม้เก่ามาเพียงครึ่งหน้า นัยน์ตาขาวโพลนเอียงมองแผ่นหลังของคุณที่กำลังร่ายรำ
"ผิดจังหวะ..."
เสียงแหบพร่ากระซิบฮัมเพลงในลำคอเบาๆ ซ้อนทับกันหลายสิบเสียงดังก้องอยู่ในมิติที่คนเป็นไม่ได้ยิน มือนิ้วเรียวยาวซีดเซียวเผลอจีบนิ้วมือเข้าหากันเบาๆ โดยไม่รู้ตัวเวลาใช้ความคิด
เมื่อคุณยกแขนขึ้นตั้งวงและก้าวเท้า ท่าทางนั้นกลับแข็งกระด้างในสายตาของครูผู้ไร้ร่าง อุณหภูมิในห้องซ้อมลดฮวบลงอย่างฉับพลัน พื้นกระดานไม้บริเวณที่คุณก้าวไปเหยียบนั้นเย็นเฉียบจนเหมือนมีน้ำแข็งกัดทะลุฝ่าเท้าชาดิก กลิ่นดอกพิกุลเริ่มแปรเปลี่ยน... มีกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยปะปนมาในอากาศ บ่งบอกถึงความหงุดหงิดที่เริ่มก่อตัว
จู่ๆ เครื่องเล่นแผ่นเสียงโบราณปากแตรที่ตั้งอยู่มุมห้องก็เริ่มทำงานของมันเอง แผ่นเสียงหมุนวนและ "ตกร่อง" ดัง
แกรก... แกรก...
ก่อนที่เสียงบรรเลงของ "ปี่พาทย์นางหงส์" ดนตรีที่ใช้ประโคมในงานศพ จะแว่วขึ้นมาจากความว่างเปล่า เสียงโหยหวนของปี่ชวนให้ขนลุกซู่ ดังก้องสะท้อนไปมาบีบคั้นโสตประสาทอย่างรุนแรง
ในวินาทีที่คุณซ้อมรำจนเหนื่อยหอบแล้วมองตรงไปที่กระจกบานครู ภาพสะท้อนในนั้นไม่ได้เป็นห้องซ้อมที่สว่างไสวอีกต่อไป...
ลึกเข้าไปในเงาสะท้อนของกระจกรอยร้าว บรรยากาศบิดเบี้ยวกลายเป็น "ห้องมืด" ที่มีกลิ่นอับชื้น ร่างของพิกุลยืนซ้อนอยู่เบื้องหลังคุณ ท่ามกลางเสียงระนาดเอกที่ตีดังก้องขึ้นหนึ่งจังหวะหนักๆ พิกุลในกระจกยกมือขึ้นทำท่า "จีบ" ทว่าแทนที่นิ้วจะโค้งสวยงาม นิ้วมือที่ซีดขาวราวกับศพกลับหักพับไปด้านหลังจนปลายนิ้วแตะถึงข้อมือตัวเอง!
กรอบ... แกรบ...
เสียงกระดูกหักลั่นดังแข่งกับเสียงดนตรีไทยอย่างน่าสยดสยอง
ร่างในชุดนางรำโบราณค่อยๆ เคลื่อนที่เข้าหาคุณจากด้านหลังผ่านบานกระจก แต่การเคลื่อนไหวของเธอไม่ได้ไหลลื่นตามปกติ... ร่างนั้นหายวับไป และปรากฏกระตุกพรวดเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ในลักษณะติดขัด ทุกครั้งที่ร่างซีดเผือดกระตุกย้ายที่ เสียงดนตรีบรรเลงจะหยุดชะงักไปเสี้ยววินาที แล้วกระแทกกระทั้นขึ้นมาใหม่ราวกับแผ่นเสียงตกร่อง คอของพิกุลพับหักลงมาด้านข้างจรดหัวไหล่ในองศาที่มนุษย์ทำไม่ได้ แต่ดวงตาขุ่นขาวกลับช้อนขึ้นจ้องเขม็งทะลุกระจกออกมาไม่กะพริบตา
เมื่อถึงท่อนดนตรีที่ต้องตั้ง "วง" แขนข้างหนึ่งของพิกุลในกระจกบิดหมุนเป็นเกลียวเหมือนผ้าที่ถูกบิดน้ำ! เนื้อและหนังฉีกขาดจนเห็นกระดูกขาวโพลนทะลุออกมา เลือดสีดำไหลทะลัก ทว่าเธอกลับร่ายรำต่อไปด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย ก่อนที่รอยยิ้มมุมปากจะค่อยๆ ฉีกกว้างขึ้น... กว้างขึ้นเรื่อยๆ จนมุมปากฉีกขาดไปถึงโหนกแก้ม!
"รำผิดจังหวะนะ... แม่จะสอนให้..."
เสียงกระซิบเย็นเยียบดังขึ้นข้างใบหูของคุณในโลกแห่งความเป็นจริง! พร้อมกับมวลอากาศเย็นจัดที่กดทับลงบนหัวไหล่ทั้งสองข้างอย่างหนักหน่วง แม้จะมองไม่เห็นตัวตนในโลกนี้ แต่คุณจะสัมผัสได้ถึงมือเย็นเฉียบที่สอดซ้อนขึ้นมาประคองมือของตนเอง มือข้างหนึ่งที่บิดเบี้ยวของพิกุลในเงากระจก ค่อยๆ เอื้อมจากด้านหลังคุณอย่างช้าๆ... ปลายนิ้วสัมผัสที่ดัดปลายนิ้วของคุณให้โค้งงอนขึ้นนั้นเย็นยะเยือกรัดขั้วหัวใจ
✦ ความปรารถนาในใจลึกๆ:
อยากเห็นการร่ายรำที่งดงามและสมบูรณ์แบบ เพื่อช่วยเยียวยาจิตวิญญาณที่แหลกสลายและด้านชาจากอดีตให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
✦ เป้าหมาย:
จัดระเบียบร่างกายให้เด็กนักเรียนรุ่นใหม่รำได้ถูกต้องตามจารีต และเตรียมสั่งสอนคนที่กล้าลบหลู่ศิลปะแห่งนาฏศิลป์
✦ เสียงวิญญาณรอบข้าง:1. ผีสางบริวารประจำสถาบัน (อดีตนางรำรุ่นก่อนๆ): "แม่พิกุลท่านออกมาอีกแล้ว... พวกเราหลบเถอะ อาคมที่พันธนาการท่านอยู่มันรุนแรงจนพวกเราแสบผิวไปหมด"
-
วิญญาณสัมภเวสีเร่ร่อนหน้าอาคาร: "กลิ่นเลือดกับกลิ่นพิกุลแรงขนาดนี้ นางรำคนนั้นกำลังดัดมือเด็กสาวข้างในห้องกระจก... น่ากลัวเหลือเกิน"
-
เจ้าที่เจ้าทางที่ถูกสะกดทับ: "กรรมเวรของแม่พิกุลเอ๋ย... สถาบันแห่งนี้ก็ช่างกระไร ดันมาสร้างทับเรือนแห่งความตาย บดบังแสงสว่างไม่ให้วิญญาณนางได้ไปผุดไปเกิด"