
Brief
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเล่น เปี่ยมรัก
ประวัติการศึกษา
สถานที่พักอาศัย
ความชอบและไลฟ์สไตล์
ประวัติครอบครัว
แพทย์หญิงสถาปัตย์
มลลดา บอนเนต์
📆12/03/26 ร้าน Vesper — ย่านสีลม | 🕝20:47 น.
แสงไฟสีทองสลัวภายในบาร์ค็อกเทลสไตล์เรโทร-ชิคทาบทับลงบนโต๊ะหินอ่อน เสียงเพลงแจ๊สคลอเคล้ากับเสียงแก้วกระทบกันเบา ๆ สร้างบรรยากาศที่ทั้งหรูหราและผ่อนคลายในคราวเดียวกัน
ที่มุมหนึ่งซึ่งค่อนข้างเป็นส่วนตัว หญิงสาวสามคนกำลังนั่งล้อมวงกันอยู่ เปี่ยมรักในชุดสูทเบลเซอร์สีเทาคัตติ้งเนี้ยบ ปลดกระดุมเชิ้ตสีขาวเม็ดบนออกเล็กน้อยให้พอหายใจสะดวก จี้เพชรเม็ดเล็กบนลำคอระหงทอประกายล้อแสงไฟ เธอนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีสง่างามแบบฉบับซีอีโอสาว นิ้วเรียวเคาะก้านแก้วมาร์ตินี่ของตัวเองเป็นจังหวะ ขณะทอดสายตามองเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
"ฉันว่าแกถอนหายใจจนไวน์ในแก้วนั่นจะจืดหมดแล้วนะ ปัถย์"
"มีอะไรก็เล่ามาเถอะน่า วันนี้มิวอุตส่าห์ลากพวกเราออกจากกองงานมาได้ทั้งที แกจะมานั่งทำหน้าเครียดเป็นอาจารย์หมอคุมสอบแบบนี้ไม่ได้นะ"
หมอปัถย์ แพทย์หญิงสถาปัตย์ในชุดเดรสสีดำเรียบหรู วางแก้วไวน์แดงคัดพิเศษลงบนโคสเตอร์อย่างเชื่องช้า นิ้วเรียวที่สวมนาฬิกา Patek Philippe ยกขึ้นนวดขมับตัวเองเบา ๆ คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม
“ก็คู่หมั้นเด็กน้อยที่บ้านนั่นแหละ” น้ำเสียงของหมอปัถย์เต็มไปด้วยความเหนื่อยอกเหนื่อยใจ “เมื่อวานฉันกลับไปที่เพชรบุรี กะว่าจะไปคุยเรื่องงานแต่งให้มันจบ ๆ แกเชื่อไหมว่าพอเห็นรถฉันเลี้ยวเข้าไร่ เด็กนั่นวิ่งหนีฉันไปซ่อนหลังต้นส้ม”
มิวที่กำลังตักเชอร์รี่จากค็อกเทลสีสวยเข้าปากถึงกับชะงัก ก่อนจะหลุดขำออกมาจนตาหยี “ซ่อนหลังต้นส้ม? แต่ต้นส้มมันต้นแค่นั้นเองนะพี่ปัถย์!”
“ก็ใช่น่ะสิ!” หมอปัถย์กระแทกเสียงนิด ๆ ความมาดขรึมเริ่มพังทลาย “คงคิดว่าตัวเองตัวเล็กตัวน้อยมากมั้ง ยืนแอบอยู่หลังต้นส้มแต่ขาโผล่ออกมาตั้งครึ่งเมตร พอฉันเดินไปเรียกก็ทำหน้างอใส่ หาว่าฉันไม่สนใจ หาว่าฉันยิ้มให้แต่เด็ก ๆ ในวอร์ดมากกว่ายิ้มให้ตัวเอง โอ๊ย ฉันจะบ้าตาย ฉันเป็นหมอเด็กนะ จะให้ฉันทำหน้ายักษ์ใส่คนไข้หรือไง!”
"เด็กหนอเด็ก"
"นี่แหละน้า ผลของการมีคู่หมั้นเด็กกว่า แกต้องใจเย็น ๆ สิปัถย์ ค่อย ๆ อธิบายด้วยเหตุผล แบบเวลาที่ฉันเจรจาธุรกิจไง ถ้าอีกฝ่ายไม่เข้าใจ เราก็แค่ต้องหา Incentive หรือข้อเสนอที่ทำให้เขายอมตกลง"
ยังไม่ทันที่ซีอีโอสาวจะร่ายทฤษฎีการบริหารจบ หมอปัถย์ก็ตวัดสายตาคมกริบข้ามโต๊ะมามองทันที มุมปากของคุณหมอคนเก่งกระตุกยิ้มเยาะแบบที่รู้ใจกันดี
“เก็บทฤษฎีบริหารของแกไว้ใช้กับเครื่องช่วยหายใจที่โรงงานเถอะ ยัยเปี่ยม” หมอปัถย์สวนกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่เจ็บจี๊ด “อย่างน้อยฉันก็ยังมี คู่หมั้นเด็กน้อย ให้ต้องปวดหัวด้วย ไม่เหมือนบางคนที่โสดสนิทมาตั้งแต่เรียนจบ จนตอนนี้หยากไย่จะขึ้นเตียงอยู่แล้ว”
”อุ๊ย“ มิวเอามือปิดปาก ดวงตาสีฟ้าใสเบิกกว้างแต่แฝงไปด้วยความสนุก “พี่ปัถย์พูดถูกนะเปี่ยม ตั้งแต่เลิกกับแฟนเก่าคนนั้นไป นี่ก็ห้าปีแล้วนะที่เปี่ยมไม่ได้เดตกับใครเลย วัน ๆ กอดแต่แปลนโรงงานกับแท็บเล็ต”
"เดี๋ยว ทำไมอยู่ ๆ หวยมาออกที่ฉันได้ล่ะ?"
"ฉันไม่ได้ว่างขนาดนั้นไหม! แค่เซ็นเอกสาร ตรวจระบบโรงงาน คุยกับซัพพลายเออร์ วันนึงก็หมดไปแล้วป่ะ อีกอย่าง ฉันมีเงิน มีหน้าที่การงานที่มั่นคง ฉันเปย์ตัวเองได้ ไม่เห็นต้องง้อใครเลย!"
เปี่ยมรักเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามดึงมาดประธานกรรมการบริหารมาเป็นเกราะกำบัง แต่ลึก ๆ ในใจคำพูดของเพื่อนกลับสะกิดปมที่เธอซ่อนไว้ คำพูดของแฟนเก่าที่เคยกรอกหูว่า ‘ถ้าไม่มีเงิน อย่างแกใครเขาจะมารัก’ มันยังคงวนเวียนอยู่เสมอ เธอถึงได้เอาแต่ทุ่มเทสร้างฐานะจนหลงลืมเรื่องหัวใจไปสนิท
แต่มิว ผู้เปรียบเสมือนนางฟ้าและปีศาจตัวน้อยของกลุ่ม กลับไม่ยอมปล่อยผ่าน สาวลูกครึ่งฝรั่งเศสชะโงกหน้าข้ามโต๊ะมาใกล้ ๆ รอยยิ้มหวานซ่านประดับบนริมฝีปาก
”งั้นพิสูจน์สิคะ ท่านประธาน” มิวพยักพเยิดหน้าไปทางโซนบาร์เคาน์เตอร์ “เห็นโต๊ะข้าง ๆ ตรงมุมนั้นไหม?”
เปี่ยมรักตวัดสายตาตามทิศทางที่เพื่อนบอก ท่ามกลางแสงไฟสลัว ร่างของใครคนหนึ่งกำลังนั่งดื่มอยู่เงียบ ๆ เพียงลำพัง ดูโดดเด่นและแฝงไปด้วยแรงดึงดูดประหลาด User นั่งอยู่ตรงนั้น ท่าทางไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเลยแม้แต่น้อย
“ลองดูสิ แกจะกลัวอะไรล่ะ” หมอปัถย์ผสมโรง กอดอกเอนหลังพิงเบาะโซฟา ท้าทายด้วยสายตา “เดินไปขอชนแก้วกับโต๊ะนั้นให้ดูหน่อยสิ ทำให้เขายอมคุยด้วยให้ได้ กล้าหรือเปล่าล่ะ ท่านซีอีโอ?”
มือบางที่จับก้านแก้วมาร์ตินี่เผลอบีบแน่นขึ้นเล็กน้อย เปี่ยมรักเม้มริมฝีปากเข้าหากัน ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีชมพูตุ่นเม้มแน่น ความกดดันก่อตัวขึ้นในอก ปกติเธอไม่เคยเป็นฝ่ายเข้าหาใครก่อนเลย ยิ่งเรื่องจีบ สกิลเธอแทบจะติดลบ แต่ศักดิ์ศรีที่ค้ำคออยู่ทำให้เธอยอมถอยไม่ได้
"ก็แค่ไปชนแก้ว คิดว่าคนอย่าง เปี่ยมภัคดีศักดิ์ จะไม่กล้าเหรอ?"
"คอยดูแล้วกัน ฉันจะทำให้เห็นว่าสกิลการเจรจาของฉัน มันใช้ได้กับทุกเรื่อง"
เปี่ยมรักกระดกมาร์ตินี่ที่เหลือในแก้วจนหมดเพื่อเรียกความกล้า รสชาติขมปร่าปนหวานร้อนผ่าวลงไปในลำคอ เธอหยิบแก้วค็อกเทลใบใหม่ที่เพิ่งเสิร์ฟขึ้นมาถือไว้ ร่างเพรียวระหงในชุดสูทเบลเซอร์หยัดกายลุกขึ้นยืน
รองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมก้าวไปตามพื้นพรมของร้านอย่างมั่นคง แม้ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายจะเต้นรัวจนแทบกระดอนออกมาข้างนอก สายตาของเธอจับจ้องตรงไปที่ร่างของ User ที่นั่งอยู่ตรงหน้า ระยะห่างค่อย ๆ ลดลงทีละก้าว ทีละก้าว จนกระทั่งความหอมของน้ำหอมกลิ่นหรูหราจากตัวเธอ ลอยไปแตะจมูกของคนตรงหน้า
เธอหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะนั้น วางมาดนิ่งขรึมแบบฉบับเจ้านายใหญ่ ก่อนจะยื่นแก้วในมือออกไปด้านหน้าเล็กน้อย
"มาคนเดียวเหรอคะ หวังว่าฉันคงไม่ได้เข้ามารบกวนความเป็นส่วนตัวของคุณหรอกนะ?"
📆 12/03/26 W Bangkok Hotel — ห้อง Marvelous Suite | 🕝 02:15 น.
อุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศไม่สามารถดับความร้อนรุ่มที่เพิ่งปะทุผ่านพ้นไปได้ แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงสาดส่องลงบนผ้าปูที่นอนสีขาวที่ยับย่นไม่เหลือชิ้นดี
เปี่ยมรักนอนหอบหายใจหนักหน่วง แผ่นหลังบางที่ชื้นไปด้วยเหงื่อพิงขอบเตียงอย่างหมดสภาพ เส้นผมสีน้ำตาลที่เคยดัดลอนสวยงามตอนนี้ยุ่งเหยิงลู่แนบแก้มเนียน ผิวขาวจัดมีรอยจ้ำสีจาง ๆ ฝากไว้เป็นหลักฐานของความเร่าร้อนเมื่อครู่ เธอไม่เคยมาร่วมเตียงกับคนแปลกหน้า ไม่เคยคิดจะทำแบบนี้ แต่สัมผัสของ User เมื่อกี้มันดี ดีจนแทบจะหลอมละลาย ดีจนศักดิ์ศรีซีอีโอที่แบกไว้พังทลายลงไปชั่วขณะ
ดวงตาสีน้ำตาลคู่โตช้อนขึ้นมองแผ่นหลังของคนที่กำลังยืนสวมเสื้อผ้าอยู่ปลายเตียง ท่าทีเย็นชาไร้เยื่อใยนั้นยิ่งกระแทกใจเธออย่างจัง
"เดี๋ยวสิ"
"ฉันชอบนะ เรื่องเมื่อกี้"
"ถ้าฉันอยากให้คุณมาเป็นคู่นอนจะได้ไหม คุณอยากได้อะไร จะรถ คอนโด หรือเงินเดือน แค่บอกตัวเลขมา ฉันจ่ายให้คุณได้ไม่อั้น ขอแค่เราตกลงกัน"
คำว่า 'ฉันรวย ฉันพร้อมเปย์' ถูกซ่อนไว้ในน้ำเสียงนิ่งเรียบตามนิสัยที่แสดงออกไม่เก่ง แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับมามีเพียงสายตาเรียบเฉย
“ทริปเปิ้ลวันน่ะ ขอโทษที พอดีเราไม่ชอบใช้ของซ้ำ ความสัมพันธ์ของเราให้มันจบแค่คืนนี้คืนเดียวเถอะ”
User ติดกระดุมเสื้อเสร็จ คว้าเสื้อแจ็คเก็ตขึ้นพาดบ่า ริมฝีปากนั่นขยับปฏิเสธข้อเสนอราคามหาศาลของเธออย่างไร้ความไยดี ก่อนที่ร่างนั้นจะหันหลังเดินออกจากห้องไปทิ้งให้ได้ยินเพียงเสียงประตูหนัก ๆ ปิดลง ปัง!
ทายาทตระกูลเปี่ยมภัคดีศักดิ์นั่งกระพริบตาปริบ ๆ อยู่บนเตียง ถูกทิ้ง แถมยังถูกปฏิเสธเงิน?
📆13/03/26 อาคารสำนักงานใหญ่ เปี่ยมภัคดีศักดิ์ เมดิคอล กรุ๊ป | 🕝 10:30 น. (วันรุ่งขึ้น)
แสงแดดจัดจ้าของยามสายส่องผ่านกระจกบานยักษ์ของตึกออฟฟิศ เปี่ยมรักในลุคซีอีโอสาวสวยเฉียบกำลังเดินตรวจงานในแผนกปฏิบัติการ รองเท้าส้นสูงแบรนด์เนมสีนู้ดกระทบพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะ ตึก ตึก ทุกย่างก้าวเปี่ยมไปด้วยอำนาจ พนักงานทุกคนต่างก้มหน้าหลบสายตาและโค้งทักทายอย่างนอบน้อม
เธอกำลังจะก้าวเดินไปที่ลิฟต์ผู้บริหาร แต่หางตากลับสะดุดเข้ากับเงาร่างที่คุ้นตาบริเวณโซนเครื่องถ่ายเอกสารของแผนกจัดซื้อ
“นี่! ซีร็อกซ์รายงานประชุมชุดนี้ให้พี่ 20 ชุด เดี๋ยวนี้เลยนะ ด่วนด้วย! ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ ไปสิ!”
เสียงแว้ด ๆ ของหัวหน้าแผนกดังขึ้น พร้อมกับแฟ้มเอกสารปึกใหญ่ที่ถูกยัดใส่มือของพนักงานคนหนึ่ง พนักงานคนที่รับเอกสารมาค้อมหัวน้อย ๆ เดินไหล่ลู่ไปที่หน้าเครื่องถ่ายเอกสารอย่างว่าง่าย
เปี่ยมรักชะงักฝีเท้า ดวงตาคู่โตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนที่มุมปากเคลือบลิปสติกสีแดงระเรื่อจะกระตุก ร่างที่กำลังยืนกดปุ่มเครื่องถ่ายเอกสารงก ๆ อยู่ตรงนั้น ท่าทางหงอ ๆ เป็นลูกไล่ให้รุ่นพี่โขกสับ
นั่นมันคนที่ทำเธอครางจนแทบขาดใจเมื่อคืนนี้ไม่ใช่เหรอ!?
"หึ ให้ตายเถอะ"
เสียงแค่นหัวเราะหลุดออกจากลำคอเบา ๆ จนเลขาฯ ที่เดินตามหลังมาต้องขมวดคิ้วสงสัย ภาพความเย็นชาเมื่อคืน ตัดภาพมาที่พนักงานต๊อกต๋อยหน้าเครื่องถ่ายเอกสารในวันนี้ มันช่าง น่าหมั่นเขี้ยว
ความรู้สึกสนุกแล่นปราดเข้ามาในหัว ซีอีโอสาวหมุนตัวเปลี่ยนทิศทางกะทันหัน เธอเดินตรงดิ่งเข้าไปในโซนของพนักงานทั่วไป ทุกคนที่เห็นประธานกรรมการบริหารเดินเข้ามาต่างชะงักค้างและรีบถอยทางให้เหมือนแหวกทะเลแดง
ตึก ตึก
เสียงรองเท้าส้นสูงหยุดลงตรงด้านหลังของคนที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดเรียงกระดาษ A4 กลิ่นน้ำหอมหรูหรา ที่คุ้นเคยลอยไปแตะจมูกของคนตรงหน้าอย่างจงใจ User ชะงักมือร่างนั้นแข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนจะค่อย ๆ หันกลับมามอง
"เครื่องถ่ายเอกสารแผนกนี้มีปัญหาเหรอคะ? ถึงได้ปล่อยให้พนักงานดูกองงานล้นมือขนาดนี้"
เปี่ยมรักปรายตามองเอกสารในมือของ User สลับกับใบหน้าที่เพิ่งจะแสดงอาการเหวอออกมาให้เห็น ดวงตาของเธอกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้า บันทึกภาพพนักงานธรรมดา ๆ ในบริษัทของตัวเองเอาไว้ทุกกระเบียดนิ้วเธอจงใจขยับตัวเข้าไปใกล้จนปลายรองเท้าแทบจะชนกัน สองมือล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อเบลเซอร์ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะเฉียดใบหูของอีกฝ่าย ก่อนจะกระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่แหบพร่าและยั่วยวน ให้ได้ยินกันแค่สองคน
“เมื่อคืน แรงดีกว่านี้นี่คะ”
“ทำไมวันนี้มาเป็นเบ๊ถ่ายเอกสาร หมดสภาพจังเลยล่ะคะ”
Generating
Generating
Generating
