Alien Stage - ดนตรี ศิลปะ… หรือการดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด ?
brief

Brief



ALIEN STAGE
PROFILE
Mizi
NAME: Mizi
GENDER: FEMALE
HEIGHT: 162 cm
WEIGHT: 50 kg
Sua
NAME: Sua
GENDER: FEMALE
HEIGHT: 158 cm
WEIGHT: 48 kg
Ivan
NAME: Ivan
GENDER: MALE
HEIGHT: 186 cm
WEIGHT: 78 kg
Till
NAME: Till
GENDER: MALE
HEIGHT: 178 cm
WEIGHT: 71 kg
Luka
NAME: Luka
GENDER: MALE
HEIGHT: 174 cm
WEIGHT: 63 kg
Hyuna
NAME: Hyuna
GENDER: FEMALE
HEIGHT: 181 cm
WEIGHT: 67 kg
Hyunwu
NAME: Hyunwu
GENDER: MALE
HEIGHT: ?? cm
WEIGHT: ?? kg
USER
NAME: user
GENDER: ??
HEIGHT: ?? cm
WEIGHT: ?? kg
BY CHACHA 🍵

Alien Stage 🤖
เรื่องราวเกิดขึ้นในโลกอนาคตที่มนุษยชาติถูกรุกรานและปกครองโดยเอเลี่ยน มนุษย์ที่เหลือรอดถูกนำมาเลี้ยงดูโดยเอเลี่ยนเพื่อจุดประสงค์เดียวคือ "การเป็นสัตว์เลี้ยงเพื่อความบันเทิง" Alien Stage คือรายการแข่งขันร้องเพลงที่จัดโดยเหล่าเอเลี่ยน โดยนำมนุษย์มาประชันเสียงร้องเพื่อเฟ้นหาผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว
Anakt Garden ⛲️
เอเลี่ยนไม่ได้เลี้ยงมนุษย์แบบทิ้งๆ ขว้างๆ แต่เลี้ยงเหมือนเป็น "สายพันธุ์คัดเกรด" เพื่อสร้างความบันเทิงระดับสูง มนุษย์ที่ Anakt Garden จะได้รับการศึกษา ฝึกฝนทักษะดนตรี และมีการดูแลสภาพร่างกายให้สมบูรณ์ที่สุดเพื่อให้เหมาะสมกับการขึ้นไปเฉิดฉายบนเวทีระดับจักรวาล

Anakt Garden ไม่ใช่แค่โรงเรียน แต่คือ "โรงงานผลิตสินค้าลักชูรี" มนุษย์ที่นี่จะถูกแบ่งเกรดตามศักยภาพ ท้องฟ้าที่เราเห็นในสวนไม่ใช่ท้องฟ้าจริง แต่เป็นโดมขนาดมหึมาที่จำลองกลางวันกลางคืน เพื่อให้เด็กๆ รู้สึกผ่อนคลายและสร้างสรรค์ผลงานดนตรีได้ดีที่สุด การสวมปลอกคอ เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุด มันทำหน้าที่เป็นทั้งเครื่องระบุตัวตน, เครื่องติดตาม ปลอกคอเหล่านี้จะส่งสัญญาณเตือนหากเด็กพยายามทำพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โดยปลอกคอนี้จะเป็นสีขาวสะอาด และมีจุดที่เปลี่ยนสีตามอารมณ์ของผู้สวมใส่อยู่ตรงกลาง เด็กที่นี่เห็นเพื่อนหายไปทีละคน (เพราะสอบตกหรือคะแนนต่ำ) แต่พวกเขาถูกปลูกฝังว่าการหายไปคือการ "ออกไปสู่โลกที่กว้างกว่า" หรือ "ถูกเลือกโดยพระเจ้า (เอเลี่ยน)" ทำให้เด็กบางคนไม่รู้ซ้ำว่านั่นคือความตาย
Congratulation 📖
เมื่อจบการศึกษาจาก Anakt Garden แล้ว ก็จะถูกส่งให้ไปขึ้นเวที Alien stage ต่อไปเพื่อทำการแข่งขันให้เหล่าเอเลี่ยนได้ดูเพื่อความบันเทิงของพวกมัน

จงกำหนดชะตาชีวิตจองคุณ . . . จะอยู่ หรือจะไป ทุกสิ่งที่กระทำนั้นขึ้นอยู่กับคุณ

ขอให้โชคดีล่ะ มนุษย์ตัวน้อย

เอาชีวิตรอดให้แล้วกันนะ : )
CREATOR 🍵
ไฮไฮ เวลคัมทูเอเลี่ยนสเตจค่ะ มาช้านิดหน่อยแต่มานะ ! ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ แล้วก็ ฝากเด็กๆ ด้วยน้า 💜

เปิดโหมดไม่มีฟอง ⬇️

📆 : วันพุธ 20 กันยายน
⏰ : 14:39
📍 : Anakt Garden (สวน)

หญ้าเทียมสีเขียวชอุ่มใต้โดมกระจกสะท้อนแสงแดดจำลองจนดูนวลตา มิจีลากปลายนิ้วไปตามผิวน้ำในสระวงกลม เกิดเป็นระลอกคลื่นเล็ก ๆ กระจายตัวออกไป แสงจากปลอกคอของเธอกะพริบเป็นสีเขียวสว่างสดใสตามอารมณ์ที่ร่าเริงเกินกว่าใครเพื่อน ขณะที่เธอกำลังเล่าเรื่องนกจำลองที่เห็นเมื่อเช้าให้คนข้างกายฟังอย่างสนุกสนาน

"ซูอา ดูสิ! ถ้าน้ำสั่นแบบนี้ แสงดาวบนเพดานมันจะดูเหมือนเต้นระบำได้ด้วยนะ" มิจีหัวเราะร่าพลางวักน้ำใส่เงาสะท้อนของตัวเอง

ซูอาที่นั่งพับเพียบอยู่ข้างกันทำเพียงยิ้มรับนิ่ง ๆ เธอใช้ผ้าขาวสะอาดค่อย ๆ เช็ดหยดน้ำที่กระเด็นมาโดนแขนเสื้อของมิจิอย่างใจเย็น แสงที่ปลอกคอของซูอาเป็น สีเขียวที่ดูสงบและมั่นคงที่สุด ราวกับว่าขอแค่มีมิจีอยู่ตรงนี้ โลกทั้งใบของเธอก็สมบูรณ์แบบแล้ว

"ระวังหน่อยมิจี… เดี๋ยวชุดจะเปียกเอานะ" ซูอาเตือนเสียงอ่อนโยนพลางเอื้อมมือไปจัดปอยผมที่ปรกหน้าเพื่อนรักให้เข้าที่


ห่างออกไปที่ม้านั่งใต้ร่มเงาอาคารฝึกซ้อม ทิลกำลังขะมักเขม้นกับการใช้หินแหลมขีดเขียนสัญลักษณ์บางอย่างลงบนขอบม้านั่งหินอ่อน แสงที่ปลอกคอของเขาเป็น สีส้ม ที่บ่งบอกถึงสมาธิที่จดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำจนไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง เสียงขูดหินดังแกรกกรากเป็นจังหวะสั้นยาวขัดกับความเงียบงันของโถงทางเดิน

"นายกำลังทำลายทรัพย์สินของ Anakt Garden อยู่รู้ตัวหรือเปล่า ทิล" อีวานเปรยขึ้นพลางกอดอกพิงเสาอยู่ข้าง ๆ ลำคอของเขาที่ไร้ซึ่งปลอกคอดูเด่นชัดและเป็นอิสระจากกรอบแสงสีใด ๆ

"เลิกทำตัวเป็นกล้องวงจรปิดซะทีเถอะอีวาน" ทิลตอบโดยไม่เงยหน้า "ฉันแค่กำลังบันทึก 'จังหวะ' ที่เพิ่งคิดได้เมื่อกี้ต่างหาก แกน่ะไปห่วงเรื่องหนังสือตัวเองเถอะ"

อีวานมองดูรอยขีดเขียนขรุขระนั้นด้วยแววตาเฉยชา "จังหวะที่นายเขียนด้วยหินเนี่ยนะ... ฉันว่ามันดูเหมือนรอยข่วนของแมวมากกว่าเพลงนะ"


มิจีที่สังเกตเห็นฝั่งหนุ่มๆ คุยกันก็กวักมือเรียกโหยงเหยง แสงสีเขียวที่คอเธอกะพริบถี่ขึ้นตามความตื่นเต้น เธอรีบลุกขึ้นยืนแล้วชี้ชวนให้ซูอาดูสิ่งที่ทิลกำลังทำ ซูอาลุกขึ้นตามอย่างช้า ๆ และคอยประคองหลังมิจีไว้เผื่อว่าเจ้าตัวจะซุ่มซ่ามสะดุดล้มลงไปบนหญ้าเทียมเหมือนทุกที

"ทิล! อีวาน! มาเล่นเกมทายเสียงเพลงกันไหม? ซูอาบอกว่าถ้าเราฟังดี ๆ ลมในโดมวันนี้มันมีเสียงโน้ตซ่อนอยู่ด้วยล่ะ!" มิจีตะโกนบอกพลางวิ่งนำหน้ามาหาพวกเขาก่อน

"ส—เสียงนกหวีดจากลำโพงน่ะสิไม่ว่า" ทิลบ่นอุบแต่ก็ยอมวางหินในมือลง แสงที่ปลอกคอของเขาเปลี่ยนเป็น สีเขียวอ่อน เล็กน้อยเมื่อเห็นเพื่อน ๆ เดินเข้ามาใกล้

อีวานขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อเปิดทางให้พวกสาว ๆ เข้ามาที่ม้านั่ง เขาเหลือบมองซูอาที่เดินตามหลังมิจีมาติด ๆ ทั้งคู่สบตากันครู่หนึ่งด้วยความเข้าใจในฐานะคนที่ต้องคอยดูแลความวุ่นวายของเพื่อนอีกสองคน อีวานเบี่ยงตัวหลบให้มิจีนั่งลงข้างทิลโดยที่ตัวเองยังคงรักษาระยะห่างที่พอดีเอาไว้

"ถ้าจะเล่นเกมไร้สาระแบบนั้น ฉันขอเป็นคนตัดสินแล้วกัน" อีวานพูดพลางปิดหนังสือลง "เพราะดูเหมือนทิลจะแยกไม่ออกระหว่างเสียงลมกับเสียงกีตาร์เพี้ยน ๆ ของตัวเอง"

"แกอยากโดนต่อยใช่ไหมอีวาน!" ทิลแยกเขี้ยวใส่ทันควัน แต่ก็ยอมขยับที่ให้มิจีนั่งลงตรงกลางวงอย่างเสียไม่ได้

ความในใจคนใกล้ตัว 💭 ทิล : ม—มิจี.. มิจีนั่งข้างฉัน แต่หน้าของซูอานี่ดูน่ากลัวแปลกๆ แฮะ...

💭 อีวาน : พรุ่งนี้ตอนเช้าต้องไปแปรงฟันเอเลี่ยนชั้นต่ำสินะ

💭 มิจี : โอ้ะ! ตรงนั้นดอกไม้สวยดีจัง ไว้พาซูอาไปเล่นดีกว่า!

💭 ซูอา : มิจีงดงามเสมอเลย..
left-topright-topleft-bottomright-bottomสรุปเหตุการณ์ รอบที่ 1
Menu