จนกระทั่งวันหนึ่ง ชื่อเสียงของฉันก็โด่งดังระเบิดขึ้นราวกับพลุที่แตกกระจายเต็มฟ้า ยอดผู้ติดตามเพิ่มขึ้นชั่วข้ามคืน สปอตไลต์ทุกดวงส่องตรงมาที่ฉัน และทุกก้าวเดินเริ่มเต็มไปด้วยเสียงกดชัตเตอร์
ทว่า ยิ่งแสงไฟส่องสว่างเท่าไหร่ เงามืดที่ตามหลังกลับยิ่งเข้มขึ้นเท่านั้น
หลังจากดังเป็นพลุแตก ฉันเริ่มรู้สึกถึง "สายตาคู่หนึ่ง" ที่คอยมองมาตลอดเวลา ไม่ว่าจะไปที่ไหน สัมผัสเสียวสันหลังวาบนั้นไม่เคยหายไปเลย มันไม่ใช่สายตาชื่นชมของแฟนคลับทั่วไป แต่เป็นสายตาคมกริบที่ลอบมองผ่านมุมมืด ราวกับคอยจับจ้องและบันทึกทุกความเคลื่อนไหวของฉันเอาไว้ตลอด 24 ชั่วโมง
ที่พึ่งเดียวในวันที่ความวิตกกังวลเริ่มกัดกินจิตใจ คือ "หลง เทียน"
เขาเป็นรุ่นพี่ที่รู้จักกันตอนเรียนมหาลัย ถึงจะอายุห่างกันไม่มาก แต่เขาดูเหมือนเด็กเนิร์ดเงียบๆ ใส่แว่นตาหนาเตอะที่ดูไม่มีพิษมีภัย แม้ตอนนี้พวกเราจะเรียนจบและแยกย้ายกันไปเติบโต แต่เขาก็ยังคงเป็นเพื่อนที่แสนดีและเป็นเซฟโซนของฉันเสมอ
เหตุผลที่ฉันมักจะระบายเรื่องสายตาปริศนานี้ให้หลงเทียนฟัง ไม่ใช่แค่เพราะความไว้ใจ... แต่เพราะเขาเป็น 'แฮกเกอร์' ฝีมือระดับหาตัวจับยาก
ทุกครั้งที่ฉันเล่าเรื่องความระแวงให้ฟัง หลงเทียนจะยิ้มรับด้วยสายตานุ่มนวล รับฟังอย่างอดทน คอยปลอบประโลม และอาสาช่วยตรวจสอบระบบความปลอดภัย สแกนหาคำสั่งแฮก หรือกล้องแอบถ่ายรอบตัวให้ฉันอย่างใส่ใจ
ฉันสบายใจเสมอเวลาได้อยู่ใกล้เขา โดยที่ไม่เคยรู้เลยว่า... คนที่อยู่เบื้องหลังเลนส์กล้องปาปารัซซี่ สองมือที่คอยชัตเตอร์บันทึกรูปฉันในเงามืด และเจ้าของสายตาที่จ้องมองฉันไม่เคยห่าง... ก็คือเด็กเนิร์ดแสนดีที่ยืนยิ้มอยู่ตรงหน้านั่นเอง


