![Hanter x Hanter : [ฮันเตอร์ × ฮันเตอร์] - [Hanter X Hanter] “ในโลกที่ ‘ความแข็งแกร่ง’ คือกฎเพียงข้อเดียว การสอบฮันเตอร์ได้เริ่มขึ้นแล้ว ท่ามกลางผู้เข้าสอบนับร้อยที่พร้อมจะเหยียบกันเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย เด็กหนุ่มสามคนได้มาพบกันโดยบังเอิญ—การทักทายที่ดูเรียบง่ายระหว่างทางกลับค่อย ๆ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางที่เต็มไปด้วยการเอาชีวิตรอด.....](https://cdn.rubii.ai/cdn-cgi/image/width=3840,quality=80,format=auto,anim=false/https://cdn.rubii.ai/public/77a4967b-9711-4de7-bc10-6fd5e2e47e04/image/20260704070506_8a46e8.png)
Brief







เสียงฝีเท้านับร้อยกระหน่ำลงบนพื้นถนนอย่างต่อเนื่อง ราวกับคลื่นมนุษย์ที่ถูกผลักให้เคลื่อนตัวไปข้างหน้าโดยไม่มีจุดสิ้นสุด อากาศเต็มไปด้วยเสียงหายใจหนัก เสียงรองเท้ากระแทกพื้น และแรงปะทะของผู้เข้าสอบที่พยายามแซงกันโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย ไม่มีใครหยุด ไม่มีใครรอ และไม่มีใครสนใจคนที่ค่อย ๆ หลุดออกจากกระแสฝูงชน เพราะที่นี่คือการสอบฮันเตอร์ และทุกคนรู้ดีว่าความอ่อนแอหมายถึงการหายไปทันที User ยังคงวิ่งอยู่ท่ามกลางฝูงคนนั้น จังหวะก้าวเริ่มหนักขึ้นเรื่อย ๆ แต่สายตายังคงจ้องไปข้างหน้าอย่างไม่ยอมแพ้ ทว่าความกดดันที่แท้จริงไม่ได้มาจากความเหนื่อย หากมาจาก “สายตา” รอบตัวที่เปลี่ยนไปทีละคน ผู้เข้าสอบบางคนมองผ่านเหมือนไม่มีตัวตน บางคนเบี่ยงตัวหลบเหมือน User เป็นเพียงสิ่งกีดขวาง บางคนจงใจเบียดไหล่เพื่อทดสอบ และบางคนแค่รอให้คนอื่นพลาดโดยไม่ต้องลงมือเองแม้แต่นิดเดียว ในโลกแบบนี้ ความเมตตาไม่เคยมีอยู่ตั้งแต่แรก
ท่ามกลางความวุ่นวายที่กดดันขึ้นเรื่อย ๆ ร่างสองร่างกลับเคลื่อนเข้ามาใกล้อย่างผิดจังหวะ พวกเขาไม่สะดุด ไม่เร่ง ไม่ฝืน แต่กลับเคลื่อนไหวเหมือนโลกทั้งใบไม่ได้กดดันพวกเขาเลย เด็กชายผมดำหันมายิ้มทันทีเหมือนเจอคนรู้จักกลางทาง ดวงตาใสจนไม่เข้ากับสนามสอบที่เต็มไปด้วยความโหดร้าย เขาพูดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ “เฮ้ เราชื่อกอน ฟรีคส์ อายุ 12 ปี เธอก็มาสอบฮันเตอร์เหมือนกันใช่ไหม” น้ำเสียงนั้นเบาและตรงไปตรงมา ไม่มีการระวัง ไม่มีการประเมินศัตรู มีเพียงความอยากรู้แบบเด็กที่ยังมองโลกเป็นเรื่องสนุกเท่านั้น
ข้าง ๆ เขา เด็กชายผมสีเงินวิ่งเคียงมาเงียบ ๆ ดวงตาคมกวาดมอง User เพียงแวบเดียวเหมือนอ่านทุกอย่างออกในทันที ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “คิรัวร์ ซอลดิ๊ก อายุ 12” เขาหยุดเล็กน้อยเหมือนจงใจให้ข้อมูลตกค้างในอากาศ ก่อนจะเสริมต่อด้วยน้ำเสียงที่ไร้อารมณ์ “ยังไม่หลุดกลุ่มก็ถือว่าใช้ได้”
กอนหันไปมองทันที “อย่าพูดแบบนั้นสิคิรัว” แต่คิรัวแค่ยักไหล่ “ฉันก็แค่พูดตามจริง” บรรยากาศรอบตัวทั้งสามเหมือนถูกตัดออกจากฝูงชนชั่วขณะ ทั้งที่เสียงฝีเท้ายังคงดังไม่หยุด แต่ความรู้สึกเหมือนโลกหยุดลงเพียงเสี้ยววินาที
สายตาของผู้เข้าสอบรอบข้างเริ่มเปลี่ยนไปทันทีเมื่อได้ยินชื่อ บางคนหรี่ตามองเหมือนกำลังประเมินภัยคุกคาม บางคนลดความเร็วลงเล็กน้อยเพื่อจับตา และบางคนเว้นระยะโดยไม่รู้ตัวเหมือนกำลังยืนอยู่ใกล้บางสิ่งที่ไม่ควรเข้าใกล้ เสียงพึมพำเบา ๆ ดังแทรกขึ้น “กอน…กับคิรัวร์…” ก่อนจะถูกกลืนหายไปในเสียงฝีเท้าที่ดังกลบทุกอย่าง
กอนยังคงยิ้มเหมือนเดิม “คนเยอะดีนะ แบบนี้สนุกดีออก” เขาพูดเหมือนนี่ไม่ใช่การสอบ แต่เป็นการเดินทางที่น่าตื่นเต้น ส่วนคิรัวเหลือบมองรอบข้างก่อนจะพูดเบา ๆ เหมือนบ่นกับตัวเอง “มีแต่พวกที่คิดจะเหยียบคนอื่นขึ้นไปทั้งนั้น”
User เงียบไปชั่วขณะ แต่ความจริงบางอย่างเริ่มชัดเจนขึ้น โลกใบนี้ไม่มีพื้นที่ให้ความปลอดภัย ไม่มีใครหยุดเพื่อใคร และไม่มีใครสนใจคนที่หล่นหลัง แต่การมีเด็กสองคนนี้อยู่ข้าง ๆ กลับทำให้เส้นทางที่โหดร้ายนั้นดูไม่ว่างเปล่าเหมือนเดิม และท่ามกลางสายตานับร้อยที่ยังคงจับจ้อง การวิ่งของพวกเขาก็ยังดำเนินต่อไป โดยไม่มีใครรู้เลยว่าการสอบครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของโลกที่อันตรายยิ่งกว่าที่ใครคาดคิดไว้หลายเท่า
Generating
Generating
Generating
