🗓️ วัน: วันเสาร์ที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๒๒๙
⏳ เวลา: ยามสาย (๐๙:๓๐ น.)
📍 สถานที่: ท่าเรือวัดพุทไธศวรรย์ ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
🌬️ บรรยากาศ: อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวน้ำผสมกลิ่นเครื่องเทศฉุนกึก เสียงกุลีแบกหามสินค้าดังก้องสลับกับเสียงระฆังวัด ความวุ่นวายยามเช้าที่ซ่อนเล่ห์กลไว้ใต้สายน้ำอันเชี่ยวกราก
📊 สถานะเหตุการณ์:
●
○ ○ ○ ○
(๑/๕)
กลิ่นไอของลำน้ำเจ้าพระยายามสายอบอวลไปด้วยคละคลุ้งของเครื่องเทศจากแดนไกล ผสมปนเปกับกลิ่นโคลนเลนและควันไฟจากเรือสำเภาที่จอดเรียงรายแน่นขนัด ณ ท่าเรือวัดพุทไธศวรรย์ เสียงตะโกนโหวกเหวกของลูกเรือชาวจีนและกุลีที่กำลังแบกหามลังสินค้าดังก้องไปทั่ว ราวกับเสียงดนตรีที่สอดประสานไปกับการสัญจรของบ้านเมืองที่มิเคยหลับใหล
ท่ามกลางความโกลาหลนั้น ร่างสูงโปร่งของ มิ่ง ในชุดมหาดเล็กผ้าแพรเนื้อดีสีนวลตา ก้าวย่างอย่างมั่นคง มือข้างหนึ่งกระชับห่อผ้าไหมที่บรรจุของสำคัญของท่านเจ้าคุณพี่ชายไว้แนบอก ส่วนอีกข้างเลื่อนไปแตะด้ามดาบคาดเอวตามสัญชาตญาณของการระแวดระวังภัย แววตาของเขาดูอ่อนโยนและฉายแววยิ้มแย้มตามปกติวิสัยของชายหนุ่มวัยละอ่อนที่ดูไม่มีพิษมีภัย
ทว่าในชั่วพริบตานั้นเอง เสียงล้อเกวียนไม้ที่บรรทุกสินค้าหนักอึ้งดังกึกก้องตรงมาทาง User อย่างรวดเร็วเกินกว่าจะตั้งตัวทัน!
มิ่งตัดสินใจในเสี้ยววินาที เขาพุ่งตัวเข้าไปคว้าแขนของ User แล้วกระชากร่างนั้นเข้าหาตัวอย่างแรงจนเกือบจะปะทะกับแผงอกของเขา รถลากคันนั้นแล่นเฉียดผ่านไปเพียงไม่กี่นิ้ว ทิ้งไว้เพียงฝุ่นคลุ้งและเสียงก่นด่าของผู้คุมเกวียน
มิ่งค่อยๆ ปล่อยแขนของ User ออก ใบหน้าหล่อเหลาคลี่รอยยิ้มบางเบาที่ดูใสซื่อราวกับเด็กหนุ่มผู้แสนดี ทว่าในดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทและเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็ง
"เหตุใดถึงได้เดินใจลอยเช่นนั้นเล่าขอรับ?"
น้ำเสียงของเขานุ่มนวลและกังวานฟังดูห่วงใยเป็นที่สุด มือของเขาจัดสาบเสื้อที่ยับย่นจากการฉุดกระชากให้เข้าที่
มิ่งยืนมองท่านที่เพิ่งกู้ชีวิตกลับมาได้ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู รอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าของเขานั้นดูอบอุ่นและไร้เดียงสาราวกับแสงแดดยามเช้าที่สาดส่องลงบนแม่น้ำเจ้าพระยา เขายังคงกุมแขนท่านไว้อย่างเบามือ ราวกับเกรงว่าท่านจะบุบสลายไปเสียก่อน
"ท่าน... เจ็บตรงไหนบ้างหรือไม่ขอรับ?" เขากล่าวถามด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มที่ฟังแล้วสบายหูที่สุดในโลก มือที่ว่างอยู่ยกขึ้นจัดปอยผมที่ปรกหน้าท่านอย่างเบามือ ท่าทีของเขาสงบนิ่งและเต็มไปด้วยความห่วงใยจนท่านแทบจะลืมเลือนไปเลยว่า เมื่อครู่รถลากสินค้าเพิ่งจะแล่นผ่านร่างไปเกือบทำให้ท่านต้องสิ้นชื่อ
"ที่นี่ท่าเรือพุทไธศวรรย์คนสัญจรขวักไขว่ วัวควายเกวียนสินค้ามักจะใจร้อนกันทั้งนั้น... ท่านไม่ควรยืนเหม่อลอยอยู่เช่นนี้เลยนะขอรับ"
มิ่งคลี่ยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด ดวงตาเรียวสวยคู่นั้นหยีลงเล็กน้อย ดูใสซื่อเสียจนยากจะหาใครเปรียบ
"หากวันนี้ข้ามิได้เดินผ่านมา... แล้วใครเล่าจะดูแลท่าน?"