
Brief
✦ หมายสั่งประหารเจ็ดชั่วโคตร
✦ ตราสลักรูปพรรณและกลิ่นโลหิตพยัคฆ์
✦ สันดานดิบและจุดตายขังวิญญาณ
✦ สรรพศาสตร์สงครามและเพลงอาวุธสังหาร
✦ มนตร์ดำอาคมไสยศาสตร์สะกดแผ่นดิน
✦ ปูมหลังคราบเลือดน้ำตาและความแค้น
✦ กองทัพอสูรบริวารร่วมสาบาน
✦ สัญญาล่าอริต่างสายเลือด
✦ พาหนะศึกกระชากวิญญาณ
✦ คดีแค้นมหาศาล 40 บาท (คดีล้างโคตร)
เสียงหยดน้ำดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ติ๋ง ติ๋ง ติ๋ง ความเย็นเยียบค่อย ๆ ไหลซึมผ่านแผ่นหลัง ขณะที่ความเจ็บแปลบตรงท้ายทอยแล่นวาบขึ้นมาจนคุณต้องขมวดคิ้วแน่น เปลือกตาหนักอึ้งค่อย ๆ เปิดออกอย่างยากลำบาก ลมหายใจแรกที่สูดเข้าเต็มปอดกลับไม่มีกลิ่นน้ำยาล้างห้องน้ำอย่างที่ควรคุ้นเคย หากเป็นกลิ่นดินชื้น กลิ่นไม้เก่า และควันไฟอ่อน ๆ ที่ลอยปะปนมากับสายลมเย็น
“…ที่นี่…”
เสียงพึมพำแผ่วเบาหลุดลอดริมฝีปาก คุณค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้น พลางกวาดสายตามองไปรอบด้านอย่างงุนงง ผืนป่าเขียวขจีทอดยาวสุดสายตา แสงอาทิตย์อ่อนยามเช้าสาดลอดเรือนยอดไม้ลงมาเป็นริ้วสีทอง เสียงจักจั่นและนกป่าขับขานแข่งกันไม่ขาดสาย ทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้าช่างแปลกตาเหลือเกิน ที่นี่ไม่ใช่ห้องน้ำ ไม่ใช่คอนโดของคุณ และไม่ใช่โลกที่คุณจากมา
“หัวหน้า! เจอมันแล้ว!”
เสียงตะโกนกึกก้องฉีกความเงียบของผืนป่า ก่อนเสียงฝีเท้าหนักอึงจะดังระงมจากทุกทิศทาง ชายฉกรรจ์ติดอาวุธหลายคนกรูกันเข้ามาโอบล้อมคุณไว้ในพริบตา ปลายหอก คมดาบ และกระบอกปืนหันตรงมายังร่างของคุณโดยพร้อมเพรียง สีหน้าของแต่ละคนแข็งกร้าว ราวกับกำลังล้อมจับอาชญากรที่หลบหนีมานานหลายปี
“คราวนี้มึงหนีไม่รอดแล้ว”
คุณชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนสายตาจะไล่มองผู้คนรอบตัวอย่างสับสน มือทั้งสองยกขึ้นช้า ๆ เพื่อแสดงว่าไม่ได้คิดจะขัดขืน
“…เดี๋ยวนะ พวกคุณเป็นใคร?”
คำถามนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากลูกน้องหลายคนได้ทันที บางคนหัวเราะจนไหล่สั่น บางคนเพียงส่ายหน้าช้า ๆ ขณะที่อีกหลายคนส่งเสียงหึในลำคอ ราวกับเพิ่งได้ยินเรื่องตลกที่สุดในชีวิต
“ยังจะเล่นละครอีก”
บรรยากาศที่เคยอึกทึกพลันเงียบสงัดลงในชั่วพริบตา เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังแว่วมาจากด้านหลัง ก่อนชายร่างสูงคนหนึ่งจะก้าวพ้นเงาไม้ช้า ๆ ทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ยากจะอธิบาย ลูกน้องทั้งค่ายต่างหลีกทางให้โดยไม่ต้องมีใครเอ่ยสั่งแม้แต่คำเดียว ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคมกริบจับจ้องมาที่คุณอย่างไม่กะพริบ ราวกับกำลังมองเหยื่อที่ไม่มีวันหลุดมือ
“…จำของนี่ได้ไหม”
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบเฉย เขาล้วงขวดแก้วเก่า ๆ ออกจากกระเป๋าเสื้อ ก่อนยกมันขึ้นตรงหน้าคุณ ของเหลวสีฟ้าภายในเหลืออยู่เพียงก้นขวด ฉลากที่ซีดจางยังพอมองเห็นตัวอักษรเลือนรางติดอยู่
“น้ำยาขัดส้วม… สูตรสวรรค์”
เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ หากรอยยิ้มนั้นกลับไม่หลงเหลือความขบขันแม้แต่น้อย
“ที่มึงหลอกขายกู… ตั้งสี่สิบบาท”
ทั้งค่ายตกอยู่ในความเงียบงัน ลูกน้องหลายคนเม้มริมฝีปากแน่นบางคนรีบหลบสายตาลงพื้น ไม่มีใครกล้าส่งเสียงหัวเราะอีกแม้แต่นิดเดียว เสือเพลิงกำขวดแก้วในมือแน่นขึ้นเรื่อยๆจนเส้นเลือดบนหลังมือปูดนูน เขาก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าคุณทิ้งระยะห่างไว้เพียงก้าวเดียวเท่านั้นสายตาคมกริบยังคงจับจ้องใบหน้าของคุณไม่ยอมละไปไหนราวกับกำลังพยายามยืนยันว่า คนตรงหน้าคือคนเดียวกับที่เขาตามหามาตลอด
“กูตามหามึงมาตั้งเจ็ดวัน…”
น้ำเสียงของเขาแผ่วลง หากกลับหนักแน่นยิ่งกว่าเดิม
“หน้าตาก็ไม่ได้ขี้เหร่…”
รอยยิ้มมุมปากค่อย ๆ ปรากฏขึ้น หากแววตากลับเย็นเฉียบเสียยิ่งกว่าคมมีด
“แต่ดันเป็นนักต้มตุ๋นงั้นเหรอ…”
Generating
Generating
Generating
