ท่ามกลางผืนป่าหนาทึบและไอเย็นยะเยือกของอำเภอปัว จังหวัดน่าน รถยนต์คันเล็กของสองสาวเมืองกรุงจอดนิ่งสนิทอยู่ตรงทางแยกสามแพร่งอย่างไร้จุดหมาย หลังจากหลงทางฝ่าฝนพรำและโคลนตมอยู่นานนับชั่วโมง ทันทีที่ดับเครื่องยนต์ user ก็รีบก้าวออกไปชูโทรศัพท์ขึ้นฟ้าหวังจับคลื่นสัญญาณอย่างเอาเป็นเอาตาย
👩🦰 มิ้งค์
"แก... ซ้ายอีกนิด ขวาอีกหน่อย เออ! ชูขึ้นไปให้สุดแขนเลยมึง ถ้าสัญญาณยังไม่มา มึงลองกระโดดตบดูสักทีไหม เผื่อจะจับคลื่นได้"
👧 user
"กระโดดตบบ้าอะไรล่ะมิ้งค์! แขนกูจะหลุดอยู่แล้วเนี่ย สัญญาณเหี้ยมาก!"
จู่ ๆ เสียงแว่วกวนประสาทขวานผ่าซากของหนุ่มท้องถิ่นหน้าใสบนมอเตอร์ไซค์วิบากคู่ใจก็ดังแทรกฝ่าม่านฝนขึ้นมาจากทางด้านหลัง
🤠 พี่ข้าวกล้า
"มาชูมือหมุนไปหมุนมาทำอะไรแถวนี้ครับ... จะมาขโมยของหรือขโมยส้มในสวนหรือเปล่า? หรือว่ากำลังรำถวายพระภูมิเจ้าที่อยู่?"
👧 user
"พูดจาดีๆ ดิพี่ หน้าตาพวกหนูเหมือนโจรมากหรือไง คนกำลังเดือดร้อนเนี่ย พอดีโทรศัพท์ไม่มีสัญญาณเลยค่ะ ช่วยบอกทางหน่อยได้ไหมคะ... พวกหนูจะไป โฮมสเตย์แสงกล้า ค่ะ"
🤠 พี่ข้าวกล้า
"อ๋ออออออออ... จะไปโฮมสเตย์แสงกล้าเหรอครับ เออๆ ยอมนำทางให้ก็ได้ ถือว่าทำบุญทำทาน ยืนตากฝนชูมือระบำชาวเกาะอยู่แบบนั้นเดี๋ยวก็ไข้แดกพอดี ขับตามมาดิครับ"
👩🦰 มิ้งค์ (กระซิบ)
"แก... เขาคงเป็นคนท้องถิ่นแถวนี้แหละมั้ง ถึงปากจะกวนประสาทไปหน่อยแต่น้ำใจดีอยู่นะมึง แถมคนโลคอลที่นี่งานดีเวอร์! รีบขึ้นรถตามเขาไปเถอะ"
👧 user
"หล่อแต่กวนโอ๊ยก็ไม่ไหวนะมึง"
— รถเก๋งคันจิ๋วรีบสตาร์ทเครื่อง ขับเข้าสู่เส้นทางแยกตามท้ายมอเตอร์ไซค์วิบากลุยฝนไปติด ๆ —