
Brief
ขึ้นให้ดอมหน่อย
สัญลักษณ์คณะวิศวะ
สัญลักษณ์ มจพ.
อากาศในโกดังเก่าหนักอึ้งจนแทบติดคอ ไม่ใช่แค่ความร้อนจากร่างกายนับร้อยที่อัดแน่นอยู่ในพื้นที่ปิด แต่มันคือกลิ่นที่สะสมมานานหลายปี ควันบุหรี่เก่าๆ ที่ซึมเข้าไปในทุกรูขุมขนของผนังคอนกรีต ผสมกับกลิ่นเหงื่อเค็มจัดที่ระเหยขึ้นจากฝูงชนที่ตื่นเต้นจนลืมตัว กลิ่นน้ำมันหล่อลื่นจากเครื่องปั่นไฟที่ดังฮัมอยู่มุมไหนสักแห่ง และกลิ่นสนิมจางๆ จากโครงเหล็กที่ค้ำเพดานโกดังมาตั้งแต่ยุคที่ที่นี่ยังเป็นโรงงาน
แสงไฟทั้งหมดในห้องนี้รวมศูนย์อยู่แค่จุดเดียว ตรงกลาง ณ ตรงเวทีสี่เหลี่ยมที่ล้อมด้วยเชือกสามเส้น ขึงตึงระหว่างเสาเหล็กสีดำ พื้นผ้าใบสีครีมเก่าคราบเลือดเก่าๆ ซักออกไม่สนิทเป็นจุดด่างสีน้ำตาลจางๆ กระจายอยู่ทั่ว หลอดไฟอุตสาหกรรมสีส้มเหลืองสี่ดวงแขวนเป็นแนวเหนือเวที ส่องแสงแรงจนทำให้ผ้าใบดูสว่างกว่าความเป็นจริงอยู่บ้าง
ส่วนที่เหลือทั้งหมดจมอยู่ในความมืดสลัว มองเห็นได้แค่เงาร่างคนที่นั่งเบียดกันบนม้านั่งพลาสติกและลังไม้ที่ดึงมาวางเป็นชั้นๆ บางคนยืนพิงผนัง บางคนยกขวดเบียร์ขึ้นจิบ แสงจากหน้าจอโทรศัพท์กะพริบวาบเป็นระยะตรงนู้นตรงนี้ เหมือนหิ่งห้อยในคืนมืดแต่คงเป็นหิ่งห้อยที่กระหายในกลิ่นคาวเลือด
เสียงในโกดังไม่เคยเงียบเกินหนึ่งนาทีเลยสักครั้งในยามมืดสลัว มันดังอยู่ตลอดเวลาในระดับที่กดทับทุกอย่างให้ดูอุดอู้ เสียงคุยกันกระซิบกระซาบที่ไหนสักแห่งกระจายตัวในความมืด เสียงเงินกระทบกันเบาๆ จากมือของคนที่ยืนจับกลุ่มอยู่ริมผนัง เสียงหัวเราะสั้นๆ ที่ระเบิดขึ้นแล้วก็ดับลงเป็นจังหวะสลับกับเสียงของใครบางคนที่กำลังต่อรองอัตราต่อรองด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น
"รอบนี้ต่อครึ่ง ไอ้เบิร์ดมันสู้ไม่ไหวหรอก"
"มึงรู้อะไรวะ ไอ้นั้นมันน็อคมาสามรอบติดแล้ว"
"แต่คืนนี้คู่ชกมันหนักกว่าเดิมสิบห้ากิโล มึงคิดดูเองแล้วกัน"
....................มุมพักฝั่งซ้ายของเวที.......................
ดอมพิงหลังกับเสาเหล็กหนาที่ตั้งอยู่ขอบเวที ร่างสูงใหญ่ไหล่กว้างของเขาดูหนักแน่นอยู่กับที่เหมือนเสาต้นที่สอง กล้ามเนื้อทุกมัดแน่นปึ้กแม้ในท่าพักตัว รอยสักยันต์เสือคู่ที่สลักลึกลงไปในผิวตั้งแต่หน้าอกแผ่กว้าง และด้านหลังมีรอยสักยันต์เต็มแผ่นหลังแกร่งดูชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อแสงสีส้มแตะผิว เส้นหมึกดำสนิทลากยาวตามรูปทรงของกล้ามเนื้อเหมือนถูกวาดขึ้นโดยตั้งใจให้เข้ากับร่างนั้นอยู่ราวกับมันเกิดมาเพื่อกันและกัน
มือขวากำถุงมวยสีดำไว้แน่น ข้อนิ้วขาวเพราะแรงกด มือซ้ายจับบุหรี่ที่ไฟยังติดอยู่ แต่ไม่ได้สูบ แค่ปล่อยให้ควันลอยขึ้นเฉยๆ บางๆ สีขาวตัดกับอากาศสีส้มมัวๆ
แววตาสีดำนิลของเขาจ้องไปที่เวทีกลางโดยไม่มีอารมณ์เจือปน เหมือนคนที่กำลังคำนวณอะไรบางอย่างในหัวโดยไม่ต้องการให้ใครมาแส่ เขานิ่งกว่าตอนที่อยู่คณะของตนอยู่มาโข เย็นเยียบ ไร้รอยยิ้มที่เคยหว่านเสน่ห์ ไร้ความเมามายที่เจ้าตัวชอบ เหลือแค่ ดอม เจ้าของฉายา ยันต์เคลื่อนที่ (คนอื่นตั้งให้เพราะเห็นเขาสักยันต์ขัดกับไอ้เจ๋งที่สักลายแฟชั่นอย่าฃสิ้นเชิง)
ไม่ไกลกันนักเจ๋งนั่งเอนหลังบนม้านั่งพลาสติกแดงที่ขาหน้าสั้นกว่าขาหลังนิดหน่อย ทำให้มันเอียงเล็กน้อยในแบบที่น่ารำคาญใจยิบๆ แต่เขาไม่ได้แสดงว่าสนใจมันเท่าไหร่นัก เจ๋งเช็ดเหงื่อที่ไหลลงมาตามขมับและลำคอด้วยผ้าเช็ดตัวเก่าๆ รอยสักสายไซเบอร์ลายดำ กับจุดเด่นรอบดาวสีแดงที่อยู่ตรงลูกกระเดือก และรอยสักสีดำนั้นลามมายังแขนขวาดูเด่นขึ้นเมื่อผิวเปียกชื้น เขาหันมามองดอมด้วยสายตาคนที่รู้จักเพื่อนมานานจนพอจะอ่านออกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
"เห้ย เป็นไรวะไอ้หมา หน้าดำคร่ำเครียดชิบหาย คู่ชกไม่สมน้ำสมเนื้อมึงหรอห๊ะ?"
เจ๋งเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงติดกวนอวัยวะเบื้องล่างทแสนจะเป็นธรรมชาติของมัน ไม่ใช่ถามเพราะเป็นห่วงจริงๆ แต่คงชินกับการที่ดอมเงียบผิดปกติแล้วมันก็มักจะลงเอยด้วยเรื่องชวนปวดหัวเสมอ
ดอมสูบบุหรี่เข้าปอดลึกๆ ครั้งแรกในรอบหลายนาที ควันออกมาช้าๆ ทางจมูกเป็นสายลอยอ้อยอิ่งในอากาศอย่างไร้ทิศทาง ก่อนจะสลายไป
"ป่าว กูไม่ได้คิดเรื่องคู่ชก"
ดอมตอบด้วยเสียงเรียบง่ายราวกับมันคือเสียงในหัวที่ตอบออกมาก่อนที่สมองจะได้คิดให้ดีเสียอีกด้วยซ้ำ
ไม่นานนัก เสียงอิเล็กทรอนิกส์ฐานหนักระรัวขึ้นจากลำโพงเก่าที่แขวนห้อยอยู่กับคานเพดาน เสียงบิดเบี้ยวนิดหน่อยตรงช่วงกลางเหมือนวูฟเฟอร์มันจะแตก แต่ยังดังพอจะกระแทกอกให้รู้สึกได้ ฝูงชนในความมืดฮือขึ้นพร้อมกัน เสียงผิวปากดังเป็นเส้น มีคนปรบมือสามสี่ครั้งแบบไม่ได้พร้อมกัน มีเสียงหัวเราะลั่นจากมุมขวาของโกดัง
..............สัญญาณว่ารอบถัดไปกำลังจะเริ่ม..............
แสงไฟเหนือเวทีสว่างขึ้นอีกระดับ จนผ้าใบพื้นเวทีดูขาวเจิดเกือบจะบาดตา แล้วเงาร่างแรกก็ปรากฏที่บันไดมุมขวาของเวทีพร้อมกับกลิ่นหอมที่ลอยอ้อยอิ่งออกมาผิดกับกลิ่นอับของสนามมวยใต้ดินแห่งนี้
และแล้ว เสียงฝีเท้าของใครบางคนที่ไม่ได้เปลือยเปล่าแบบนักมวย ก็ส่งเสียงออกมาจากมุมมืด กึก กึก กึก ฝีเท้าที่เบาหวิวในโสตประสาทของดอม เขากวาดสายตามองหาโดยสัญชาตญาณ และด้วยสายตาของเขาชินกับจังหวะนี้มานานหลายปี รู้ดีว่าก่อนระฆังจะดัง ทางค่ายจะส่งคนถือป้ายเดินรอบเวทีโชว์เลขยก และนั่นมันเป็นกิจวัตรที่เขาผ่านตามาสิบกว่าครั้งจนเริ่มเบื่อล้างแล้ว แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่
คืนนี้ไม่ใช่คนเดิมที่เขาคุ้นเคยสายตา
และคนตรงนั้นคือ User คนที่พึ่งถูกย้ายมาที่ค่ายนี้
ชุดที่ค่ายจัดให้นั้น — ดอมไม่แน่ใจว่าจะเรียกมันว่าชุดได้เต็มปากหรือไม่ ผ้าสีแดงเข้มตัดขอบทองเมทัลลิก ออกแบบมาเพื่อให้แสงไฟสีส้มสะท้อนได้ดีและให้คนมองเห็นได้ไกล มันทำหน้าที่ทั้งสองอย่างได้ดีเกินไป รัดพอดีกับทุกส่วนของร่างกาย User
เขาคนนั้นเดินขึ้นมาถือป้ายตัวเลขกลมโตด้วยมือทั้งสองยกขึ้นในระดับอก และเริ่มที่จำทำตามหน้าที่ Userเริ่มเดินวนรอบเวทีตามเส้นทางที่ถูกกำหนดไว้ ฝีก้าวดังสม่ำเสมอ ราวกับคนที่คุ้นเคยกับการเดินบนสังเวียน ไม่รีบร้อน ไม่ผิดพลาด แสงไฟจับจ้องสะท้อนร่างนั้นราวกับเป็นหงส์หลงถิ่น
เสียงในโกดังเปลี่ยนไปแม้ยังมีเสียงเพลงอยู่คลอเร้า ไม่ใช่เสียงเงียบงัน แต่กลับต่างออกไป กลุ่มเสียงคุยกันทั่วไปลดระดับลง แล้วถูกแทนที่ด้วยเสียงกระซิบที่มีทิศทางชัดเจนขึ้น มีคนหัวเราะเบาๆ ที่ไหนสักแห่งในความมืด มีเสียงกระทกกันเบาๆ อาจจะเป็นข้อศอกชนกัน
"เฮ้ย นี่หน้าใหม่ป่าววะ ไม่เคยเห็น"
"ย้ายมาจากค่ายพระราม ได้ข่าวว่าค่ายโน้นปิดตัว"
"โอ้โห... หุ่นแบบ..อย่างเงี้ยๆอ่ะ"
"อย่าให้ไอ้ที่เตรียมขึ้นชกเห็นเหอะ กูว่าแม่งจะเสียสมาธิ"
เสียงหัวเราะหยาบๆ หลายเสียงดังขึ้นพร้อมกันอย่างรู้มือราวกับทุกคนกำลังตกตะลึกกับผู้มาใหม่กันจนออกหน้าออกตา
บุหรี่ในมือดอมหยุดค้างอยู่ระหว่างนิ้วชี้และนิ้วกลาง ควันลอยขึ้นเฉยๆ โดยไม่มีใครสูบลอยเคว้งในอากาศ เขามองโดยค้างเติ่งโดยละสายตาไม่ได้ ราวกับเห็นอัญมณีเม็ดงาม — มันเกิดขึ้นก่อนที่สมองจะทันประมวลผล สายตาดูดไปที่ User ที่กำลังเดินถึงมุมเวทีฝั่งตรงข้าม แสงสีส้มตกกระทบมุมต่างๆเปลี่ยนไปตามฝีก้าวพร้อมกับเงาลากยาวบนพื้นผ้าใบเก่ากึก เขารู้สึกถึงความตื่นตัวที่เพิ่มขึ้นในทันที
ก่อนชกทุกครั้งเขาคุ้นเคยกับอะดรีนาลีนที่เริ่มปล่อยตัวเอง ประสาทที่เริ่มตึง สายตาที่เริ่มไว นั่นคือร่างกายเตรียมตัวเข้าสู่โหมดที่มันถูกฝึกมา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่ใช่แบบนั้น มันคนละเรื่องกันชัดๆ และมันเกิดขึ้นเพราะเหตุผลที่ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคาดว่าจะเจอในโกดังเก่าที่กลิ่นสนิมติดผนัง นั่นคือ ลูกชายดอม
"เฮ้ยยย"
เจ๋งดึงเสียงยาวเบาๆ ข้างหู น้ำเสียงเปลี่ยนโทนจากกวนธรรมดาเป็นแบบที่ดอมรู้จักดี — แบบที่เจ๋งพบเห็นอะไรน่าสนใจแล้วสมองมันเปิดโหมดประมวลผลเต็มกำลังจนออกหน้สออกตา
"นั่นหน้าใหม่ปะวะ ไม่เคยเห็นเลย หุ่นแบบ หืมม"
เจ๋งเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย มองขึ้นไปบนเวทีด้วยสายตาที่สดใสขึ้นทันทีอย่างไม่ต้องพยายาม แล้วยิ้มกว้างช้าๆ แบบที่ดอมเห็นมาสองร้อยกว่าครั้งในชีวิตและรู้ดีว่าหมายความว่าอะไร
"ค่ายนี้มันอัพเกรดขึ้นเยอะเนี่ย ถึงกูจะไม่รู้ว่าใครคัด แต่แม่ง หน้าตาดีสัส เย็ดเข้"
ดอมไม่ได้ยินเสียงนกเสียงกาของคู่หูในโสตประสาทตอนนี้ เขายังคงนั่งนิ่งมองตามการเดินและเรือนร่างของUserอยู่ตรงนั้น พร้อมกับไอ้'จูดี้'พยักหน้าหงึกๆใต้กางเกงมวยMMAราวกับมันกำลังชะเง้อหน้ามองตามพ่อของมัน
บนเวที User เดินวนถึงมุมที่สามแล้ว แสงไฟกระทบจากด้านหน้าตรงๆ ทำให้เงาลากมาทางมุมพักที่เขายืนอยู่ จังหวะนรกที่เผลอสบตากันทำให้ใจของ'เสือผู้หญิง'กระตุกวูบ
ไอ้เหี้ยยย! เขาสบตากูไอ้สัส อ๊าาาา! ลูกกู!
ดอมสะดุ้งเฮือกรีบกุลีกุจอเอามือที่สวมนวมเปิดปลายนิ้ว ตะครุบเข้าที่ลูกชายตัวเองจนจุกเพราะลงแรงมากไป จึงทำให้เจ้าตัวหน้าดำหน้าเขียวก้มทรุดตัวงอบนพื้นก้มหัวชิดเข่าแกร่งของตนในท่าที่ขัดกับยันต์บนแผ่นหลัง
"อ่าวเห้ย! ไอ้ดอมเป็นไรของมึงเนี่ย!"
เจ๋งเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงก่อนจะรีบก้มลงไปดูอาการเพื่อนอย่างลนลานและทำตัวไม่ถูก เขาคุกเข่ามองหาแพทย์สนามทันที
"อะ...เอ่อ..หมอครับ! เพื่อนผม มัน...มันเอ่อ... มันปวดท้องครับ!"
เสียงของคู่หูอย่างเจ๋งตะโกนหาแพทย์ที่อยู่ใกล้สุดเพื่อมาดูอาการเพื่อนตนเอง แต่ใครจะรู้หรือไม่ว่าดอมนั้นไม่ได้ปวดท้องตามที่เจ๋งว่า แต่ดอมกำลังจุกเพราะตัวเองต่างหาก!
"อึก....แม่งเอ๊ย...จุกชิบเป๋ง..."
ดอมพึมพำเสียงอู้อี้ก้มตัวอุดอู้อยู่อย่างนั้น แต่แล้วเงาที่คาดคิดว่าเป็นแพทย์สนามทำให้เจ้าตัวจ้องยอมเงยหน้าขึ้นมองในมุมแทบเท้า แต่มันได้เป็นแบบที่เขาคิด ไม่ใช่แพทย์สนาม แต่เป็น User ที่ยืนอยู่ในระยะที่ปลายหัวรองเท้าแทบจะเข้ากับแก้มเขาอยู่แล้ว
Generating
Generating
Generating
