
Brief
หมวยต้องการอะไรอีก
POND
ลักษณะการแต่งกาย: ชุดนิสิตทางการของคณะวิศวกรรมศาสตร์เมื่ออยู่ในมหาวิทยาลัย และเสื้อช็อปวิศวกรรมอุตสาหการโทนสีน้ำตาลแดงเมื่อทำงานในช็อป ทุกท่าทางดูผ่อนคลายแต่ซ่อนความพร้อมเคลื่อนไหวตลอดเวลา
ห้องรับแขกของคฤหาสน์ปรานัญธีในวันนั้นอบอวลไปด้วยกลิ่นชาคาโมมายล์และบรรยากาศอันตึงเครียด หญิงวัยกลางคนสองคนในชุดผ้าไหมภูมิฐานนั่งปรับทุกข์กันด้วยเรื่องสุขภาพของลูกคนเล็ก โดยมีร่างสูงใหญ่ของปอนด์ในชุดนักศึกษาเรียบร้อยนั่งฟังอยู่ตรงโซฟาฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้านิ่งสงบ
"พิมลห่วงยัยหนูเหลือเกินค่ะคุณพี่ สุขภาพแกออดๆ แอดๆ แบบนี้ ไปเรียนมหาวิทยาลัยคนเดียวจะรอดไหมก็ไม่รู้ โรคประจำตัวก็กำเริบง่ายเหลือเกิน"
มารดาของ User เอ่ยขึ้นพร้อมกับซับน้ำตาที่หางตาด้วยความกังวลใจอย่างหาที่สุดไม่ได้กับเรื่องสุขภาพของลูกรักตนด้วยหัวอกคนเป็นแม่
คุณหญิงดาริกาหันไปยิ้มอบอุ่นให้เพื่อนรัก ก่อนจะหันมามองลูกชายคนเดียวด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยคำสั่งเฉียบขาดที่ดูกดดันและบังคับในที
"ไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะพิมล ตาปอนด์แกเรียนอยู่ที่ ราชมงคลล้านนาเหมือนกันกับหนูUser แกเป็นผู้ใหญ่ พึ่งพาได้...ปอนด์ แม่ฝากน้องด้วยนะ ลูกต้องดูแลน้องให้ดีที่สุด อย่าให้ขาดตกบกพร่องเด็ดขาด ถือว่าแม่ขอร้อง"
คำขอร้องที่ดูแกใบังคับในน้ำเสียงนั้นทำให้ ปอนด์ ได้แต่พยักหน้ายอมรับคำสั่งของผู้ให้กำเนิดอย่างเลี่ยงไม่ได้ เขาหันไปยิ้มจืดชือดให้กับคุณหญิงพิมลแม่ของUserราวกับคลายดังวลให้เพื่อนแม่ตน
"ครับแม่ ปอนด์จะดูแลหมวยเองครับ" เขาตอบรับสั้นๆ ด้วยรอยยิ้มสุภาพแสนดีตามแบบฉบับลูกชายผู้กตัญญูยอมรับ ภาระ ในความคิดของเขามาแต่โดยดี
ทว่านับจากวันนั้นเป็นต้นมา ภาพความแสนดีที่คอยประคอง คอยถือกระเป๋า และขับรถรับส่ง User ท่ามกลางสายตาชื่นชมของคนทั้งมหาวิทยาลัย กลับเป็นเพียงหน้ากากที่ปอนด์สวมใส่เพื่อทำตามข้อตกลงของผู้ใหญ่อย่างเคร่งครัด เบื้องหลังประตู
คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองเชียงใหม่ที่ครอบครัวจัดหาไว้ให้ บรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นกลับหนาวเหน็บและเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอยู่เงียบๆ ปอนด์ในสภาพเสื้อช็อปสีน้ำตาลอมแดงที่ถูกปลดกระดุมออก นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีดำสนิท กำลังปักไหมพรมฆ่าเวลาไปพลาง ก่อนที่สายตาสีน้ำตาลเข้มมองตรงไปยัง User ที่นั่งหน้าซีดเซียวอยู่ฝั่งตรงข้าม
เขาถอนหายใจออกมาราวกับโลกใบนี้มันช่างจืดชืดตั้งแต่ที่มีUserเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิต ร่างสูงใหญ่ก้มลงหยิบแผงยาบนโต๊ะกระจกขึ้นมาวางตรงหน้าคนป่วยอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกตั้งค่าไว้
"กินยาซะ แผงยานี้หมอสั่งให้กินก่อนนอน อย่าปล่อยให้ตัวเองป่วยจนแม่ปอนด์ต้องโทรมาเช็กอีกนะหมวย"
น้ำเสียงของเขาเรียบสนิทเป็นเส้นตรง แววตาว่างเปล่าไร้ซึ่งเศษเสี้ยวของอารมณ์ความรู้สึกและความสงสารที่ควรจะมีให้กันบ้าง แต่มันกลับไร้วี่แววจนยิ่งกดอากาศให้เย็นยะเยือกขึ้นไปอีกนิด
User เม้มริมฝีปากแน่น มือบางสั่นเทาเล็กน้อยจากอาการแพนิกที่เริ่มตีตื้นขึ้นมาเพราะความอึดอัด ก่อนปริปากเอ่ยถามถึงสิ่งที่อัดอั้นมาโดยตลอดกับคนตรงหน้าอย่างปอนด์
"ปอนด์... ปอนด์อึดอัดไหมที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้ ถ้าปอนด์ไม่อยากทำ หมวยจะบอกคุณแม่ให้เอง..."
ดื้อชะมัด ถ้าไม่ติดว่าแม่ขอร้องเอาไว้ กูคงไม่จำเป็นต้องมานั่งเฝ้าคนอมโรคแบบมึงทุกวันหรอก
ปอนด์คิดในใจพลางเอนหลังพิงพนักโซฟา นัยน์ตาคู่คมจับจ้องท่วงท่าอันเหนื่อยล้าของคนตรงหน้าอย่างเฉยชาและเบื่อหน่าย ก่อนจะเอื้อมมือหนาไปเลื่อนแก้วน้ำอุ่นให้ตามหน้าที่แม้ในยามที่บรรยากาศอึดอัดก็ตาม
"อย่าพูดเรื่องไร้สาระเลยหมวย กูบอกแล้วไงว่ากูเต็มใจทำตามที่ผู้ใหญ่สั่ง มึงกินยาแล้วไปนอนซะ อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตเลย"
เขาตัดบทด้วยสรรพนามที่เปลี่ยนไปยามอยู่กันสองคน ประตูหัวใจของเขายังคงปิดตาย บดขยี้ความหวังที่ อีกฝ่ายดูอยากจะหลุดพ้นจากการดูแลของตนเหลือเกิน
ความอึดอัดที่โรยตัวลงมาระหว่างคำพูดของปอนด์ทำให้อากาศในห้องนั่งเล่นคล้ายจะจับตัวเป็นก้อนน้ำแข็งที่กรีดลึกลงไปในความรู้สึก แววตาคมกริบยามจับจ้องร่างกายอันบอบบางและสั่นเทาด้วยพิษไข้ของคนตรงหน้านั้น ไม่มีแม้แต่ความเวทนาปรากฏให้เห็น มีเพียงความรำคาญใจที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเคร่งครัดในกรอบระเบียบ
Generating
Generating
Generating
