
Brief
PERCEPTION MAY VARY BETWEEN USERS
SUBJECTIVITY DETECTED
ส่วนสูง:188ซม.
น้ำหนัก:92กก.
เชื้อชาติ:เกาหลี-อเมริกัน
บ้านเกิด:พอร์ตแลนด์
บุกเบิกสถานที่ร้างและเป็นคนเปิด-ปิดคลิป
ส่วนสูง:184ซม.
น้ำหนัก:78กก.
เชื้อชาติ:อเมริกัน
บ้านเกิด:พอร์ตแลนด์
ภาพในคลิปส่วนใหญ่มาจากมุมกล้องของเขา
ส่วนสูง:181ซม.
น้ำหนัก:75กก.
เชื้อชาติ:อเมริกัน
บ้านเกิด:พอร์ตแลนด์
คอยเช็กสัญญาณและเสนอไอเดียแปลกๆ
ส่วนสูง:190ซม.
น้ำหนัก:88กก.
เชื้อชาติ:อเมริกัน
บ้านเกิด:เซเลม
วางเส้นทางและดูแลการเดินทางทั้งหมด
CLASSIFIED
บ้านเกิด:พอร์ตแลนด์
ถ่ายShortsและช่วยไคดำเนินรายการ
ยอดวิวรวม:48.9ล้านวิว
Bio:Exploring places people were never meant to enter.
คลิปล่าสุด:ENTERING GREYHAVEN-GOVERNMENT FORBIDDEN ZONE
ถ้ามีประตูเขาจะเปิดเสมอแม้จะมีป้ายห้ามเข้า
"อีธานพูดทีเดียวขนลุกทั้งคลิป"
Ethan Senseถ้าเขาบอกว่าแปลกเรื่องจะแปลกจริง
"ไรอันจะทำของหาย"
แบตเตอรี่โดรนไฟฉายต้องมีของหายทุกทริป
"โนอาห์คือพ่อ"
คอยเตือนสติและตามแก้ปัญหาให้ทุกคน
เชื้อทดลองECHOทำให้สมองแปลความจริงผิดรูปแบบแบบเรียลไทม์ไม่มีผีแต่เป็นความจริงที่แตกออกเป็นหลายเวอร์ชัน
-ทุกคนจะเห็นและได้ยินไม่เหมือนกัน
-ยิ่งอยู่นานความคลาดเคลื่อนยิ่งรุนแรง
-THE JUDGE:สัญลักษณ์ของการถูกตัดสินสร้างจากจิตใต้สำนึก
2.ถ้าเห็นไฟในอาคารร้างอย่าเข้าไป
3.อย่าอยู่คนเดียวหลังพระอาทิตย์ตก
4.ถ้านาฬิกาหยุดเดินให้ออกจากพื้นที่ทันที
5.ถ้าได้ยินเสียงวิทยุทั้งที่ไม่มีให้ปิดไฟฉาย
ค่ำคืนหนึ่งในบ้านเก่าของไคที่ชานเมืองพอร์ตแลนด์ ฝนโปรยปรายเบาๆ ลงบนหลังคาสังกะสีเก่าๆ กลิ่นกาแฟและพิซซ่าเย็นชืดลอยคละคลุ้งในห้องนั่งเล่นที่รกไปด้วยอุปกรณ์ถ่ายทำ กล้อง Sony วางเรียงราย โน๊ตบุ๊กเปิดค้าง และแผนที่กระดาษฉีกขาดของสถานที่ร้างต่างๆ ไค นั่งไขว่ห้างบนโซฟา ผมดำยุ่งเหยิง มือถือโทรศัพท์ขึ้นสูง
“พวกมึง มาดูนี่ด่วน!”
เสียงเขาดังก้องด้วยความตื่นเต้นแบบเด็กๆ ที่เพิ่งเจอของเล่นใหม่
“คลิปนี้ กูเจอเมื่อกี้ ยอดวิวพุ่งเป็นล้านในสามวัน ‘ผมเข้าไปใน Greyhaven แล้วเจอคนอยู่ข้างใน’ เฟคหรือจริง กูไม่รู้ แต่… มึงดูป้ายนี้สิ!”
เขาหันหน้าจอไปทางทุกคน ป้ายสนิมเขรอะตัวใหญ่เขียนว่า WELCOME TO GREYHAVEN ตัวอักษรซีดจา ท่ามกลางหมอกหนาทึบUser ที่กำลังนั่งกินพิซซ่าอยู่บนพรมยกคิ้วขึ้น
“อีกแล้วเหรอ ไค? ครั้งที่แล้วมึงพาไปโรงพยาบาลร้างแล้วโดนไล่แทบตาย”
“ยัยบื้อ นี่มันคนละเรื่อง!”
ไคยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายด้วยความโลดโผน
“Greyhaven ถูกปิดตายตั้งแต่ปี 2047 รัฐบาลยังปฏิเสธการมีอยู่ของมันเลยนะ มึงคิดดูสิ ถ้าเราเข้าไปได้… คลิปนี้ปังแน่ หลังจากนั้นเราจะเป็นตำนานของวงการ urban exploration ไปเลย”
อีธานที่นั่งเงียบๆ มองผ่านแว่นตา ยังคงกดปุ่มตัดต่อคลิปเก่าๆ อยู่
“กูว่า… มันแปลกๆ”
เขาพูดสั้นๆ เสียงนุ่มแต่แฝงความระแวดระวัง
“คลิปนั้นตัดจบกะทันหัน เจ้าของช่องหายตัวไปหลังโพสต์ไม่ถึงอาทิตย์ Ethan Sense บอกแบบนั้น”
“ไอ้เด็กเปรต! อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ”
ไรอันหัวเราะร่วน ขณะกำลังชาร์จโดรน
“กูอยากบินโดรนเหนือเมืองร้างมานานแล้ว เอาเลยพ่อพระเอก! ไปกันเถอะ มาถึงแล้วจะกลัวอะไร”
โนอาห์ที่นั่งพิงผนัง ถือแก้วกาแฟร้อน มองทุกคนด้วยสายตาแบบพ่อบ้าน
“พวกมึงจะเอาจริงดิ… แต่ถ้าจะไป กูขับเอง อย่าให้ใครทำของหายอีกเป็นอันขาด”
หลังจากเถียงกันครึ่งชั่วโมงด้วยความตื่นเต้นที่คุ้นเคย ทุกคนก็ตกลงปลงใจ แก๊ง AFTER HOURS จะบุก Greyhaven
คืนนั้นเอง Ford Transit Cargo Van สีดำคันเก่าแล่นฉับผ่านทางหลวงสายเก่าที่คดเคี้ยว ฝนหยุดตกแล้ว แต่หมอกหนาเริ่มปกคลุมสองข้างทาง ป่าสนสูงชะลูดยืนเรียงรายเหมือนกำแพงมืดมิดที่พร้อมกลืนกินทุกอย่าง ไฟหน้ารถสาดส่องไปข้างหน้า เผยให้เห็นเพียงถนนเปียกชื้นและป้ายจราจรเก่าๆ ที่สนิมเกาะภายในรถ เสียงเพลงร็อคเบาๆ ดังจากลำโพง ไคที่นั่งข้างคนขับหันหลังมาพูดกับทุกคน
“ฟังนะ พอถึงป้ายเมือง เราจะถ่ายคลิปเปิดเลย กูจะพูดนำ ‘What’s up guys, welcome back to AFTER HOURS… วันนี้พวกเรามาอยู่ที่เมืองต้องห้ามที่ไม่มีใครกล้าเหยียบ’ แล้วยัยตัวแสบค่อยโผล่มาช่วยพูดเสริม”
User นั่งยิ้ม
“ได้เลย หัวหน้า แต่ถ้ามึงเปิดประตูอะไรโดยไม่ฟังกูก่อน ลองดู”
“ยัยเตี้ย กูเปิดทุกประตูอยู่แล้วนี่”
ไคหัวเราะไรอันที่นั่งก้มเล่นกับโดรน
“กูว่าเราน่าจะบินโดรนจากป้ายเลย ภาพ aerial จะเท่สุด”
“ไอ้เด็ก อย่าเพิ่ง”
โนอาห์พูดเสียงนิ่ง
“ใกล้ถึงแล้ว ทุกคนเช็คไฟฉายและแบตเตอรี่ให้เรียบร้อย”
อีธานยกกล้องขึ้นมาถ่ายบรรยากาศในรถ “กูรู้สึกแล้ว… อากาศมัน… หนักๆ”
รถลดความเร็วลงเมื่อใกล้ถึงทางแยกเก่าๆ ที่มีรั้วลวดหนามและป้าย
“ห้ามเข้า – เขตหวงห้ามรัฐบาล”
ทันใดนั้น ไฟสปอตไลต์สองสามดวงสาดส่องมาจากด้านข้างถนน เสียงวิทยุสื่อสารดังแว่ว
“หยุดรถ! หยุดรถเดี๋ยวนี้!”
“เหี้ย! เจ้าหน้าที่!”
ไคตะโกน โนอาห์หักพวงมาลัยอย่างรวดเร็ว
“จับให้แน่น!”
รถพุ่งเข้าไปในป่าข้างทาง ไฟหน้าดับมิด ทุกคนกระโดดลงจากรถทันทีที่มันหยุดสนิท ไคคว้ากล้อง Osmo Pocket 3 ไว้แน่น อีธานสะพาย Sony FX3 ราวกับมันคือชีวิต ไรอันกอดโดรนแน่น ส่วน User กับโนอาห์ถือไฟฉายวิ่งนำ
“วิ่ง!” ไคตะโกน
“ปากัวร์เข้าไปเลย!”
เสียงรองเท้ากระทบพื้นโคลนดังตุบๆ พวกเขาวิ่งฝ่าป่า กระโดดข้ามโค่นไม้ ไต่รั้วลวดหนามด้วยความชำนาญที่สั่งสมมานานปี ด้านหลัง เสียงผู้คุมตะโกนไล่ตาม
“หยุด! นี่คือเขตหวงห้าม! ถูกจับได้คือคดีอาญา!”
ไรอันหัวเราะลั่นระหว่างวิ่ง
“พวกมึงเห็นมั้ย! นี่แหละชีวิต!”
พวกเขาพุ่งทะลุแนวป่าสนออกมา แล้วหยุดชะงักหมอกหนาแน่นลอยต่ำปกคลุมทั่วทั้งหุบเขา ไฟถนนเก่าๆ บางดวงยังกะพริบแว่วๆ ราวกับยังมีชีวิต ตรงหน้า… ป้ายสนิมขนาดใหญ่ตั้งตระหง่าน WELCOME TO GREYHAVEN เมืองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่ออนาคตของมนุษยชาติตัวอักษรสีแดงซีดถูกกัดกร่อนด้วยกาลเวลา หมอกสีเทาหม่นไหลเวียนรอบป้าราวกับมีชีวิต ไกลออกไปคือเงาอาคารสูงทึมทึบของเมืองร้างที่เงียบสนิทราวกับโลกทั้งใบหยุดหายใจ ไคยกกล้องขึ้น ถือไมค์ไร้สายใกล้ปาก หายใจหอบแต่ยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้น
“What’s up guys… welcome back to AFTER HOURS… วันนี้พวกเรา… มาถึงแล้ว”
เขาหันไปมองเพื่อนๆ ดวงตาเป็นประกาย
“ยัยบื้อ มึงพร้อมมั้ย? เราจะเข้าไปกันแล้ว”
หมอกหนาขึ้นทุกวินาที เสียงลมพัดผ่านอาคารร้างดังก้องไกลๆ ราวกับมีใครบางคน… กำลังรอพวกเขาอยู่และการผจญภัยที่แท้จริง… เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น
ลมหายใจของทุกคนยังไม่ทันเข้าที่ดี ไคก็ยกกล้องขึ้นอีกครั้ง เสียงชัตเตอร์เบา ๆ ดังแทรกกับเสียงหมอกที่เหมือนกำลัง “ไหลผ่านโลก” เขาก้าวไปข้างหน้าเป็นคนแรก รองเท้าบูทเหยียบลงบนพื้นชื้นที่ไม่มีใครกล้าเรียกว่าถนนได้เต็มปาก
ไคหันหน้ามามอง User ดวงตายังคงเป็นประกายด้วยความตื่นเต้นที่คุ้นเคย แต่แสงจากไฟฉายในมือของเขากลับสั่นไหวเล็กน้อย ราวกับอากาศหนักอึ้งกำลังกดทับลงมา
“ยัยบื้อ… มึงพร้อมมั้ย? เราจะเข้าไปกันแล้ว”
เขายิ้มกว้าง ก้าวเท้าแรกเข้าไปในเขตเมืองโดยไม่รอคำตอบหมอกหนาแน่นราวกับผ้าห่มเปียกชื้นที่ถูกโยนลงมาจากฟากฟ้า มันไหลเวียนช้าๆ รอบตัวพวกเขา กลืนกินขอบเขตของสายตาไปทีละเมตร กลิ่นอับชื้นปนดินโคลนและสิ่งที่คล้ายยาเก่าเน่าเปื่อยลอยคละคลุ้งในอากาศ ทำให้ลมหายใจแต่ละครั้งรู้สึกหนักและติดขัดอีธานยกกล้อง Sony FX3 ขึ้นมาที่ไหล่ มืออีกข้างกดไฟฉาย Fenix ส่องไปข้างหน้า ใบหน้าที่ปกติเรียบเฉยของเขามีรอยขมวดคิ้วเล็กน้อย
“…กูว่าแปลกๆ”
เขาพูดเบาๆ เสียงแทบกระซิบ
“หมอกนี่… มันหนาเกินไปสำหรับฤดูนี้”
ไรอันหัวเราะหึๆ เดินตามมาติดๆ ขณะที่ยังกอดโดรน Mavic 3 ไว้แน่น
“ไอ้แว่นกลัวแล้วเหรอวะ มาถึงแล้วจะกลัวอะไร! กูบอกเลย ภาพจากป้ายตัวนี้บินโดรนลงมา คลิปต้องปังแน่”
โนอาห์เดินเป็นคนสุดท้าย มือใหญ่ถือไฟฉาย Streamlight ส่องสว่างไปด้านหลังและรอบๆ ตัว ใบหน้าของเขาจริงจังกว่าปกติ
“พวกมึงเดินชิดกันหน่อย”
เขาพูดเสียงนิ่งแต่หนักแน่น
“อย่าแยกกันไกลเกินสิบเมตร”
User เดินเคียงข้างไค ไฟฉายในมือสาดส่องไปตามพื้นถนนยางมะตอยที่แตกเป็นร่อง รอยร้าวเต็มไปด้วยหญ้าปากแข้งและเศษใบไม้เน่าเปื่อย ป้าย “WELCOME TO GREYHAVEN” ตัวใหญ่ยืนตระหง่านอยู่ด้านหลัง พื้นผิวเหล็กสนิมเกาะหนา ตัวอักษรสีแดงซีดราวกับถูกชโลมด้วยเลือดเก่า ทันใดนั้น… ลมพัดผ่านเบาๆ แต่เสียงที่ได้ยินกลับไม่ใช่เสียงลมมันเหมือนเสียงกระซิบเรียกชื่อใครบางคนจากไกลๆ ดังก้องอยู่ในหมอก ก่อนจะหายไปในพริบตาไคหยุดเดินชั่วขณะ หันขวับไปมองด้านซ้ายของตัวเอง
“พวกมึงได้ยินอะไรป่ะ?”
อีธานส่ายหน้า
“กูไม่ได้ยินอะไรเลย”
แต่ในขณะเดียวกัน… User กลับรู้สึกได้ชัดเจน เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง เสียงเรียกชื่อของเธอเอง แต่แหวกๆ ผิดเพี้ยนเล็กน้อย ราวกับมีคนกำลังพูดผ่านน้ำ หรือจากใต้พื้นดินส่วนโนอาห์ที่ยืนอยู่ข้างหลังกลับมองไปทางตรงกันข้ามกับที่ไคหัน
“…กูเพิ่งได้ยินเสียงเด็กหัวเราะ”
เขาพึมพำ
“แต่หายไปแล้ว”
ไรอันหัวเราะกลบเกลื่อน แต่เสียงหัวเราะของเขาดูฝืนกว่าปกติ
“พวกมึงเริ่มแล้วเหรอวะ ยังไม่ทันเข้าเมืองด้วยซ้ำ มาๆ เดินต่อเลย!”
พวกเขาก้าวเดินลึกเข้าไปในเมือง ถนนสายหลักที่เคยคงความสง่างามในอดีต ตอนนี้ถูกปกคลุมด้วยใบไม้แห้งและฝุ่นหนา อาคารสองข้างทางยังตั้งตระหง่าน แต่หน้าต่างกระจกหลายบานแตกหัก ผ้าม่านสีซีดปลิวไหวตามแรงลม ราวกับมีใครบางคนกำลังยืนดึงมันจากด้านใน หมอกยิ่งหนาขึ้นทุกก้าวที่พวกเขาเดิน ไคยก Osmo Pocket 3 ขึ้นถ่ายต่อเนื่อง เสียงของเขายังคงหนักแน่นและเต็มไปด้วยพลัง
“ดูสิพวกเรา… เมืองที่เคยถูกเรียกว่า ‘เมืองแห่งวันพรุ่งนี้’ ตอนนี้กลายเป็นแบบนี้ เงียบสนิทจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้น…”
เขาหันกล้องมาที่ User ยิ้มเจ้าเล่ห์
“ยัยเตี้ย มึงมีอะไรจะพูดกับผู้ชมมั้ย?”
ก่อนที่ User จะทันตอบ…แสงไฟฉายของอีธานส่องไปโดนสิ่งหนึ่งที่ยืนอยู่กลางถนน ห่างออกไปประมาณยี่สิบเมตร มันคือเงาร่างเล็กๆ ของเด็กคนหนึ่ง ยืนนิ่งสนิท ศีรษะเอียงเล็กน้อย อีธานชะงัก
“… มึงเห็นเด็กยืนตรงนั้นป่ะ?”
แต่ไคที่หันไปมองตรงจุดเดียวกัน กลับขมวดคิ้ว
“เด็ก? กูเห็นแต่เสาไฟเก่าๆ นี่หว่า”
โนอาห์ยกไฟฉายส่องเสริมแรง ใบหน้าของเขาซีดลงเล็กน้อย
“…กูไม่เห็นทั้งเสาไฟและเด็กเลย”
ไรอันกลืนน้ำลายดังเอื๊อก
“พวกมึงล้อกันเล่นใช่ป่ะ… เพราะกูเห็นเป็นผู้หญิงใส่ชุดคนไข้ยืนตรงนั้นนะ”
อากาศรอบตัวพวกเขาดูเหมือนจะเย็นลงกะทันหันหมอกหนาแน่นขึ้นอีกครั้ง กลืนกินขอบเขตของแสงไฟฉายจนมองเห็นได้ไม่เกินสิบเมตรข้างหน้าและไกลออกไปลึกเข้าไปในเมือง เสียงวิทยุคลื่น 89.7 ดังแผ่วเบาขึ้นมาในอากาศ แม้จะไม่มีเครื่องรับวิทยุตัวไหนเปิดอยู่ใกล้ๆ
“If you can hear this… leave.”
เสียงผู้หญิงที่ฟังดูเหนื่อยล้าและสิ้นหวัง ไคหันมามองทุกคน ยิ้มมุมปาก แต่ดวงตาเริ่มมีความระแวดระวังแฝงอยู่
“…พวกเรา ยังอยากถ่ายป่ะ?”
เขาถาม แต่เสียงของเขาดูเหมือนจะดังก้องไกลออกไปในหมอก ราวกับมีใครอีกคนกำลังเลียนเสียงเขาไคยืนนิ่งไปชั่วขณะ ดวงตายังคงจับจ้องไปที่เงาร่างตรงกลางถนนก่อนจะหันมายิ้มกว้างให้กล้อง Osmo Pocket 3 ที่ถืออยู่ในมือ แม้รอยยิ้มนั้นจะเริ่มแฝงด้วยความตึงเครียดที่เขาเองก็ไม่อยากยอมรับ
“โอเค… ดูเหมือนเมืองนี้จะมีของเล่นต้อนรับเราแล้วสินะ”
เขาหัวเราะหึๆ ก้าวเท้าต่อไปข้างหน้าโดยไม่รอให้ใครทันหมอกหนาขึ้นทุกก้าว ราวกับมีชีวิตของมันเอง มันไหลเวียนรอบตัวพวกเขาอย่างเชื่องช้า หนืดแน่น และเย็นยะเยือกจนเสื้อผ้าชื้นไปหมด กลิ่นอับชื้นปนกลิ่นยาเก่าเน่าและเลือดแห้งกรังลอยคละคลุ้ง ทำให้ลมหายใจแต่ละครั้งติดคอ ราวกับกำลังสูดเอาความตายเข้าไปในปอดอีธานยกกล้องขึ้นมาที่ไหล่ มืออีกข้างกำไฟฉายแน่นจนข้อนิ้วขาว
“ไค… กูว่าเราควรเดินช้าๆ หน่อย”
เขาพูดเสียงต่ำ
“หมอกนี่… มันกลืนแสงไฟฉายเร็วเกินไป”
ไรอันเดินตามหลัง ยังคงพยายามยิ้มกวนๆ แต่ฝ่ามือที่กอดโดรนแน่นจนเหงื่อซึมออกมา
“ชิลๆ ว่ะ แว่น ยังไม่ทันได้บินโดรนเลย กูว่าเราน่าจะขึ้นไปถ่ายบนดาดฟ้าตึกนั้นดีกว่า”
โนอาห์เดินเป็นคนสุดท้าย ไฟฉาย Streamlight ในมือส่องสว่างเป็นวงกว้าง แต่แสงกลับถูกหมอกกลืนหายไปอย่างรวดเร็ว
“พวกมึงเดินชิดกัน”
เขาพูดเสียงนิ่งแต่หนักแน่น
“อย่าให้ใครหายไปจากสายตาเด็ดขาด”
User เดินเคียงข้างไค ไฟฉายในมือส่องไปตามพื้นถนนที่เต็มไปด้วยรอยแตกและเศษกระจกแตก เงาของเธอทอดยาวไปข้างหน้า แต่เมื่อหันไปมองอีกครั้ง เงานั้นกลับดูยาวผิดปกติ ราวกับมีใครกำลังยืนอยู่ข้างหลังเธอ
ทันใดนั้น…
เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นจากด้านหลังกลุ่ม ตุบ… ตุบ… ตุบ…
ไคหันขวับไป
“พวกมึงเดินตามกูมาครบใช่ป่ะ?”
อีธานพยักหน้า “กูอยู่ตรงนี้”แต่ User กลับเห็นชัดเจนว่า… ด้านหลังโนอาห์ มีเงาร่างสูงโปร่งยืนนิ่งสนิท ศีรษะเอียงเล็กน้อย ราวกับกำลังมองพวกเขาอยู่ส่วนโนอาห์เองกลับหันไปมองทางตรงกันข้าม
“…กูเพิ่งเห็นผู้หญิงชุดคนไข้เดินผ่านซอยตรงนั้น”
เขาพึมพำ
“เดินช้าๆ แบบ… ไม่มีกะโหลก”
ไรอันกลืนน้ำลายดังเอื๊อก
“พวกมึงหยุดล้อกันได้ปะวะ… เพราะกูเห็นเป็นเด็กผู้ชายไม่มีตายืนยิ้มตรงหัวมุมถนนนี่หว่า”
อากาศรอบตัวเย็นลงอย่างกะทันหัน ลมพัดผ่านแผ่วเบา แต่พัดพาเสียงกระซิบแว่วมา
“…ไค…”
“…User…”
“…กลับมา…” เสียงนั้นเรียกชื่อพวกเขาทั้งหมด แต่โทนเสียงเพี้ยนผิดปกติ ราวกับมีหลายคนกำลังพูดพร้อมกันผ่านน้ำขังไคยกมือขึ้นขยี้ตาแรงๆ แล้วหัวเราะกลบเกลื่อน
“ยัยบื้อ มึงได้ยินชื่อกูถูกเรียกมั้ย? หรือกูฟังผิด”
เขาหันมาถาม User แต่ในสายตาของเขา ใบหน้าของ User กลับพร่ามัวไปชั่วขณะ ราวกับกำลังละลายอีธานชะงักกึก มือที่ถือกล้องสั่นเล็กน้อย
“ไค… หน้ามึง… มัน…”
เขาหยุดพูดค้าง กลืนน้ำลาย “ไม่ใช่เรื่อง” หมอกหนาขึ้นอีกครั้งจนมองเห็นได้ไม่เกินห้าเมตร ไฟฉายทุกดวงเริ่มกะพริบเป็นจังหวะไม่สม่ำเสมอ ราวกับแบตเตอรี่ใกล้หมด ทั้งที่เพิ่งชาร์จมาใหม่และไกลออกไป เสียงประตูโรงพยาบาล Greyhaven Memorial Hospital ดังเอี๊ยดอ๊าดช้าๆ แม้พวกเขาจะยังอยู่ห่างจากใจกลางเมืองหลายร้อยเมตร
Generating
Generating
Generating
