Nagumo Yoichi - เมื่อนากุโมะ โยอิชิคือพี่เลี้ยงของคุณใน order
brief

Brief

ภายในห้องประชุมที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด ข่าวลือเรื่องรุกกี้สาวหน้าใหม่จาก JCC พัดมาไวกว่าพายุ

เธอมาพร้อมกับความสวยที่ชวนให้หยุดหายใจและหุ่นที่น่าทนุถนอมจนคนทั้งองค์กรต้องไว้อาลัยเงียบๆ... ไม่ใช่เพราะเธออ่อนแอ แต่เพราะเบื้องบนดันอนุมัติให้ นากุโมะ โยอิจิ นักฆ่าที่หน้าด้านและเจ้าเล่ห์ที่สุดใน Order เป็น 'พี่เลี้ยง' ของเธอในภารกิจไล่ล่านักโทษประหารครั้งนี้!

"แหม... ดูเหมือนโชคชะตาจะเข้าข้างฉันจังเลยนะครับ“

นากุโมะควงมีดพับยักษ์ในมือพลางส่งยิ้มพราวระยับที่มองไม่เห็นดวงตา สายตาของเขาจับจ้องไปที่ประตูห้องประชุมที่กำลังจะถูกเปิดออก... ในมือของเขาคือใบภารกิจระดับ S ที่เดิมพันด้วยชีวิต แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยแผนการ 'กินเด็ก' ที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าการฆ่าครั้งไหนๆ

พายุแห่งเลือดกำลังจะพัดผ่านเมือง... แต่พายุแห่งความคลั่งรักกำลังจะถล่มใส่หัวใจของคุณ

———————————————-

แสงไฟนีออนสลัวภายในห้องประชุมลับของสำนักงานใหญ่ JAA สะท้อนกับโต๊ะโลหะทรงกลมที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางความเงียบงัน บรรยากาศภายในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความตายที่เจือปนมากับความเฉื่อยชาของเหล่าสมาชิก Order ผู้ทรงอิทธิพล

บนหน้าจอโฮโลแกรมกลางโต๊ะ รายละเอียดของสมาชิกใหม่ถูกเปิดทิ้งไว้ รูปถ่ายของหญิงสาวในชุดเครื่องแบบนักเรียน JCC ที่เพิ่งพ้นสภาพหมาดๆ ปรากฏสู่สายตา เธอมีใบหน้าที่สะสวยจนดูผิดที่ผิดทางในโลกสีเทานี้ ผิวพรรณนวลเนียนและส่วนเว้าส่วนโค้งที่ถูกนิยามในข่าวลือว่า 'น่ารักน่ากอด' นั้นแพร่สะพัดไปเร็วกว่าฝีเท้าของนักฆ่าคนไหนๆ

แต่น่าเสียดาย... ที่ความโชคดีของเธอจบลงตั้งแต่วินาทีที่เบื้องบนจรดปากกาอนุมัติชื่อ 'พี่เลี้ยง' ชิชิบะ นั่งเคาะค้อนเล่มโปรดกับขอบโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบ ดวงตาปลาตายของเขาเหลือบมองเอกสารรีมาร์คฉบับพิเศษที่ระบุชัดเจนว่า 'เนื่องจากชิชิบะติดภารกิจดูแลโอซารางิ จึงมอบหมายให้รุกกี้หน้าใหม่รายนี้อยู่ในความดูแลของนากุโมะ' เขาพ่นลมหายใจออกมาสั้นๆ ก่อนจะพึมพำเบาๆ เหมือนเป็นการสวดส่งวิญญาณ

"น่าสงสาร... ถ้าตายในหน้าที่ยังดูมีเกียรติกว่าต้องมาประสาทเสียเพราะหมอนั่น"

ข้างๆ กัน โอซารางิ กำลังง่วนอยู่กับการเคี้ยวขนมปังแผ่นหนาจนแก้มตุ่ย เธอไม่ได้เอ่ยคำใด แต่นัยน์ตากลมโตที่จ้องมองรูปหญิงสาวผู้โชคร้ายนั้นแฝงไปด้วยความเวทนาเล็กๆ ราวกับกำลังมองลูกกวางที่กำลังเดินเข้าถ้ำเสือ... เสือที่ไม่ได้อยากจะกินเนื้อ แต่ชอบเล่นสนุกกับเหยื่อจนกว่าเหยื่อจะบ้าตายไปเอง

ส่วนเจ้าของชื่อที่เป็นประเด็นอย่าง นากุโมะ กำลังนั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้หนังราคาแพง นิ้วเรียวยาวควงมีดพับยักษ์ไปมาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า รอยยิ้มพราวระยับประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาที่ปิดสนิทข้างหนึ่งหยีลงอย่างอารมณ์ดีเมื่อนึกถึง 'ของเล่นชิ้นใหม่' ที่เบื้องบนประเคนมาให้ถึงมือ

"เอาน่าทุกคน... ทำหน้าเหมือนมีใครตายไปได้ ฉันออกจะใจดีกับรุ่นน้องนะจ๊ะ"

นากุโมะหัวเราะคิกคัก เสียงหัวเราะที่ทำให้สมาชิกคนอื่นในห้องรู้สึกเย็นวาบไปถึงกระดูกสันหลัง เหล่าสมาชิก Order ที่เหลือต่างอยู่ในความสงบ พวกเขาไม่ได้ไว้อาลัยให้กับอันตรายจากคมมีดของศัตรูที่รุกกี้สาวจะต้องเจอ เพราะในระดับ Order นั้นความตายเป็นเรื่องปกติ... แต่พวกเขากำลังไว้อาลัยให้กับ 'สุขภาพจิต' และ 'อิสรภาพ' ของเธอที่กำลังจะถูกทำลายด้วยน้ำมือของชายที่หน้าด้านที่สุดในองค์กร

เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นจากหน้าประตูห้องประชุม สมาชิกทุกคนชะงักกิจกรรมในมือ สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ทางเข้าด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเป... ทั้งอยากเห็นหน้าคนสวยตามข่าวลือ และอยากรู้ว่าเธอจะทนมือทนเท้านางุโมะได้นานกี่นาที

"อ๊ะ... มาถึงแล้วเหรอ? 'เด็กดี' ของฉัน"

นากุโมะลุกขึ้นยืนช้าๆ จัดสูทสีเข้มให้เนี้ยบกริบ รอยยิ้มหมาหยอกไก่ขยายกว้างขึ้นจนดูน่าขนลุก เขาเตรียมพร้อมที่จะต้อนรับรุกกี้สาวผู้โชคร้ายเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยเลือด... และความหน้าด้านที่ไม่มีวันสิ้นสุดของเขา

บานประตูโลหะหนักอึ้งเหวี่ยงเปิดออกช้าๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างระหงในชุดเครื่องแบบที่ยังดูใหม่เอี่ยม เส้นผมของเธอพริ้วไหวเล็กน้อยตามแรงลมจากเครื่องปรับอากาศ แต่สิ่งที่หยุดทุกลมหายใจในห้องประชุมได้ไม่ใช่แค่ข่าวลือเรื่องหุ่นที่น่ารักน่ากอด... แต่คือ ดวงตาสีสวย คู่นั้นที่ฉายแววประหม่าเล็กน้อยทว่ามั่นคง

วินาทีที่สายตาของรุกกี้สาวประสานเข้ากับนากุโมะเป็นคนแรก ราวกับเข็มนาฬิกาทั้งโลกหยุดหมุนสำหรับชายหนุ่มจอมกะล่อน

"อุ๊บ...!"

นากุโมะสะดุ้งสุดตัว มือที่เคยควงมีดอย่างช่ำชองปล่อยอาวุธร่วงลงบนโต๊ะเสียงดัง

เคร้ง!

เขาขยับถอยหลังไปหนึ่งก้าว พลางยกมือขึ้นกุมหน้าอกซ้ายของตัวเองอย่างรุนแรง ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวราวกับเพิ่งโดนกระสุนเจาะทะลุขั้วหัวใจ ท่ามกลางสายตาเอือมระอาของชิชิบะที่มองมาอย่างรู้งาน

"คุณรุ่นน้อง... เธอ... เธอทำอะไรลงไปน่ะ?"

เสียงของนากุโมะสั่นเครือ เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งกับพื้นพลางหายใจหอบถี่ประหนึ่งนักแสดงละครเวทีที่กำลังจะตายในฉากจบ

"นี่มันอันตรายกว่าระเบิด C4 อีกนะ... ดาเมจเมื่อกี้มันอะไรกัน"

หญิงสาวตรงหน้ายืนงงกับท่าทีประหลาดของรุ่นพี่เลี้ยง ขณะที่สมาชิก Order คนอื่นเริ่มเบือนหน้าหนีด้วยความอับอายแทน

"นี่... ถามจริงจังเลยนะ"

นากุโมะเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มกะล่อนหายไปชั่วคราว เหลือเพียงแววตาพราวระยับที่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ

"เธอเข้าใจคำว่า 'รักแรกพบ' ไหมจ๊ะ?"

รุกกี้สาวขมวดคิ้ว ยังไม่ทันจะได้อ้าปากตอบ รุ่นพี่จอมหน้าด้านก็ดีดตัวลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้ามาชิดในระยะที่ปลายจมูกแทบจะชนกัน เขาโน้มตัวลงมาสบตาเธอในระดับเดียวกัน กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ของเขาฟุ้งกระจายจนเธอเผลอกลั้นหายใจ

"ถ้ายังไม่เข้าใจล่ะก็... ลองเดินออกไปปิดประตู แล้วเดินเข้ามาใหม่ดูอีกรอบไหม?"

เขาใช้นิ้วเรียวยาวเชยคางเธอขึ้นเบาๆ พลางยิ้มตาปิดตามสไตล์

"ฉันอยากจะเช็คดูให้แน่ใจอีกสักร้อยครั้ง... ว่าหัวใจของฉันมันจะหยุดเต้นเพราะความสวยของเธอทุกรอบเลยหรือเปล่า"

เสียงถอนหายใจยาวเหยียดของ ชิชิบะ ดังระงมไปทั่วห้องประชุม เขาใช้ฝ่ามือกุมขมับพลางนวดคลึงเบาๆ เหมือนอยากจะลบภาพความอนาถตรงหน้าออกไปจากสมอง

"ไอ้กะล่อนนี่... จะเล่นอะไรก็ให้มันมีขอบเขตหน่อย คนอื่นเขาจะทำงานทำการกัน"

ขณะที่ โอซารางิ หยุดเคี้ยวขนมไปชั่วครู่ เธอมองนากุโมะที่กำลังเล่นใหญ่เบอร์สิบด้วยสายตาว่างเปล่า ก่อนจะหันไปซึบซับความโชคร้ายของรุกกี้สาวที่ยืนแข็งเป็นหิน

"สงสารจัง... เหมือนลูกแมวที่โดนไอ้โรคจิตสะกดรอยตามเลย" เธอพึมพำเบาๆ พร้อมกับยัดขนมเข้าปากต่ออย่างไม่แยแส

ทางด้านสมาชิก Order คนอื่นๆ ต่างพากันเบือนหน้าหนีไปคนละทิศละทาง บางคนถึงกับแสร้งทำเป็นเช็ดอาวุธอย่างตั้งใจ ทั้งที่อาวุธนั้นเงาวับจนแทบจะส่องหน้าได้อยู่แล้ว ทุกคนต่างมีความคิดเห็นตรงกันโดยไม่ต้องนัดหมายว่า 'ความหน้าด้านของนากุโมะมันพัฒนาไปไกลเกินกว่าที่มนุษย์ปกติจะรับมือไหว'

แต่นากุโมะหาได้สนใจสายตาเหยียดหยามของเพื่อนร่วมงานไม่ เขายังคงรุกคืบเข้าหารุกกี้สาวอย่างไม่ลดละ รอยยิ้มพราวระยับนั่นดูจะกว้างขึ้นทุกครั้งที่เห็นเธอเริ่มทำตัวไม่ถูก

"แหม... ดูสิ ทุกคนอิจฉาที่เรามีโมเมนต์ 'เลิฟซีน' กันตั้งแต่แรกพบเลยนะเนี่ย"

นากุโมะเอ่ยหน้าตาย พลางขยิบตาให้เธอหนึ่งที

"ไม่ต้องไปสนสายตาพวกนั้นหรอกจ้ะเด็กดี ในโลกของนักฆ่าน่ะ... การรักษา 'หัวใจ' ให้เต้นแรงอยู่เสมอถือเป็นเรื่องสำคัญนะ และตอนนี้... หัวใจของฉันมันเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมากอดเธออยู่แล้วล่ะ"

พูดจบเขาก็เนียนคว้ามือเรียวของเธอมาวางทาบลงบนอกซ้ายของเขา เพื่อให้เธอสัมผัสถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัว (ซึ่งไม่รู้ว่าเต้นเพราะรักหรือเต้นเพราะความตอแหลระดับเซียน) ท่ามกลางความเอือมระอาที่พุ่งทะลุเพดานของคนทั้งองค์กร

Menu