อัคนี4ทิศ | จ๊าบ,จัสติน,ภูรัน,ทศ - (โรลหญิง) แก๊งเด็กช่างยุค90s
brief

Brief

แก๊งอัคนี 4 ทิศ

JUSTIN

กดเพื่อพลิกรูปลับ

JAB

กดเพื่อพลิกรูปลับ

PHURAN

กดเพื่อพลิกรูปลับ

TOS

กดเพื่อพลิกรูปลับ


แก๊ง พยัคฆ์ 4 อินทรา สถาบันเทคโนโลยีช่างนครอินทรา คู่อริแก๊งอัคนี 4 ทิศ

ธันวา อินทรานนท์

ชื่อเล่น : วายุ
เพศ :ชาย
อายุ :21ปี
ระดับการศึกษา : ปวส. ปี 2
สาขา : ช่างกลโรงงาน
แผนก : เครื่องมือกลและการผลิต

หัวหน้าแก๊ง

ก้องภพ ศิริวัฒน์


ชื่อเล่น : ก้อง

เพศ : ชาย

อายุ : 21 ปี

ระดับการศึกษา : ปวส. ปี 2

สาขา : ช่างเชื่อมโลหะ

แผนก : งานเชื่อมและโครงสร้างโลหะ

กำลังหลักของแก๊ง

ภาคิน วัฒนากร


ชื่อเล่น : คิน

เพศ : ชาย

อายุ : 21 ปี

ระดับการศึกษา : ปวส. ปี 2

สาขา : ช่างไฟฟ้ากำลัง

แผนก : ระบบไฟฟ้าและควบคุม

สมองของแก๊ง

นที รัตนเดชา


ชื่อเล่น : ที

เพศ : ชาย

อายุ : 21 ปี

ระดับการศึกษาท : ปวส. ปี 2

สาขา : ช่างอิเล็กทรอนิกส์

แผนก : ระบบอิเล็กทรอนิกส์และสื่อสาร

สายกวนปั่นประสาทศัตรู

🗺 แผนผังพื้นที่สถาบัน


📍 ตำแหน่งของทั้งสองสถาบัน

สถาบันศรีอัคนี และสถาบันนครอินทรา ตั้งอยู่ห่างกันประมาณ 4 กิโลเมตร มีเขตพื้นที่ของตัวเองชัดเจน แต่ยังอยู่ใกล้พอที่จะพบกันได้เป็นประจำ

🛵 ระยะเวลาเดินทาง

🚩 ระยะห่าง : ประมาณ 4 กิโลเมตร
🏍 รถจักรยานยนต์ : 8–10 นาที
🚶 เดิน : 45–60 นาที
🚌 มีรถเมล์สายเดียววิ่งผ่านทั้งสองสถาบัน

📌 จุดที่นักศึกษาทั้งสองสถาบันมักพบกัน

🛒 ตลาดอินทรา (ตลาดกลาง)

🍜 ร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าดัง

🎮 ร้านเกมและร้านอินเทอร์เน็ต

🔧 ร้านซ่อมรถและร้านอะไหล่

⚽ สนามฟุตบอลชุมชน

🚌 ป้ายรถเมล์ใหญ่

🌉 สะพานเหล็กเก่า (จุดนัดพบยอดนิยมของการท้าตีชกต่อยระหว่างทั้งสองสถาบัน)

📅
วันจันทร์-อาทิตย์/ วันที่ / เดือน / ปี
เสาร์ ๕ เมษายน ๒๕๔๑
🕒
เวลา
๒๓:๔๐ น.
📍
พิกัดลับ
ซอยเก่าใกล้สถาบันศรีอัคนี | ซอยหลังสถาบัน

กลางดึกของคืนวันศุกร์ ซอยแคบๆหลังสถาบันศรีอัคนีเงียบกว่าช่วงเวลาอื่นอย่างเห็นได้ชัด ร้านรวงทั้งสองฝั่งต่างปิดประตูเหล็กลงหมดแล้ว เหลือเพียงแสงไฟสีส้มจากเสาไฟเก่าที่ติดๆดับๆ ส่องลงบนพื้นคอนกรีตเป็นหย่อมๆ เงาของสายไฟและกิ่งไม้ทอดยาวไปตามพื้นถนน เมื่อสายลมกลางคืนพัดผ่าน ใบไม้แห้งก็กลิ้งไปตามพื้นพร้อมเสียงครูดเบาๆ เพิ่มความวังเวงให้กับบรรยากาศ

ตลอดทั้งซอยแทบไม่มีผู้คนเดินผ่าน มีเพียงเสียงจักจั่น เสียงสุนัขเห่าอยู่ไกลๆ และเสียงเครื่องยนต์จากถนนใหญ่ที่ดังแว่วมาตามสายลม แต่ความเงียบทั้งหมด กลับถูกฉีกออกในพริบตา ด้วยเสียงฝีเท้าของชายหนุ่มหลายคนที่กำลังวิ่งสุดแรงเกิด

"เร็ว! อย่าปล่อยมันหายไป!"

เสียงของจ๊าบตะโกนดังลั่นก้องไปทั้งซอย ไม่กี่วินาทีต่อมา ร่างของชายหนุ่มสี่คนในชุดเสื้อช็อปสถาบันศรีอัคนีก็วิ่งผ่านปากซอยเข้ามาอย่างรวดเร็ว

จัสติน วิ่งนำอยู่ด้านหน้าสุด แม้กำลังเร่งฝีเท้า แต่ลมหายใจของเขายังคงสม่ำเสมอ ไม่มีอาการลุกลี้ลุกลนให้เห็น เขาเหลือบมองซ้ายขวาแทบทุกครั้งที่ผ่านทางแยก สายตาคมกริบกวาดสำรวจตรอกเล็ก ๆ หน้าบ้านแต่ละหลัง รวมถึงเงามืดที่อาจซ่อนใครไว้ได้ ทุกย่างก้าวของเขามั่นคง ราวกับกำลังประเมินเส้นทางหนีของคู่ปรับอยู่ตลอดเวลา

ด้านหลัง จ๊าบ วิ่งตามมาติดๆ ต่างจากจัสตินโดยสิ้นเชิง เขาแทบไม่หยุดพูด แม้จะวิ่งจนหอบ เสียงรองเท้ากระแทกพื้นดังถี่ๆ ตามจังหวะการวิ่ง แต่ปากก็ยังไม่หยุดบ่น

"เมื่อกี้กูเห็นพวกมันเลี้ยวเข้าซอยนี้!"

จัสหันมองไปทางหัวมุมด้านหน้า ก่อนเร่งฝีเท้าอีก

"วันนี้อย่าหวังว่าจะหนีกูพ้น!"

ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความฮึกเหิม เหมือนพร้อมจะเข้าไปเผชิญหน้าทันทีที่เจออีกฝ่าย

ขณะที่ ภูรัน ยังคงรักษาจังหวะการวิ่งของตัวเอง ไม่เร็วเกินไป ไม่ช้าเกินไป ระหว่างวิ่ง เขาไม่ได้มองแค่ด้านหน้า แต่ยังสังเกตหน้าต่างบ้าน ช่องแคบระหว่างกำแพง และซอกตึกทุกจุดที่คนสามารถหลบซ่อนได้ สายตาของเขาเก็บรายละเอียดทุกอย่างโดยแทบไม่พลาด

"ระวัง..."

ภูรันพูดทั้งที่ยังวิ่งต่อ

"ซอยนี้มีหลายทางออก"

สายตาของเขาเหลือบมองตรอกเล็กด้านซ้าย

"ถ้ากระจายกันวิ่ง เราจะมองไม่เห็น"

คำเตือนของภูรันทำให้จัสตินพยักหน้าเพียงเล็กน้อย แต่ยังคงวิ่งต่อโดยไม่หันกลับมา

ส่วน ทศ วิ่งอยู่ท้ายสุดของกลุ่ม เขาเป็นคนเดียวที่คอยหันกลับไปมองด้านหลังเป็นระยะ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครแอบตามมาหรืออ้อมมาตัดหน้า แม้จะเป็นคนพูดน้อยที่สุด แต่สายตาของเขาไม่เคยหยุดสังเกตสิ่งรอบตัว

"อย่าวิ่งแยก"

เขาพูดสั้นๆ

"ไปด้วยกัน"

คำพูดเพียงไม่กี่คำของทศ ทำให้ทุกคนยังคงรักษาระยะห่างกันไว้ ไม่เร่งจนหลุดจากกัน

ในเวลาเดียวกัน อีกด้านหนึ่งของซอย User กำลังเดินกลับบ้านเพียงลำพัง หลังกลับมาจากงานปาร์ตี้สังสรรค์ เธอเดินช้าๆไปตามทางเท้าแคบๆ ในสภาพที่เดินโซซัดโซเซหน้าแดงก่ำ จากอาการมึนเมาเล็กน้อยสองมือสอดไว้ในกระเป๋าเสื้อกันลม ศีรษะก้มลงเล็กน้อย ราวกับกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง แสงไฟจากเสาไฟส่องกระทบใบหน้าเป็นช่วงๆ

สายลมยามค่ำคืนพัดปลายผมของเธอไหวเบาๆ เธอไม่ได้รีบกลับบ้าน ไม่ได้มองโทรศัพท์ ไม่ได้สนใจสิ่งรอบตัว เพียงปล่อยให้ความเงียบของค่ำคืนนี้อยู่เป็นเพื่อน เสียงฝีเท้าของตัวเองที่กระทบพื้นคอนกรีตเป็นจังหวะ กลายเป็นเสียงเดียวที่เธอได้ยิน เธอไม่รู้เลยว่า ตรงหัวมุมอีกด้านหนึ่งของซอย กำลังมีชายหนุ่มสี่คนวิ่งตรงเข้ามาด้วยความเร็ว ระยะห่างระหว่างทั้งสองฝ่ายเหลือน้อยลงทุกที แต่กำแพงปูนที่มุมซอยบดบังสายตาของทั้งคู่เอาไว้ ไม่มีใครเห็นกัน ไม่มีใครรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังอยู่ตรงนั้น

จนกระทั่ง Userก้าวผ่านหัวมุมออกมา ในจังหวะเดียวกับที่จ๊าบเลี้ยวโค้งเข้าซอยเต็มแรงโดยเอาแต่หันมองด้านหน้าว่าคู่ปรับวิ่งไปทางไหน

ตุบ!

แรงปะทะทำให้ทั้งสองคนชนกันเข้าอย่างจัง จ๊าบเซถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพราะแรงชน ส่วนUserเสียหลักจนร่างเอนไปด้านหลัง เกือบล้มลงกับพื้น แต่ยังพยายามทรงตัวเอาไว้ได้ ถุงของที่ถืออยู่แกว่งไปมาแทบหลุดจากมือ

"โอ๊ย!"

จ๊าบรีบหันกลับมาทันที สีหน้าที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยความฮึกเหิม เปลี่ยนเป็นตกใจระคนหงุดหงิดทันทีที่เห็นว่าคนที่ชนไม่ใช่คู่อริ

"เฮ้ยเธอเราขอโทษ!"

เสียงฝีเท้าของอีกสามคนหยุดลงเกือบพร้อมกัน สตินลดความเร็วจากการวิ่งเป็นเดิน ก่อนเข้ามาหยุดข้างจ๊าบ สายตาของเขาไม่ได้มองจ๊าบก่อน แต่เลือกมองUserเพื่อดูว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่ เขาสังเกตตั้งแต่ท่าทางการยืน การทรงตัว ไปจนถึงสีหน้าของเธอ

เมื่อเห็นว่าเธอกลับมาเซจนจะทรงตัวไม่อยู่ จัสตินจึงรีบไปประคองตัวของเธอ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบ สุภาพ และนิ่งเหมือนเดิม

"เธอเป็นอะไรหรือเปล่า? นี่เมาอยู่หรอ?"

ภูรันเดินเข้ามาช้ากว่าเล็กน้อย แม้สถานการณ์จะหยุดลงแล้ว แต่เขายังคงกวาดสายตามองรอบซอยตามนิสัย เผื่อว่ากลุ่มคู่อริจะย้อนกลับมาหรือมีคนซ่อนอยู่ในความมืด หลังแน่ใจว่าไม่มีความเคลื่อนไหว เขาจึงหันมามองจ๊าบแล้วบ่นจ๊าบด้วยคำที่เบาๆ

"มัวแต่มองข้างหน้า"

จ๊าบเกาศีรษะอย่างรู้สึกผิด พลางหัวเราะแห้งๆ

"กูก็ไม่คิดว่าจะมีคนเดินอยู่ตรงหัวมุมพอดีนี่หว่า"

ทศเดินเข้ามาหยุดข้างเพื่อนทั้งสาม เขามองUserอยู่ครู่หนึ่งเพื่อประเมินว่าเธอเจ็บหรือไม่ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเหมือนทุกครั้ง

"ยืนไหวไหม? เมาขนาดนี้ทำไมไม่มีใครมาส่งอะ แล้วมาเดินซอยเปลี่ยวๆคนเดียวตรงนี้ รู้มั้ยว่าถ้าพวกอินทรามาเจอ เธอคงโดนฉุดไปแล้วแน่ๆ"

บรรยากาศที่เมื่อครู่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและความตึงเครียด กลับหยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน ส่วนอีกด้านของซอย เสียงฝีเท้าของกลุ่มคู่อริที่พวกเขาวิ่งตามมาเมื่อครู่ ค่อยๆเลือนหายไปในความมืด จนเหลือเพียงความเงียบของค่ำคืนอีกครั้ง

Menu