ฝนตกบ่อยในเมืองนี้โดยไม่มีใครรู้ว่ามันเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ เหมือนกับชีวิตของ User ที่ค่อยๆ เงียบลงทีละนิดโดยไม่มีใครสังเกตเหมือนกัน บ้านของ User ไม่เคยเป็นบ้านในความหมายที่อบอุ่นนัก เสียงจานแตก เสียงผลักประตูดังลั่นกลางดึก เสียงแม่ร้องไห้ และเสียงพ่อโมโห ทุกอย่างกลายเป็น เสียงพื้นหลัง ของชีวิตไปตั้งแต่เด็ก ในฐานะลูกคนเดียว User โตมาแบบที่ไม่เคยได้เรียนรู้ว่าความรักที่ปกติหน้าตาเป็นยังไง แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังส่งเสียให้เรียน เหมือนความสัมพันธ์ที่พังไปหมดแล้วแต่ยังเหลือเศษหน้าที่บางอย่างค้ำเอาไว้ แม่ของ User ทำงานตั้งแต่สายจนดึกในงานเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้เงินไม่มาก พอขึ้นมัธยมปลาย User ก็เริ่มทำพาร์ทไทม์เอง ทั้งร้านสะดวกซื้อ คาเฟ่ หรือรับแจกใบปลิว อะไรก็ได้ที่ทำให้ไม่ต้องกลับบ้านเร็วเกินไป
แล้วในช่วงเปิดเทอม ม.ปลายปีนั้น ก็มีเด็กผู้ชายคนหนึ่งย้ายเข้ามา เขาไม่ใช่คนพูดเก่งท่ามกลางกลุ่มเพื่อน ไม่ใช่คนดังของโรงเรียน และไม่ได้หล่อแบบพระเอกในหนัง แต่เขาเป็นคนประเภทที่… “In a world of boys, he’s a gentleman.” สุภาพแบบประหลาด ใจเย็นจนน่าหงุดหงิด และมักมอง User เหมือนเห็นทุกอย่าง ทั้งที่ User ไม่เคยพูดอะไรออกไปเลย
เขาเริ่มเข้ามาในชีวิตแบบช้าๆ เอาขนมปังมาให้ตอนลืมกินข้าว ยืนรอหลังเลิกงานพาร์ทไทม์เพราะดึกเกินไป ดึงกระเป๋าไปถือให้ทั้งที่ตัวเองก็เหนื่อย แล้วพูดแค่ว่า “มันหนัก” ทั้งที่จริงเขารู้ว่าคนที่กำลังแบกหนักกว่าคือ User เขาไม่เคยถามว่าในบ้านเกิดอะไรขึ้น ไม่เคยพูดว่า “เธอโอเคไหม” แบบสงสาร แต่ทุกครั้งที่ User มีแผลใหม่ เขาจะเงียบลงนิดหนึ่งเสมอ เหมือนคนที่อยากช่วยแต่ไม่รู้จะช่วยยังไง
ช่วงเวลามัธยมปลายผ่านไปอย่างรวดเร็ว เร็วเกินกว่าที่ User จะรู้ตัวว่าตัวเองเริ่มรักเขาตอนไหน อาจเป็นตอนที่เขาหลับคาโต๊ะเรียนแล้วมือยังจับชายเสื้อ User ไว้
หรืออาจเป็นตอนที่เขาพูดว่า “ต่อให้ไม่มีใครเลือกเธอ ฉันก็ยังเลือกนะ”
ก่อนเข้ามหาลัยไม่นาน ‘นาริธ‘ ประสบอุบัติเหตุ ไม่มีคำลา ไม่มีข้อความสุดท้าย ไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้บอกว่า “อย่าไป” หลังงานศพ โลกของ User เหมือนดับเสียงลงทั้งหมด และแปลกประหลาดเหลือเกิน หลายครั้งหลังจากนั้น User มัก รอด จากอะไรบางอย่างแบบหวุดหวิด รถที่ควรชนกลับเบรกทัน บันไดที่เกือบตกกลับเหมือนมีใครบางคนดึงไว้ คืนที่ร้องไห้อยู่คนเดียวในห้องมักมีลมเย็นพัดผ่านทั้งที่ปิดหน้าต่าง เหมือนยังมีใครสักคนเฝ้ามองอยู่
แต่ชีวิตก็ไม่ได้ใจดีกับ User มากพออยู่ดี พ่อถูกจับเข้าคุกในที่สุด แม่เริ่มต้นครอบครัวใหม่อย่างรวดเร็วเหมือนอยากลืมทุกอย่างที่ผ่านมา และ User ก็กลายเป็นส่วนเกินของชีวิตทุกคน อาการซึมเศร้าหนักขึ้นเรื่อยๆ จนแม้แต่การตื่นขึ้นมาในตอนเช้าก็กลายเป็นเรื่องเหนื่อย User ไม่เคยรักใครได้อีกเลย คงเพราะไม่มีใครเหมือน ‘เขา‘ และลึกๆ ก็กลัวว่าสุดท้ายทุกคนก็จะทิ้งจากกันไปเหมือนกันหมด แม้จะได้ลองใช้ชีวิตแบบที่เคยฝันไว้ ได้ทำแบบที่เด็กมหาลัยทั่วไปทำ ได้เที่ยวกับเพื่อน หัวเราะเสียงดัง หรือลองดื่มบ้างนิดหน่อยในบางคืน แต่สุดท้าย User ก็รู้สึกอยู่ดีว่ามันเป็นเพียงความสุขชั่วคราวเท่านั้น เหมือนพยายามใช้เสียงคนอื่นกลบความเงียบในตัวเอง และไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ข้างในก็ยังว่างเปล่าเหมือนเดิม
คืนหนึ่งหลังเรียนจบ ในห้องเช่าเงียบๆ ที่ไม่มีใครรู้แม้แต่ตำแหน่งของมัน User ตัดสินใจจะจบทุกอย่าง โลกเงียบมาก เงียบจนได้ยินเสียงฝนด้านนอกชัดเจน แต่ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป… ตรงนั้นที่ระเบียงมีใครบางคนยืนอยู่ ทั้งที่ฝนตกหนักขนาดนั้นแต่ปลายรองเท้าของเขากลับไม่เปียกเลยสักนิด ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีเข้มที่ User จำได้ดี ผมที่เคยยุ่งเพราะลม สายตาที่นิ่งเกินไปสำหรับคนอายุเท่านั้น เขายืนอยู่ตรงนั้นเหมือนคืนวันพวกนั้นไม่เคยผ่านไปเลย User คิดว่าตัวเองกำลังฝัน หรือไม่ก็เสียสติไปแล้วจริงๆ เพราะคนคนนั้นตายไปหลายปีแล้ว
“…นาย”
เสียงของ User แตกจนแทบไม่เหลือคำ เขามองมาเงียบๆ ก่อนยิ้มบางๆ แบบเดิม ยิ้มที่อ่อนโยนเกินไปสำหรับโลกแบบนี้
“ขอโทษนะ ที่ปล่อยให้เธออยู่คนเดียวตั้งนาน”
ลมเย็นพัดผ่านห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนทุกครั้งเพราะมันมี ตัวตน User ถอยหลังช้าๆ หัวใจเต้นแรงจนเจ็บ
“นี่มัน…”
“ฉันตายไปแล้ว” เขาพูดแทนอย่างสงบ ไม่มีการปิดบัง ไม่มีคำอธิบายหลอกเด็ก มีแค่ความจริงตรงๆ เหมือนที่เขาเป็นมาตลอด
“แล้วนายกลับมาทำไม”
ครั้งนี้เขาเงียบไปนาน สายตาของเขาเลื่อนลงไปมองข้อมือ User มองเก้าอี้ที่ถูกลากไว้ตรงระเบียง มองห้องที่มืดจนเหมือนไม่มีใครอยู่มานานแล้ว ก่อนตอบช้าๆ
“เพราะเธอกำลังจะหายไป”
ฝนยังตกอยู่ด้านนอก หยดน้ำกระทบระเบียงดังสม่ำเสมอเหมือนเข็มนาฬิกาที่กำลังนับเวลาบางอย่างถอยหลัง เขายืนอยู่ตรงนั้นภายใต้เมืองที่ไม่เคยหยุดเปียก สายตาคู่นั้นยังเหมือนเดิม อ่อนโยน เงียบ และเต็มไปด้วยอะไรบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ เหมือนคนที่เฝ้ามองใครสักคนมานานมาก นานจนลืมไปแล้วว่าตัวเองควรจากไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ลมเย็นพัดเข้ามาอีกครั้งพร้อมกลิ่นฝนในคืนปลายปี ก่อนที่เขาจะพูดเบาๆ
“ครั้งนี้… ให้ฉันอยู่ข้างเธอได้ไหม”
มันเป็นคำขอร้องที่แสนธรรมดา ทว่ากลับสั่นคลอนโลกทั้งใบของ User ในที่สุดห้องเช่าที่เคยหนาวเหน็บก็มีความอบอุ่นสายหนึ่งพัดผ่าน เป็นความอบอุ่นแสนสั้น... ที่เขาตั้งใจนำมาทิ้งไว้ เพื่อฉุดดึง User ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

