
Brief
หากวันหนึ่งลูกตัวน้อยของคุณถาม
“ปะป๊า เจอมะหม๊าได้ไง!?”
เควินยิ้มและตอบ
ลูกถามว่าพ่อเจอกับแม่ได้ไงเหรอ? ง่ายมาก พ่อก็แค่ขับรถคู่ใจไปเฉี่ยวแม่ของลูกจนล้มกลางถนนน่ะสิ ตอนนั้นแทนที่จะสนสีรถที่ถลอก
พ่อกลับบอกเลิกแฟนเก่าทันทีแล้วรีบพุ่งไปประคองแม่ด้วยรอยยิ้มหวานจนเบ็นยังอยากถีบ นั่นแหละคือวินาทีที่พ่อรู้ว่านี่คือรักแรกพบที่คุ้มค่ากว่าสีรถเป็นไหนๆ สรุปคือเพราะพ่อชนแม่ลูก พ่อเลยได้แม่มาเป็นคู่ชีวิตจนถึงวันนี้ไงล่ะ
————————————————-
บรรยากาศภายในรถกล้ามของเควิน เลวิน ในยามค่ำคืนที่เงียบสงัดของเมืองช่างดูอึดอัดเสียจนแม้แต่เสียงเครื่องยนต์ที่ครางกระหึ่มอย่างดุดันยังดูเหมือนจะจงใจแกล้งทำตัวให้น่ารำคาญ แสงไฟนีออนจากร้านค้าข้างทางวูบผ่านหน้าต่างรถเป็นระยะ สะท้อนลงบนใบหน้าของชายหนุ่มทั้งสองที่นั่งจมอยู่ในความเงียบงันที่แสนยาวนาน
เควินมือหนึ่งจับพวงมาลัยแน่นจนเห็นเส้นเลือด อีกมือหนึ่งเคาะนิ้วกับคอนโซลรถอย่างจังหวะที่น่าหงุดหงิด ก่อนจะหลุดปากทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงไว้ด้วยความจิกกัดตามสไตล์ของเขา
"เฮ้ เทนนีย์สัน... นายรู้ไหมว่าการที่นายเพิ่งเลิกกับจูลี่ไปน่ะ มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกำลังขับรถที่มีถังขยะเคลื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ จริงๆ นะ"
เขาเหลือบมองเบ็นที่นั่งหน้ามู่ทู่พิงพนักเบาะอยู่ข้างๆ
"นายนี่มันสุดยอดจริงๆ พ่อฮีโร่ผู้กอบกู้โลก แต่กลับทำเรื่องความรักพังพินาศไม่เป็นท่า นายมันเป็นเวรเป็นกรรมขนาดไหนกันนะที่ทำเอาผู้หญิงดีๆ แบบนั้นต้องเดินจากไปเพราะความซื่อบื้อระดับสิบของนาย"
เบ็นถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ลมหายใจที่หนักหน่วงนั้นดูเหมือนจะดึงเอาความเหนื่อยล้าทั้งหมดที่มีออกมา เขาไม่ยอมแพ้และหันมาสวนกลับด้วยสายตาที่ขุ่นมัว
"โอ้ งั้นเหรอ? แล้วนายล่ะ เควิน?" เบ็นแค่นหัวเราะในลำคอ "นายก็น่าจะรู้ดีกว่าใครนะว่าทำไมเกว็นถึงกลับมามองนายแบบ 'เพื่อน' แค่เพื่อนเท่านั้นน่ะ ไม่ใช่คนรัก... พักนี้เห็นทำตัวเหลวไหลจนเธอกลัวหรือเปล่า? หรือว่านิสัยเสียๆ เก่าๆ ของนายมันเริ่มโผล่หางออกมาจนเธอไม่กล้าข้ามเส้นอีกต่อไปกันแน่?"
ประโยคนั้นทำให้เควินชะงักไปชั่วครู่ แสงไฟสลัวจากหน้าปัดรถกระทบลงบนใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นของเขา เขาไม่ได้โต้ตอบด้วยอารมณ์ร้ายแรงเหมือนทุกครั้ง แต่กลับปล่อยลมหายใจยาวเหยียดที่ฟังดูเหมือนเสียงเครื่องยนต์ที่กำลังดับลง
"ศาลาคนโสดหรือไง?" เควินพึมพำเบาๆ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดกลายเป็นความเหนื่อยหน่ายที่แท้จริง
เบ็นเอื้อมมือไปปรับวิทยุอย่างไร้จุดหมายพลางพยักหน้าเห็นด้วย
"สมาคมคนขี้แพ้แห่งจักรวาล... ช่างเป็นเกียรติจริงๆ นะเพื่อน" เขาทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างรถที่วิ่งผ่านไปอย่างไร้จุดหมาย ถนนสายยาวเบื้องหน้าดูราวกับไม่มีวันสิ้นสุด เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ที่พังไม่เป็นท่าของพวกเขาในคืนนี้ ต่างคนต่างนั่งถอนหายใจครืดลากยาว ราวกับจะประชันกันว่าใครมีความโชคร้ายในเรื่องความรักมากกว่ากัน ในขณะที่รถคู่ใจของเควินยังคงพุ่งทะยานไปข้างหน้าทิ้งความผิดหวังไว้เบื้องหลังท่ามกลางความมืดมิด
เสียง "ปึ้ก" เบาๆ ที่ดังขึ้นนั้นไม่ได้รุนแรงพอจะทำให้โครงสร้างของตัวถังรถบุบสลาย แต่มันกลับดังสนั่นหวั่นไหวในโสตประสาทของเควิน เลวิน ยิ่งกว่าเสียงระเบิดจากปืนใหญ่พลาสม่าเสียอีก รถคู่ใจที่เขาประคบประหงมยิ่งกว่าลูกในไส้สั่นไหวเพียงเล็กน้อย แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้คนรักรถอย่างเขาหน้าถอดสี
เควินแทบจะถีบประตูรถเปิดออกด้วยความเร็วสูง ร่างสูงโปร่งก้าวลงจากรถแทบจะทันที สายตาคมกริบกวาดมองไปที่กันชนหน้าราวกับหมอศัลยกรรมกำลังตรวจหาบาดแผลบนร่างคนไข้
"ให้ตายเถอะ! นี่มันรอยอะไรเนี่ย?! แค่ฝุ่นเกาะก็แทบจะฆ่าฉันแล้ว นี่เธอทำรอยขีดข่วนเหรอ?!" เขาสบถอุบอิบ บ่นกระปอดกระแปดถึงความไม่เอาไหนของโลกใบนี้ที่กล้ามาทำลายความเงางามของลูกรักเขา
ในขณะเดียวกัน เบ็นที่เพิ่งได้สติรีบกระโดดลงจากรถด้วยความตกใจ
"เควิน! เลิกบ่นเรื่องสีรถแล้วมาช่วยทางนี้เร็ว!" เบ็นตะโกนพลางรีบพุ่งตัวไปหาหญิงสาวที่เพิ่งเซถลาจากการถูกรถเฉี่ยวเบาๆ
เควินที่กำลังก้มๆ เงยๆ สำรวจรอยถลอกด้วยความโมโหจัดหันขวับกลับมา ตั้งใจจะระเบิดอารมณ์ใส่ "คนไม่ดูตาม้าตาเรือ" ที่ทำให้รถเขาต้องมีตำหนิ แต่ในวินาทีที่สายตาของเขาปะทะเข้ากับร่างของหญิงสาวเบื้องหน้า คำด่าทอทั้งหมดในหัวของเขาก็หายวับไปราวกับถูกลบด้วยยางลบ
ร่างกายของชายหนุ่มที่เพิ่งจะเดือดดาลกลับแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ความโกรธแค้นเรื่องสีรถถลอกมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกอึ้งจนทำตัวไม่ถูก เพราะภาพหญิงสาวตรงหน้ามันไม่ใช่แค่คนที่เขาชน แต่มันคือความสวยที่ "ตรงสเปค" ของเขาชนิดที่ทำเอาเขาสะกดคำพูดไม่ออกเลยทีเดียว บรรยากาศที่เคยตึงเครียดด้วยการบ่นเรื่องรถกลับกลายเป็นความเงียบงันที่แฝงไปด้วยความตะลึงงันของเควินในทันที
เควินยืนนิ่งค้างอยู่นานนับวินาที มือที่สั่นเทาเล็กน้อยหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาอย่างรวดเร็วโดยไม่แม้แต่จะเหลือบมองหน้าจอ ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง เขาต่อสายตรงหาเกว็นในทันทีโดยไม่สนสถานการณ์ตรงหน้า
"เกว็น... เราจบกันแค่นี้เถอะ" เควินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความลังเล ก่อนจะกดวางสายตัดการเชื่อมต่อโลกแห่งความจริงทิ้งไปในทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายหญิงได้ถามคำถามใดๆ กลับมาเลยแม้แต่คำเดียว
หลังจากกำจัด "พันธะ" ออกไปจากชีวิต เควินก็โยนมือถือทิ้งลงบนเบาะรถอย่างไม่แยแส แล้วก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาหาเบ็นที่กำลังง่วนอยู่กับการประคองหญิงสาวผู้เป็นสเปคในฝันของเขา เขาสลัดคราบชายหนุ่มขี้หงุดหงิดที่ห่วงรถยิ่งกว่าชีวิตทิ้งไปเสียสนิท ใบหน้าที่เคยบูดบึ้งกลับกลายเป็นรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนและนุ่มนวลที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่กว้างจนดูผิดธรรมชาติเสียจนเบ็นที่เห็นเหตุการณ์ถึงกับชะงักและมองด้วยความรู้สึกหมั่นไส้จนอยากจะยกเท้าขึ้นถีบยอดหน้าเพื่อนรักสักฉีดยิ่งนัก
"ส่งมาให้ฉันเถอะเบ็น นายดูเหนื่อยๆ นะ" เควินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สุภาพเกินกว่าเหตุ พร้อมกับเอื้อมมือไปรับช่วงต่อในการประคองร่างของคุณด้วยท่าทีที่ทะนุถนอมราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากกว่านี้ คุณจะบุบสลายไปเหมือนสีรถที่เขากังวลเมื่อครู่เสียอย่างนั้น
Generating
Generating
Generating
