แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านหน้าต่างสูงของโถงใหญ่แห่งสถาบันราชวิทยา ทอดเงายาวเหยียดลงบนพื้นหินอ่อน เหล่านักเรียนเดินกันเป็นกลุ่มเล็กๆ เสียงกระซิบกระซาบเป็นจังหวะสม่ำเสมอภายใต้เพดานโค้งสูง กลิ่นของกระดาษเก่าและความหอมหวานจางๆ ของกุหลาบที่จัดวางบนแท่นกลางลอยมาในอากาศ
คุณเพิ่งก้าวผ่านประตูมาได้ไม่ถึงอึดใจ เสียงกระซิบก็ยิ่งชัดเจนขึ้น สายตาหลายคู่เหลือบมองมาทางคุณ แล้วก็ละกลับไป กลุ่มนักเรียนชั้นสูงที่อยู่ใกล้น้ำพุแยกตัวออกจากกันราวกับน้ำที่ไหลหลีกก้อนหิน
และตรงกลางนั้น เจ้าชายฌอร์ด สจ๊วต ทรงยืนอยู่
พระเกศาสีทองส่องประกายรับแสง พระเนตรสีน้ำเงินเยียบเย็นดุจห้วงฤดูหนาว ข้างพระองค์ อลัน สจ๊วต ทรงพิงเสา แขนทั้งสองข้างไขว้กัน พระพักตร์บ่งบอกถึงความหงุดหงิดที่แทบจะเก็บซ่อนไว้ไม่อยู่ คีธ แคลเอส ยืนห่างออกไปไม่กี่ก้าว สีม่วงแห่งนัยน์ตาจดจ่ออยู่ที่พื้น—หรืออาจจงใจไม่มองมาทางคุณก็เป็นได้ ถัดไป ใกล้กับบันไดใหญ่ นิโคล อัสการ์ต ยืนมองอย่างเงียบงัน ใบหน้างดงามไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก และในร่มเงาของเสา ซีเรียส ดีเค ส่งยิ้มเล็กๆ ที่ดูเห็นอกเห็นใจ แต่รอยยิ้มนั้นมิได้ขึ้นไปถึงนัยน์ตา
ข้างพระองค์เจ้าชายฌอร์ด มาเรีย แคมป์เบลล์ ยืนประสานมือไว้ด้านหน้า ผมสีทองของเธอรกรุงรังเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้ากว้างใหญ่และเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ เธอไม่พูดอะไร แต่มุมปากสั่นเทิ้มแทบจะมองไม่เห็น
พระสุรเสียงของเจ้าชายฌอร์ดตัดผ่านเสียงกระซิบกึกก้อง ชัดเจนและคมดั่งมีด
“ท่านมาแล้วหรือ เลดี้ User”
พระองค์ทรงก้าวเข้ามาหาคุณหนึ่งก้าว พระวรกายแข็งทื่อ บรรดานักเรียนที่อยู่ใกล้ชิดทรงตัวหดกลับไป สายพระเนตรมิได้เคลื่อนคลาย
“ข้าได้รับรายงานที่น่ากังวลใจที่สุดเมื่อเช้านี้” เจ้าชายฌอร์ดตรัสต่อ น้ำพระสุรเสียงสงบเย็นราวกับไม่มีอะไร “ดูเหมือนว่ามิสแคมป์เบลล์ถูกพบที่ลานตะวันออก หนังสือของเธอกระจัดกระจาย ชุดของเธอฉีกขาด และ—” พระองค์ทรงกัดพระทันตกรรมแน่นชั่วเสี้ยววินาที “—พยานอ้างว่าเห็นท่านออกมาจากที่เกิดเหตุ”
เสียงกระซิบกระซาบแพร่สะพัดไปทั่วฝูงชน นักเรียนบางส่วนแลกเปลี่ยนสายตาที่รู้กัน
อลันทรงผละตัวออกจากเสา พระสุรเสียงแข็งกร้าวกว่าพระเชษฐา “ยอมรับเสียเถิด เราทุกคนรู้ดีว่าท่านรู้สึกอย่างไรกับนาง” พระองค์ทรงทำพระหัตถ์ไปทางมาเรีย ผู้หญิงคนนั้นสะดุ้งน้อยๆ “การเสแสร้งมันไร้ประโยชน์”
ที่มุมสายตา คุณเห็นการเคลื่อนไหวเพียงชั่วครู่: มือของคีธกำแน่นเป็นกำปั้นข้างลำตัว แต่เขาก็ยังคงไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมอง
เจ้าชายฌอร์ดทรงยกพระหัตถ์ขึ้นเพื่อให้อลันเงียบพระโอษฐ์ ถึงกระนั้นสายพระเนตรก็ไม่เคยละไปจากคุณ พระสุรเสียงต่ำลง ตอนนี้อ่อนโยนขึ้นแต่ความเย็นชาก็ยังมิได้ลดน้อยลง
“ข้ามิได้มาที่นี่เพื่อกล่าวหาโดยไม่เปิดโอกาสให้ท่านได้ชี้แจง” หยุดชั่วครู่ พระเนตรหรี่ลง—เป็นรอยย่นแห่งความสงสัยชั่วแวบเดียว หรือบางทีอาจเป็นอย่างอื่น “ฉะนั้น ข้าจะถามท่านให้ตรงไปตรงมา ท่านเป็นคนที่เผชิญหน้ากับมิสแคมป์เบลล์เมื่อเช้านี้หรือไม่”
เบื้องหลังพระองค์ ขุนนางหนุ่มหน้าคมคนหนึ่งเอนกายไปทางเพื่อนและพูดเสียงดังพอให้ทุกคนได้ยิน “ราวกับว่านางจะยอมรับ”
คุณสูดลมหายใจช้าๆ จิตใจเรียบเรียงถ้อยคำไว้เรียบร้อยก่อนเอ่ยปาก
“ข้าอยู่ในครัว”
โถงทั้งหมดเงียบลง
ชั่วขณะหนึ่ง ไม่มีใครขยับ เขยิบ แล้วคลื่นแห่งความสับสนก็แพร่กระจายไปทั่วเหล่านักเรียนที่มารวมตัวกัน คิ้วหลายคู่ขมวด ใครบางคนกระซิบ “ครัวน่ะหรือ?” ราวกับว่าคำนั้นไม่มีความหมายใดๆ
พระพักตร์ของเจ้าชายฌอร์ดพลันเปลี่ยนไป—บางสิ่งบางอย่างที่อ่านไม่ออกแล่นผ่านพระลักษณะก่อนจะหายไปเบื้องหลังหน้ากากแห่งความเยือกเย็น พระสุรเสียงที่ตรัสออกมานั้นถูกวัดอย่าพิถีพิถัน ระแวดระวัง
“ครัวหรือ”
ข้างพระองค์ อลันเอียงพระเศียร ความมั่นใจแต่ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นความฉงน พระองค์ทรงไขว้พระกรแน่นขึ้น แต่ท่าทางบัดนี้ดูตั้งรับมากกว่ามั่นใจ
เป็นคีธที่เอ่ยขึ้นต่อ สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคน—รวมถึงตัวเขาเองด้วย พระสุรเสียงแผ่วเบา เปี่ยมไปด้วยบางสิ่งที่อาจเป็นความไม่เชื่อ หรืออาจเป็นอย่างอื่นก็ได้ “ท่าน... อยู่ในครัวน่ะหรือ? เวลาเช้าน่ะ?”
คำถามลอยอยู่ในอากาศ ไร้การปรุงแต่ง ตรงไปตรงมา
มาเรีย แคมป์เบลล์เบิกตากว้าง จ้องมองไปมาระหว่างคุณกับเจ้าชายทั้งสอง มือทั้งสองข้างสั่นระริกอยู่ข้างลำตัว เธอเผยอปากราวกับจะพูดอะไรบางอย่าง แล้วก็หุบลงอีกครั้ง
ขากรรไกรของเจ้าชายฌอร์ดขบแน่นแทบจะมองไม่เห็น สายพระเนตรค้นหาบนใบหน้าของคุณถึงบางสิ่ง—ร่องรอย, จุดอ่อนในเรื่องเล่าของคุณ, บางที เมื่อไม่พบสิ่งใด พระสุรเสียงก็กลับแข็งกร้าวอีกครั้งถึงกระนั้นสายใยแห่งความไม่แน่นอนก็ยังคงถักทออยู่เบื้องหลัง
“แล้วท่านไปทำสิ่งใดที่นั่น”
โถงรอคอย เสียงกระซิบเงียบหายไปแล้ว ทุกสายตาจับจ้องมาที่คุณ
คุณ User จะพูดว่าอย่างไร?