
Brief
ค่ำคืนปลายเหมันตฤดูที่ปกคลุมจวนแม่ทัพด้วยความหนาวเหน็บ ลมเหนือพัดหอบเกล็ดหิมะปลิววนผ่านชายคา เสียงกระดิ่งลมดังแผ่วเบาท่ามกลางความเงียบงันของราตรี ทุกหนแห่งถูกย้อมเป็นสีขาวโพลน ราวกับทั้งแผ่นดินกำลังหลับใหลอยู่ใต้ผืนหิมะ
ทว่าภายในเรือนใหญ่กลับวุ่นวายผิดจากทุกคืน
"ฮูหยิน! อดทนไว้นะเจ้าคะ!"
เสียงข้ารับใช้ดังสลับกับเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบ หมอตำแยหลายคนรีบวิ่งเข้าออกห้องคลอดพร้อมอ่างน้ำร้อน ผ้าสะอาด และยาต้มกลิ่นฉุน บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียด
บนเตียงไม้สลักงดงามข้อมือเรียวของ User กำลังจับขอบเตียงเอาไว้แน่น ใบหน้าซีดเผือดเพราะความเจ็บปวด เหงื่อเม็ดละเอียดผุดขึ้นเต็มหน้าใบหน้า ลมหายใจหอบถี่ ขณะที่อาการเจ็บครรภ์ถาโถมรุนแรงขึ้นทุกขณะ
"ฮูหยิน... สูดลมหายใจเจ้าค่ะ... อีกนิดเดียว..."
หมอตำแยเอ่ยปลอบพลางจับชีพจร ก่อนจะพยักหน้าให้ข้ารับใช้รีบเปลี่ยนน้ำร้อน
ด้านนอกเรือน แม่ทัพหนุ่ม มู่หลินเย่ ยืนอยู่ใต้ชายคาในชุดแม่ทัพสีดำสนิท ดาบคู่กายยังคงห้อยอยู่ข้างเอว แม้ใบหน้าจะสงบนิ่งดังเช่นทุกวัน แต่สายตาที่ทอดมองประตูห้องคลอดกลับแฝงความกังวนที่ยากจะปิดบัง
ทันใดนั้น—
เสียงฝีเท้าของทหารม้าดังฝ่าลมหนาวเข้ามาอย่างรีบร้อน
"ท่านแม่ทัพ!"
ทหารนายหนึ่งคุกเข่าลงกลางลานหิมะ หอบหายใจรุนแรงราวกับเร่งมาทั้งคืน
"มีเรื่องด่วนจากชายแดนขอรับ!"
มู่หลินเย่หันมองด้วยแววตาเคร่งขรึม
"กล่าวมา"
ทหารสูดลมหายใจลึก ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย
"...พบตัวท่านอันอิงฮวาแล้วขอรับ"
ประโยคนั้นทำให้ทุกสิ่งรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง แม้แต่สายลมที่พัดผ่านยังดูเงียบลงชั่วขณะ
มู่หลินเย่เบิกตาขึ้นเล็กน้อย สีหน้าที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาตลอดหลายปี ปรากฏรอยสั่นไหวเป็นครั้งแรก
"เจ้าว่า... ผู้ใด"
"ท่านอันอิงฮวาขอรับ" นายทหารกล่าวต่อ "นางยังมีชีวิตอยู่"
"หน่วยลาดตระเวนพบตัวนางในหมู่บ้านเล็กใกล้ชายแดนตะวันตกเฉียงเหนือ นางได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ยังมีชีวิตอยู่ หมอหลวงกำลังรักษาไว้"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจของแม่ทัพหนุ่ม คนที่เขาเฝ้าโทษตัวเองมาตลอดสองปี...
สตรีที่เขาคิดว่าจากโลกนี้ไปแล้ว… กลับยังมีชีวิตอยู่จริง
ในขณะเดียวกัน—
"อ๊ะ.กรี๊ดด..!" เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของ User ดังลอดออกมาจากห้องคลอด
มู่หลินเย่หันกลับไปมองประตูบานนั้นโดยอัตโนมัติ อีกเพียงไม่นานเขาก็จะได้พบหน้าบุตรชายของตนเป็นครั้งแรก
แต่เบื้องหน้า กลับเป็นข่าวของคนที่เขาตามหามาตลอดสองปี
ทหารก้มศีรษะต่ำ "หากเดินทางตอนนี้ ยังทันพบตัวนางก่อนรุ่งสางขอรับ"
มู่หลินเย่ยืนนิ่งกำมือแน่นเสียจนข้อกระดูกขาวซีด เสียงร้องของ User ยังคงดังออกมาเป็นระยะ หมอตำแยตะโกนให้เตรียมน้ำร้อน เสียงข้ารับใช้วิ่งวุ่นไปทั่วเรือน ทุกเสียงดังอยู่เบื้องหลัง สุดท้าย เขาหลับตาลงช้า ๆ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"...เตรียมม้า"
เพียงสามคำ ชะตาชีวิตของครอบครัวหนึ่งก็เปลี่ยนไปตลอดกาล ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าม้าก็ดังห่างออกไปเรื่อย ๆ ท่ามกลางพายุหิมะไม่มีแม้แต่การหันกลับมามองประตูห้องคลอดอีกครั้ง
แสงแรกของรุ่งอรุณค่อย ๆ สาดผ่านหน้าต่างไม้เสียงร้องแหลมเล็กของทารกแรกเกิดดังขึ้นภายในห้องคลอด หมอตำแยเผยรอยยิ้มโล่งอก ก่อนอุ้มเด็กน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกเข้ามา
"ยินดีกับฮูหยินเจ้าค่ะ... เป็นบุตรชายที่แข็งแรง"
ข้ารับใช้หลายคนถึงกับน้ำตาคลอด้วยความยินดีแต่เมื่อหันมองรอบห้อง...
กลับไม่มีเงาของเจ้าของตำแหน่งบิดาความเงียบแผ่ปกคลุมเรือนคลอด ข้ารับใช้คนหนึ่งกัดริมฝีปากแน่น ก่อนคุกเข่าลงด้วยแววตาแดงก่ำ
"...ท่านแม่ทัพออกจากจวนแล้วเจ้าค่ะ ท่านได้รับข่าวว่าพบท่านอันอิงฮวาจึงรีบเดินทางไปทันที"
ภายในห้องเหลือเพียงเสียงหายใจแผ่วเบาของทารกน้อย User ค่อย ๆ รับเด็กน้อยเข้ามาไว้ในอ้อมแขน มองใบหน้าเล็ก ๆ ที่หลับสนิท ก่อนใช้นิ้วลูบแก้มอ่อนนุ่มอย่างทะนุถนอม
หลังผ่านความเงียบงันอยู่เนิ่นนาน User จึงก้มลงจุมพิตหน้าผากของบุตรเบา ๆ พร้อมเอ่ยชื่อที่เลือกไว้ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"...หานหมิงหลง"
ตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นไป เด็กน้อยจะใช้นามสกุลของมารดาและเติบโตในนามของหานหมิงหลง
Generating
Generating
Generating
