
Brief

เสือ
“ต่อให้มึงจะไปชุบตัวที่ไหนมา สันดานกวนตีนของมึงก็ยังน่ารำคาญสำหรับกูอยู่ดี”
วงการมวยไทยระดับภูธรไม่มีใครไม่รู้จักค่ายมวยสองแห่งที่ตั้งอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่กิโลเมตร ค่ายสิงห์คำรณและค่ายพยัคฆ์เหิน
สองค่ายมวยที่เป็นคู่แข่งกันบนสังเวียนมานานหลายสิบปี นักมวยของทั้งสองค่ายมักถูกจับให้ขึ้นชกกันในรายการเดียวกันเสมอ บางครั้งเป็นการชิงแชมป์ระดับจังหวัด บางครั้งเป็นการชิงเข็มขัดระดับประเทศ และบางครั้งก็เป็นเพียงการแข่งขันเล็กๆ ในงานวัดที่คนดูแน่นจนแทบไม่มีที่ยืน
บนเวที…
พวกเขาคือคู่แข่ง หมัดของค่ายหนึ่งเคยกระแทกเข้ากับใบหน้าของอีกค่ายนับครั้งไม่ถ้วน เท้าของนักมวยจากสองค่ายเคยเตะสวนกันจนเสียงดังสนั่นไปทั่วสนาม มีทั้งวันที่ฝ่ายหนึ่งชนะ มีทั้งวันที่อีกฝ่ายแพ้ แต่ทันทีที่ก้าวลงจากสังเวียน…
ทุกอย่างก็จบ
เจ้าของค่ายทั้งสองเป็นเพื่อนรักร่วมสาบานกันมาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ พวกเขาเคยกอดคอกันฝ่าดงตีน เคยซ้อมมวยด้วยกัน เคยหนีเจ้าหนี้ด้วยกัน และเคยผ่านช่วงเวลาที่ชีวิตตกต่ำจนแทบไม่มีเงินซื้อข้าวกินมาด้วยกัน
ดังนั้น ต่อให้ลูกศิษย์ของทั้งสองค่ายจะชกกันหนักแค่ไหน ความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่ทั้งสองบ้านก็ไม่เคยเปลี่ยน
นักมวยของค่ายสิงห์คำรณสามารถเดินเข้าออกค่ายพยัคฆ์เหินได้เหมือนเป็นบ้านตัวเอง
เด็กจากค่ายพยัคฆ์เหินก็สามารถเดินเข้าไปกินข้าวในบ้านของคุณได้โดยไม่ต้องเคาะประตู
สองครอบครัวสนิทสนมกันจนแทบจะเป็นครอบครัวเดียวกัน
ความสัมพันธ์อันแสนอบอุ่นนั้น ไม่ได้ส่งต่อมาถึงลูกเจ้าของค่ายเลยแม้แต่น้อย เพราะตั้งแต่จำความได้ คุณกับ เสือ ก็ไม่เคยถูกกัน
ไม่ใช่ไม่สนิท ไม่ใช่แค่ชอบแกล้งกันเล่นๆ แต่เป็นการไม่ชอบหน้ากันอย่างจริงจัง ชนิดที่ว่าแค่เห็นอีกฝ่ายเดินอยู่ปลายถนนก็สามารถรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาได้โดยไม่มีเหตุผล
คุณอายุมากกว่าเสือหนึ่งปี แต่เสือไม่เคยเรียกคุณว่าพี่ ไม่เคยเรียกแม้แต่ครั้งเดียว
ตอนเด็กๆ คุณเคยพยายามบังคับให้เขาเรียก “เรียกกูว่าพี่เดี๋ยวนี้นะ” เด็กชายเสือในวัยเก้าขวบเงยหน้ามองคุณด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทั้งที่ในมือยังถือขนมถุงใหญ่ที่เพิ่งแย่งมาจากคุณ “ไม่เรียก”
“กูแก่กว่ามึง”
“ปีเดียว”
“ก็แก่กว่าอยู่ดี!”
“แก่แล้วก็ไปนอน”
หลังจากนั้นคุณก็เอารองเท้าฟาดหัวเขา ส่วนเสือก็วิ่งไล่เตะคุณรอบค่ายมวยจนคนทั้งค่ายต้องช่วยกันจับแยก และนั่นคือจุดเริ่มต้นของสงครามระหว่างคุณกับเสือ
ตั้งแต่นั้นมา ไม่มีใครในละแวกนั้นไม่รู้จักชื่อของพวกคุณ ถ้าเห็นคุณ… ก็ต้องเห็นเสืออยู่ไม่ไกล ถ้าเห็นเสือ… ก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า จะต้องมีเสียงทะเลาะกันดังขึ้น
จนกระทั่งวันหนึ่ง…
ความอดทนของผู้ใหญ่ทั้งสองค่ายก็ขาดสะบั้น หลังจากคุณกับเสือทะเลาะกันเรื่องใครจะได้ใช้กระสอบทรายใบใหม่ก่อน จนกลายเป็นการชกต่อยกันกลางค่าย พ่อของคุณกับพ่อของเสือจึงตัดสินใจจับพวกคุณขึ้นเวที
ตอนนั้นคุณอายุสิบขวบ เสืออายุเก้าขวบ ทั้งคู่ถูกสวมกระจับ สวมนวม และถูกจับยืนอยู่คนละมุมของเวทีท่ามกลางเสียงหัวเราะของเหล่านักมวยในค่าย
“ไหนๆ ก็อยากต่อยกันนัก ก็ขึ้นไปต่อยกันให้มันจบๆ ไปเลย!”
คุณจำได้ว่าตอนนั้นเสือมองคุณด้วยสายตาเย็นชาแค่ไหน คุณเองก็จ้องเขากลับด้วยความแค้นไม่ต่างกัน
ไม่มีใครสนใจว่าคู่ต่อสู้ตรงหน้าจะเป็นเด็กที่โตมาด้วยกัน ไม่มีใครสนใจว่าพ่อของพวกคุณจะเป็นเพื่อนรักกัน บนเวทีนั้น… เสือคือศัตรูและคุณก็เป็นศัตรูของเขา
เสียงระฆังดังขึ้น คุณพุ่งเข้าใส่ก่อน เสือหลบหมัดแรกของคุณได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะสวนกลับด้วยหมัดซ้ายที่เร็วเกินกว่าคุณจะตั้งตัว
ผัวะ!
หมัดเล็กๆ กระแทกเข้าที่ปลายคางความเจ็บแล่นแปลบขึ้นมาทันที คุณเสียหลักเซถอยหลัง ก่อนจะรู้สึกว่ามีบางอย่างกระเด็นออกจากปาก
ฟันหน้าของคุณ ทั้งค่ายเงียบไปชั่วขณะก่อนเสียงหัวเราะจะระเบิดขึ้นพร้อมกัน คุณยืนนิ่งอยู่กลางเวที มือยกขึ้นแตะปากของตัวเองช้าๆ เมื่อเห็นเลือดติดอยู่บนปลายนวม และเห็นฟันหน้าของตัวเองนอนอยู่บนพื้นผ้าใบ คุณก็เงยหน้าขึ้นมองเสือ
เด็กชายตัวโตยืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉย แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความสะใจ
“มึง…” คุณกำหมัดแน่น
“มึงทำฟันกูหลุด!”
เสือยักไหล่
“ก็หมัดกูหนัก แน่จริงก็เอาคืนดิ”
หลังจากนั้นไม่ถึงสิบวินาที…
เสือก็โดนคุณเตะก้านคอจนล้มลงไปนอนกับพื้น และผลลัพธ์ของสงครามครั้งนั้นก็คือ คุณฟันหลออยู่หลายเดือน ส่วนเสือมีตาเขียวจนหน้าตาเหมือนหมีแพนด้า
นับตั้งแต่วันนั้น พวกคุณก็ยิ่งเกลียดกันเข้าไปใหญ่ ทุกครั้งที่เจอกันจะต้องมีเรื่อง ทุกครั้งที่อยู่ใกล้กันจะต้องมีใครสักคนหาเรื่องอีกฝ่าย คุณเกลียดเสือจริงๆ และเสือเองก็เกลียดคุณจริงๆ เช่นกัน
เวลาผ่านไปหลายปี
เสือสอบเข้ามหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ และกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของแก๊งหมาบ้าแห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์
เขาเติบโตขึ้นจากเด็กชายหน้าตายที่เคยแย่งขนมคุณกิน กลายเป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่มีมัดกล้ามเนื้อแน่นหนา ใบหน้าคมเข้ม และนิสัยพูดน้อยเหมือนเดิม
เพียงแต่ตอนนี้… หมัดของเขาหนักกว่าเดิมหลายเท่า และคนที่โดนหมัดนั้นมักไม่ได้มีโอกาสลุกขึ้นมาทะเลาะต่อ ส่วนคุณก็เดินทางไปเรียนต่อต่างประเทศ หลังจากนั้น ชีวิตของพวกคุณก็แยกออกจากกันอย่างสมบูรณ์
จนกระทั่งสี่ปีผ่านไป
คุณก็กลับประเทศไทย และไม่รู้ว่าการกลับมาครั้งนี้… กำลังจะทำให้ชีวิตอันสงบสุขของใครบางคนพังพินาศลงอย่างช้าๆ
งานทำบุญประจำปีของค่ายพยัคฆ์เหินจัดขึ้นในช่วงต้นฤดูหนาว ตั้งแต่เช้าตรู่ ภายในค่ายมวยก็เต็มไปด้วยผู้คน ทั้งนักมวยรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ ผู้ใหญ่จากชุมชน และแขกที่เดินทางมาร่วมงาน
เสียงเพลงลูกทุ่งดังคลออยู่ไกลๆ กลิ่นหมูย่างลอยปะปนมากับกลิ่นเหงื่อของนักมวย และเสียงหัวเราะของผู้คนดังสลับกับเสียงกระสอบทรายที่ถูกต่อยเป็นจังหวะ
แก๊งหมาบ้าจากกรุงเทพฯ ก็เดินทางมาร่วมงานด้วยเช่นกัน หรือพูดให้ถูกก็คือ… พวกมันมาร่วมงานบุญจริงๆ แต่ส่วนใหญ่หมดเวลาไปกับการนั่งแดกเหล้าอยู่ข้างเวที
เสือเองเพิ่งซ้อมเสร็จ เขายืนอยู่ข้างเวทีในสภาพเปลือยท่อนบน ผิวกายเต็มไปด้วยเหงื่อ กล้ามเนื้อบริเวณไหล่และแผ่นหลังขยับตามจังหวะการพันผ้าก๊อซรอบมือ
ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉย ไม่สนใจเสียงโวยวายของเพื่อน ไม่สนใจเสียงเพลง ไม่สนใจคนรอบข้าง
จนกระทั่ง…
เสียงรถยนต์คันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดหน้าค่าย
ผู้คนบริเวณนั้นเริ่มหันไปมอง
ประตูรถเปิดออก รองเท้าคู่หนึ่งก้าวลงมาสัมผัสพื้น จากนั้นร่างของใครบางคนก็ปรากฏขึ้น
ภาพจำสุดท้ายของ คุณที่ติดอยู่ในหัวเสือ คือเด็กตัวแสบฟันหลอที่เคยโดนเขาต่อยจนฟันกระเด็นออกจากปาก แถมยังมีหน้ามายืนเตะก้านคอเขาจนตาเขียวแล้วหัวเราะเยาะอยู่สามวันติด
เพราะฉะนั้น คนที่กำลังเดินลงจากรถยุโรปคันหรูตรงหน้าเขาตอนนี้… ไม่มีทางเป็น User เด็ดขาด ไม่มีทาง ต่อให้คนคนนั้นจะมีโครงหน้าที่คุ้นตา ต่อให้รอยยิ้มกวนประสาทนั่นจะเหมือนกันไม่มีผิด ต่อให้เสียงหัวเราะนั่นจะเป็นเสียงที่เขาเคยได้ยินจนอยากเอานวมฟาดหน้ามาตลอดชีวิตก็ตาม
เสือจ้องอยู่นานหลายวินาที ก่อนจะสำลักน้ำจนแทบตาย
“เชี่ย…”
ทอยหันขวับมามอง
“เป็นเหี้ยอะไรของมึง?” เสือไม่ตอบ เขายังคงมองคนที่กำลังเดินเข้ามา เด็กฟันหลอคนนั้นหายไปแล้ว คุณในความทรงจำของเขาเคยเป็นเด็กตัวแสบที่ชอบวิ่งเท้าเปล่า ปีนรั้วค่ายมวย และหาเรื่องเขาได้ตั้งแต่เช้าจรดเย็น
แต่คนตรงหน้า…แม่งดูดีฉิบหาย ดูดีจนเสือเริ่มรู้สึกหงุดหงิดโดยไม่มีเหตุผล
"อ้าว! กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่วะลูกUser!" พ่อของเสือตะโกนทักทายเสียงดังลั่นเมื่อเห็นคุณเดินเข้ามา
"เพิ่งถึงเมื่อวานเลยจ้ะลุง ว่าแต่... งานบุญวันนี้ มีคู่เอกหรือยังล่ะ?" คุณยิ้มกว้าง ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบหันมาสบเข้ากับดวงตาสีเข้มของ ‘ไอ้เด็กหน้าตาย’ ที่ยืนค้าง เหงื่อซึมอยู่ริมเวที
คุณเดินตรงดิ่งเข้าไปหาเสือ ท่ามกลางสายตาของแก๊งเพื่อนมันที่มองคุณตาไม่กระพริบ คุณยกยิ้มมุมปาก เหยียดสายตามองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะเอ่ยประโยคท้าทายที่คุ้นเคย
"ขึ้นเวทีกันหน่อยไหมไอ้เสือ... ไม่ได้เตะก้านคอมึงมาสี่ปีแล้ว คันตีนว่ะ"
บรรยากาศรอบเวทีมวยการกุศลเดือดพล่านขึ้นมาทันทีเมื่อตำนานคู่กัดวัยเด็กประกาศทวงคืนสังเวียน!
ภายใต้แสงไฟสปอตไลต์ที่สาดส่องลงมากลางผืนผ้าใบ เสือในสภาพถอดเสื้อ โชว์มัดกล้ามเนื้อหน้าท้องเรียงสวยและรอยสักดุดันที่หัวไหล่ เขาสวมเพียงกางเกงมวยสีแดง ยืนพันมือเงียบๆ อยู่ที่มุมแดง นัยน์ตาของเขายังคงนิ่งสงบตามสไตล์คนพูดน้อยต่อยหนัก แต่ลึกๆ แล้ว... อัตราการเต้นของหัวใจมันรัวเร็วกว่าปกติ เขาพยายามอย่างหนักที่จะไม่เหลียวไปมองที่มุมน้ำเงิน
ที่มุมนั้น คุณกำลังยืดเส้นยืดสาย ถอดเสื้อคลุมออก เผยให้เห็นสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบและการขยับตัวที่ดูมีเสน่ห์จนดึงดูดสายตาทุกคู่ โดยเฉพาะไอ้พวกแก๊งเพื่อนเวรของเขาที่ส่งเสียงผิวปากเชียร์ออกนอกหน้าจนเสือต้องตวัดสายตาขวางๆ ไปปราม
เป๊ง!!
เสียงระฆังยกแรกดังขึ้น แทนที่จะพุ่งเข้าใส่กันเหมือนตอนเด็กๆ ทั้งคุณและเสือกลับก้าวเท้าเข้าหากลางเวทีอย่างเชื่องช้า จดจ้องดูเชิงกันและกัน ยกการ์ดขึ้นสูงตามสัญชาตญาณ เสียงเชียร์รอบด้านดังกระหึ่ม แต่บนเวทีกลับมีเพียงความเงียบและรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่าน
คุณก้าวเท้าบีบพื้นที่เข้าไปใกล้ ร่นระยะห่างจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของอีกฝ่าย หยาดเหงื่อเกาะพราวตามกรอบหน้าและลำคอของคุณ คุณช้อนสายตามองคนตัวโตกว่า แสยะยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่า
"ตัวโตขึ้นนี่หว่าไอ้หน้าโง่..." คุณกระซิบเสียงแผ่ว แต่จงใจให้ได้ยินกันแค่สองคน
"หวังว่าตีนจะหนักขึ้นตามตัวนะ ไม่ใช่ดีแต่เก๊กหน้าขรึม หลอกควายไปวันๆ"
เสือชะงักไปนิดหนึ่ง นัยน์ตาสีเข้มวูบไหวเมื่อได้มองใบหน้าของคุณในระยะประชิด ริมฝีปากที่เคยฟันหลอ ตอนนี้เรียงสวยและกำลังเหยียดยิ้มท้าทายเขา กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ผสมกับกลิ่นเหงื่อของคุณทำเอาสมาธิของไอ้ใบ้แห่งวิศวะเครื่องกลปั่นป่วน เขาขบกรามแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน พยายามกดข่มอัตราการเต้นของหัวใจที่กำลังทรยศตัวเอง
"เดี๋ยวก็รู้…ระวังฟันร่วงหมดปากอีกล่ะ“
เสือก้มมองริมฝีปากของคุณเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเลื่อนสายตากลับขึ้นมาสบตา
“คราวนี้กูไม่ปรานีแน่"
Generating
Generating
Generating
