แฮชนั่งหมุนแก้วกาแฟเล่นอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าคณะ พลางเหลือบมองนาฬิกาในโทรศัพท์เป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้
"สาย..." เขาพึมพำ ก่อนจะพิมพ์ลงแชตกลุ่ม
Haech : อีกห้านาที กูกลับ
ยังไม่ทันจะกดล็อกหน้าจอ เสียงหนึ่งก็ดังมาจากด้านหลัง
"ไอ้สัส อย่าเพิ่ง!" ฮ่องเต้วิ่งหน้าตั้งเข้ามา มือหนึ่งถือชานม อีกมือโบกเรียกสุดแรงจนคนแถวนั้นหันมามอง "กูเห็นมึงนั่งตั้งนานแล้ว!"
แฮชส่ายหัวขำ ๆ "ก็วิ่งดิ"
"วิ่งแล้วเนี่ย!" ฮ่องเต้ทิ้งตัวลงนั่ง ก่อนหันไปทางคนที่เดินมาด้วย
"อ้อ เกือบลืม นี่ User เพื่อนกู วันนี้ลากมานั่งเล่นด้วย"
แฮชพยักหน้าให้เป็นเชิงทักทาย "หวัดดี นั่งดิ" เขาขยับเก้าอี้ออกให้นิดหนึ่ง ก่อนหันกลับไปมองฮ่องเต้ "กูว่ามึงเหนื่อยเพราะต่อคิวชานมมากกว่าวิ่ง"
ฮ่องเต้นิ่งไปแปปนึงก่อนจะหัวเราะแห้ง ๆ "...ก็ใช่"
"กูว่าแล้ว"
ยังไม่ทันได้เถียงกันต่อ ตังค์ก็เดินมาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะ "ขยับ" เจ้าตัวนั่งลงเรียบ ๆ เหมือนเป็นเรื่องปกติ
ถัดมาไม่กี่ก้าว ออกัสเดินเข้ามาพร้อมพัดลมมือถือที่เป่าเข้าหน้าตัวเองไม่หยุด "โคตรร้อน" ฮ่องเต้หันไปมองด้วยท่าทางขำๆ "สวัสดีก่อนก็ได้"
ออกัสเงียบไปครู่หนึ่ง "...สวัสดี" แล้วเป่าพัดลมต่อทันทีก่อนจะบ่นอีกครั้ง "...โคตรร้อน"
แฮชหลุดหัวเราะ "ประโยคนี้เป็นสโลแกนชีวิตมึงแล้วมั้ง"
ไม่นานนัก เมจิที่เพิ่งลงมาจากเชียงใหม่ ฟูฟู่ที่ดูเหมือนยังตื่นไม่เต็มตา และนะโมที่หอบสมุดสเก็ตช์ติดตัวมาด้วย ก็ทยอยมาสมทบจนโต๊ะใต้ต้นไม้เต็มไปด้วยเสียงคุยเหมือนทุกครั้งที่ปิดเทอม คนสุดท้ายที่เดินมาคือเรด เจ้าตัวดึงเก้าอี้ออกแล้วนั่งลงเงียบ ๆ
ฮ่องเต้ยิ้มกว้าง "เออ ครบแปดคนสักที"
แฮชยกแก้วกาแฟขึ้นดูดไปที "นัดพวกมึงแต่ละที ยากกว่าสอบอีก"
"เมจินี่หนักสุด" ตังค์พูดพลางพยักหน้าไปทางเพื่อน "กว่าจะลงมาจากเชียงใหม่"
เมจิหัวเราะ "ก็ปิดเทอมพอดี เลยถือโอกาสมาหาพวกมึง"
บทสนทนาเปลี่ยนเรื่องไปเรื่อย ตั้งแต่ร้านเปิดใหม่ เกมที่กำลังเล่น หนังที่เพิ่งเข้าโรง ไปจนถึงการแซวกันเรื่องเก่า ๆ เสียงหัวเราะดังสลับกันไม่ขาด จนฮ่องเต้วางแก้วชานมลงบนโต๊ะ
"เออ...เมื่อวานกูเจอรุ่นพี่จากมหาลัยคลองหก"
แฮชเลิกคิ้ว "แล้ว?"
ฮ่องเต้ : "ตอนแรกก็คุยเรื่องทั่ว ๆ ไปนี่แหละ ก่อนเขาจะถามกูว่า...มึงเคยได้ยินเรื่องห้องซ้อนหรือยัง..."
เมจิขมวดคิ้ว "ห้องซ้อน?"
"กูก็ไม่รู้ เลยถามต่อ" ฮ่องเต้ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ "แต่พี่เขาไม่ยอมเล่า บอกแค่ว่า.....'บางเรื่อง ไม่รู้จะดีกว่า'..."
ออกัสหัวเราะในลำคอก่อนจะพูดขึ้นว่า "เปิดตัวซะเหมือนหนังผี"
ฮ่องเต้ : "กูก็คิดงั้น...แต่สีหน้าพี่เขาไม่ได้เหมือนคนอำเลย"
แฮชหันไปมองเรด เผื่อเจ้าเพื่อนตัวดีมันจะรู้เรื่องบ้าง "มึงเคยได้ยินไหม"
เรดเงียบอยู่พักหนึ่ง ก่อนพยักหน้าช้า ๆ "เคย"
ทุกคนหันไปมองพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
เรดวางขวดน้ำลงบนโต๊ะ "ข่าวลือบอกว่า ในหอศรีพฤกษ์มีห้องหนึ่งที่ไม่มีอยู่ในแปลน บางคนบอกว่าหาไม่เจอ บางคนบอกว่าเจอ...แต่กลับออกมาไม่เหมือนเดิม ที่แปลกคือ คนที่อ้างว่าเคยเจอ ไม่มีใครบอกตำแหน่งห้องตรงกันสักคน"
ออกัสยักไหล่ "เรื่องเล่าก็แบบนี้แหละ"
"กูก็ไม่เชื่อ" เรดตอบเรียบ ๆ "แต่เรื่องนี้มีคนเล่าต่อกันมาหลายรุ่น แล้วทุกคนก็พูดเหมือนกันอย่างหนึ่ง"
แฮชถามทันที "อะไร"
เรดสบตาเขา "ไม่มีใครกล้าลองพิสูจน์จริง ๆ"
แฮชยิ้มมุมปาก "งั้นคืนนี้.....พวกเราไปพิสูจน์กัน"
ฮ่องเต้ : "เดี๋ยวนะ เอาจริง?"
แฮช : "เออ"
ฮ่องเต้ : "มึงไม่กลัวหรือไง"
แฮช : "กลัว...แต่กูอยากรู้มากกว่า ว่าห้องนั้นมีอยู่จริงไหม"
เมจิที่นั่งฟังอยู่ก็ถอนหายใจ "กูยังรู้สึกว่ามันเสี่ยงนะ แต่ถ้าพวกมึงจะไปจริง กูก็ไม่ปล่อยให้ไปกันเองหรอก"
ตังค์พยักหน้าเห็นด้วย "ไปหลายคน อย่างน้อยก็ยังอุ่นใจกว่า"
ออกัสยักไหล่ "กูไม่เชื่อเรื่องผี แต่จะได้เลิกเถียงกัน ก็ไปดูให้จบ"
นะโมปิดสมุดสเก็ตช์ "กูไป อยากเห็นสถานที่จริง"
ฟูฟู่เงยหน้าจากโต๊ะช้า ๆ "...พวกมึงไป...กูก็ไป"
เรดมองหน้าทุกคน ก่อนส่ายหัวเบา ๆ "...พวกมึงนี่นะ"
แฮชหัวเราะ "สรุปครบ"
ฮ่องเต้หันไปหา User ที่นั่งฟังเงียบๆมาโดยตลอด "ว่าไง สนใจไปด้วยกันไหม" แต่หลังจากพูดจบ เขาก็หันไปมองแฮชและถามเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย "ถ้าชวนUserไปด้วย มึงโอเคปะ"
แฮชมอง User อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า "กูไม่ติด แต่ถ้าไปแล้ว...ก็นะ อาจไม่มีคำตอบให้ก็ได้"
ฮ่องเต้ยิ้ม "งั้นเจอกันคืนนี้" ฮ่องเต้พูดปิดจบทันที ทำให้ User ที่กำลังลังเลอยู่ปฏิเสธไม่ได้และได้เข้าร่วมด้วยแบบงงๆ
━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━━
หน้าหอศรีพฤกษ์ 23.30 น.
ลมเย็นพัดผ่านลานหน้าหอศรีพฤกษ์ เสียงจักจั่นดังแว่วมาจากแนวต้นไม้โดยรอบ ไฟทางเดินบางดวงสว่าง บางดวงกะพริบเป็นจังหวะ จนบรรยากาศต่างจากตอนกลางวันราวกับเป็นคนละที่ สมาชิกทั้งแปดยืนรออยู่หน้าหอครบแล้ว
เมื่อเห็น User เดินเข้ามา ฮ่องเต้ก็ยกมือโบกทันที "มาพอดี"
แฮชยิ้มบาง ๆ ก่อนเงยหน้ามองตัวอาคารเก่าตรงหน้า
"คนครบแล้ว พร้อมกันแล้วใช่ไหม" เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ "เธอพร้อมหรือยัง? User"