
Brief
สองปีที่โลกจารึกว่า พอร์ตแกส ดี. เอส ตายไปแล้ว
คือสองปีที่ฉันยอมแลกเกียรติยศทุกอย่างเพื่อต่อลมหายใจให้เขาในเงามืด แม้ข้างนอกนั่นยุคสมัยกำลังจะพังทลายลงด้วยฝีมือน้องชายของเขา
แต่ที่นี่... หน้าที่เพียงอย่างเดียวของอดีตทหารเรืออย่างฉัน คือการรักษา 'เปลวไฟ' ที่เหลืออยู่เพียงหนึ่งเดียวนี้ไม่ให้ดับมอดลง
————————————
กลิ่นกำมะถันปนคาวเกลือยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูก ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของลมทะเลยามค่ำคืนที่พัดกระหน่ำบนเกาะร้างไร้ชื่อ เรือตรวจการณ์ขนาดเล็กที่มียศตำแหน่งและอนาคตของคุณผูกติดไว้
บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษไม้ที่ถูกคลื่นซัดเกยตื้นอยู่ไม่ไกลจากโขดหิน ทั้งหมดเป็นเพราะความดื้อรั้นที่ต่างคนต่างไม่ยอมลดละ
คุณนั่งตัวตรง แผ่นหลังพิงกับซากขอนไม้หน้าตึงเป๊ะในชุดทหารเรือที่เปียกโชกจนแนบไปกับผิว ความหนาวเหน็บกัดกินไปถึงกระดูก แต่ศักดิ์ศรีของ "มือซ้ายสโมคเกอร์" ยังคงสั่งให้คุณเชิดหน้าขึ้น แม้ในใจจะอยากจะสบถออกมาเป็นภาษาที่ทหารเรือเรือดีๆ เขาไม่ใช้กันก็ตาม
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา มันคือเกมหมากรุกที่เดิมพันด้วยชีวิต ทุกครั้งที่เอสพยายามสลบหลีกเข้าสู่กระแสน้ำวน คุณกลับอ่านทิศทางน้ำออกราวกับฝังชิปไว้ที่ท้ายเรือของเขา ทุกครั้งที่คุณพยายามดักซุ่มที่ช่องแคบ เขาก็กลับโยกหลบไปได้อย่างปาฏิหาริย์เหมือนรู้ใจกันมาเป็นชาติ
สุดท้ายความ "รู้ทัน" ที่มากเกินไปทำให้เรือลำจิ๋วของเขาล่ม และเรือของคุณก็อับปางตามลงมาในพายุลูกเดียวกัน
"เลิกทำหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อกันได้แล้วน่า... ยัยทหารเรือ" เสียงทุ้มที่คุ้นหูดังขึ้นท่ามกลางเสียงปะทุของกองไฟ พอร์ตแกส ดี. เอส นั่งขัดสมาธิอยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าที่มีกระของเขาประดับด้วยรอยยิ้มยโสที่มองกี่ทีก็ชวนให้เส้นกระตุก
เขาไม่ได้ดูสะทกสะท้านกับสภาพกึ่งจมกึ่งลอยน้ำเมื่อครู่เลยสักนิด มือหนากำลังหมุนไม้ที่เสียบปลามันวาวสีทอง กลิ่นหอมโชยมาปะทะจมูกที่กำลังคัดเพราะพิษไข้ของคุณ
"นี่... กินซะก่อนจะหนาวตายไปจริงๆ ฉันไม่อยากถูกสโมคเกอร์ตามจองล้างจองผลาญเพราะปล่อยให้ลูกน้องคนโปรดอดตายบนเกาะร้างหรอกนะ" เขายื่นปลาปิ้งที่ดูสมบูรณ์แบบมาให้ พร้อมกับทำท่าทางเชิญชวนอย่างสุภาพที่ดูแล้วกวนประสาทเป็นที่สุด
คุณคว้าปลามาถือไว้ด้วยมือที่สั่นเทา ไม่ใช่เพราะซาบซึ้ง แต่เพราะกำลังสะกดอารมณ์ไม่ให้เอาไม้เสียบปลาแทงคอคนตรงหน้า
เอสหัวเราะร่า ก่อนจะทำบางสิ่งที่ดูไม่เข้ากับบรรยากาศการหลบหนี เขาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงที่เปียกปอน หยิบปึกกระดาษที่ถูกพับไว้อย่างดี (และดูเหมือนเขาจะใช้พลังไฟทำให้มันแห้งอย่างรวดเร็ว) ออกมาคลี่กางต่อหน้าคุณ
"ดูนี่สิ... ของดีที่ฉันอุตส่าห์จิ๊กมาจากเรือเสบียงเมื่อวาน" เขาชูใบประกาศจับแผ่นหนึ่งขึ้นมา แสงไฟสีส้มวูบไหวสะท้อนบนกระดาษที่เป็นรูปเด็กหนุ่มสวมหมวกฟาง ยิ้มกว้างจนเห็นฟันแทบทุกซี่ ค่าหัวที่ระบุอยู่บนนั้นทำให้คุณที่คร่ำหวอดในกองทัพเรือมานานถึงกับรูม่านตาขยาย
"กลุ่มหมวกฟาง... มังกี้ ดี. ลูฟี่?" คุณพึมพำชื่อที่เริ่มได้ยินหนาหูในช่วงนี้ "ไอ้เด็กหน้าใหม่นี่มันทำอะไรลงไป? ค่าหัวถึงได้พุ่งทะยานบ้าคลั่งขนาดนี้ ทั้งที่ยังไม่ใช่รุกกี้แถวหน้าด้วยซ้ำ"
"หึๆ... อย่าเรียกว่าหน้าใหม่เลย" เอสขยับหมวกปีกกว้างที่เขาเพิ่งเอามาสวม แววตาที่เคยมองคุณด้วยความขี้เล่นเปลี่ยนเป็นความภาคภูมิใจที่ปิดไม่มิด
"เจ้านั่นน่ะ... คือน้องชายของฉันเอง ความป่วนของมันน่ะยิ่งกว่าฉันสิบเท่า เตรียมตัวไว้เถอะยัยทหารเรือ เพราะยุคสมัยหลังจากนี้ กองทัพเรือของเธอจะไม่ได้นอนตาหลับแน่ๆ"
เขายักคิ้วให้คุณหนึ่งที ก่อนจะกัดปลาคำโตแล้วเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างมีความสุข ทิ้งให้คุณนั่งหน้าตึงอยู่ท่ามกลางความเงียบ โดยมีเพียงเสียงไฟที่ปะทุ
กาลเวลาหมุนผ่านไปดั่งกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากในแกรนด์ไลน์
ภาพของนายทหารเรือสาวหน้าตึงที่นั่งเคี้ยวปลาปิ้งประชดประชันโจรสลัดหมัดอัคคีบนเกาะร้าง กลายเป็นเพียงความทรงจำสีจางที่ถูกทับถมด้วยกองเอกสารและภาระหน้าที่อันหนักอึ้ง ในฐานะ "มือซ้ายของสโมคเกอร์" แบบเต็มตัว
คุณไม่ได้มีอิสระที่จะควบเรือเล็กออกไปไล่กวดใครตามอำเภอใจอีกต่อไป ภาระบนบ่าของคุณในตอนนี้คือการเป็นเสาหลักให้หน่วย G-5 และเป็นพี่เลี้ยงแกมอาจารย์ที่ต้องคอยเคี่ยวเข็น ทาชิกิ นายทหารเรือสาวผู้ซื่อตรงแต่ยังอ่อนประสบการณ์
ทุกวันคือการฝึกซ้อม การปราบปราม และการคานอำนาจระหว่างความถูกต้องกับคำสั่งเบื้องบน คุณยุ่งเสียจนแทบจะลืมไปแล้วว่าความรู้สึกตอนที่ลมร้อนจากเปลวไฟของเอสปะทะใบหน้ามันเป็นอย่างไร
ข่าวคราวของเขาที่แว่วมาตามสายลมมีเพียงประโยคสั้นๆ ที่ทำให้คุณขมวดคิ้ว... 'เอสกำลังไล่ล่าคนทรยศที่ฆ่าพวกพ้องบนเรือหนวดขาว' ชื่อของ หนวดดำ กลายเป็นคำต้องห้ามที่คุณพยายามไม่ใส่ใจ คุณรู้ดีว่าคนอย่างเอสไม่มีทางยอมปล่อยให้เรื่องนี้จบลงง่ายๆ และนั่นคือ "วิถีของโจรสลัด" ที่ทหารเรืออย่างคุณไม่ควรยื่นมือเข้าไปก้าวก่าย
จนกระทั่งวินาทีนั้นมาถึง
บรรยากาศในห้องทำงานของหน่วยที่เคยวุ่นวายกลับเงียบสงัดลงฉับพลัน เมื่อเสียงสัญญาณจาก หอยทากสื่อสาร (Den Den Mushi) ดังเหง่งหง่างขึ้นอย่างผิดจังหวะ สโมคเกอร์ที่กำลังพ่นควันซิการ์อยู่ริมหน้าต่างชะงักไป ทาชิกิที่กำลังจัดดาบหันมามองคุณด้วยแววตาสั่นระริก
"รายงานด่วนจากศูนย์บัญชาการใหญ่..." เสียงปลายสายแหบพร่าและเต็มไปด้วยความตึงเครียด "โจรสลัด 'หมัดอัคคี' พอร์ตแกส ดี. เอส พ่ายแพ้ในการดวลที่เกาะบานาโร... ขณะนี้ถูกควบคุมตัวและกำลังถูกส่งตัวไปคุมขังที่คุกนรก อิมเพลดาวน์ (Impel Down) เพื่อรอวันประหารชีวิต" วินาทีนั้น โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน
กาลเวลาไม่เคยปราณีใคร มันเริ่มต้นขึ้นบนแท่นประหารสูงตระหง่านกลางลานกว้างของมารีนฟอร์ด
ท้องฟ้าในวันประหารนั้นสว่างจ้าจนแสบตา กองเรือนับร้อยและทหารนับแสนยืนเรียงรายราวกับป่าเหล็กกล้าเพื่อรอรับชมจุดจบของ "สายเลือดปีศาจ" คุณยืนอยู่ตรงนั้น ในฐานะตัวแทนของหน่วย G-5 และมือซ้ายที่สโมคเกอร์ไว้ใจที่สุด
ทว่าบนใบหน้าของคุณกลับถูกบดบังด้วย ผ้าปิดตาสีดำสนิท ตามคำสั่งพิเศษของสโมคเกอร์ที่อ้างว่ามันคือพิธีการเพื่อไม่ให้ทหารระดับสูงต้องแปดเปื้อนสายตากับภาพที่น่าสลดใจ แต่ลึกๆ คุณรู้ดีว่านั่นคือ "ความเมตตา" สุดท้ายที่เจ้านายมอบให้... เพื่อให้คุณไม่ต้องจ้องมองใบหน้าของคนที่คุณเคยปิ้งปลากินด้วยกันในวินาทีที่หัวของเขาหลุดออกจากบ่า
เสียงตะโกนประกาศความผิดของเอสดังสนั่นไปทั่วน่านน้ำ แต่ข้างกายคุณนั้นกลับมีเพียงเสียงลมหายใจที่ติดขัดของชายที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่าง เขาช่างดูตัวเล็กเหลือเกินเมื่อเทียบกับแท่นประหารที่แบกรับความยุติธรรมอันหนักอึ้งนี้
"ขอโทษนะ..." เสียงกระซิบแผ่วเบาที่แทบจะหายไปกับสายลมดังขึ้นจากร่างที่คุกเข่าอยู่ เอสไม่ได้เงยหน้ามองคุณ แต่มันคือคำพูดที่ส่งถึงคุณเพียงคนเดียวท่ามกลางคนนับแสน
ทันใดนั้น เสียงกลองแห่งสงครามก็เปลี่ยนเป็นเสียงเพชฌฆาตง้างดาบขึ้นสูง แสงอาทิตย์สะท้อนลงบนใบดาบยาวจนเกิดประกายวาบผ่านผ้าปิดตาของคุณ คุณกำหมัดแน่นจนสั่นสะท้านไปถึงหัวไหล่ วินาทีแห่งจุดจบมาถึงแล้ว... ดาบนั้นกำลังจะเคลื่อนที่ลงมาตัดรอนทุกสิ่งทุกอย่าง
แต่แล้ว...
โลกทั้งใบกลับเงียบงันลงชั่วขณะ ก่อนที่จะถูกกระแทกด้วยคลื่นพลังงานมหาศาลที่ระเบิดออกมาจากทิศทางของอ่าว เสียงตะโกนเรียกชื่อพี่ชายที่คุ้นเคยดังแหวกอากาศมาพร้อมกับ ฮาคิราชันย์ ที่ทรงพลังและบ้าคลั่งจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
ตุบ... ตุบ...
ร่างของเพชฌฆาตสองคนที่ยืนขนาบข้างเอสร่วงหล่นลงพื้นราวกับหุ่นฟางที่ไร้วิญญาณ ทุกอย่างนิ่งงันไปครู่หนึ่ง แม้แต่เหล่านายพลเรือยังต้องชะงักกับพลังที่ไร้การควบคุมนี้
คุณที่สวมผ้าปิดตาสีดำสนิทอยู่ชะงักไปเล็กน้อย สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของอากาศที่พัดผ่านใบหน้าไป... มันคือกลิ่นอายของเด็กหนุ่มหมวกฟางที่คุณเคยเห็นในใบประกาศจับแผ่นที่เปียกโชกนั่น
ท่ามกลางความตื่นตระหนกของกองทัพเรือ ท่ามกลางเสียงตะโกนด่าทอของอาคาอินุและความโกลาหลที่เริ่มก่อตัว มุมปากของคุณที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าปิดตากลับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่บางเบาเสียจนไม่มีใครสังเกตเห็น มันเป็นรอยยิ้มของความโล่งอก
‘น้องชายนาย... มาเร็วกว่าที่คิดนะเอส‘
คุณนึกในใจขณะที่ยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นในเครื่องแบบทหารเรือ แต่ในวินาทีถัดมา คุณเริ่มขยับมือไปที่ข้างเอวอย่างช้าๆ เตรียมพร้อมสำหรับ "ความยุติธรรม" ในแบบของตัวเองที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า
สมรภูมิที่เคยคุกรุ่นด้วยเปลวเพลิงและเสียงโห่ร้องกลับกลายเป็นความเงียบงันที่น่าสยดสยองเพียงชั่วพริบตา... วินาทีที่กุญแจมือหินนากาหลุดร่วงลงพื้น แสงสว่างแห่งความหวังวาบขึ้นในดวงตาของลูฟี่ ท่ามกลางวงล้อมของศัตรูนับแสน
พี่น้องสองคนวาดลวดลายสอดประสานกันดั่งเปลวไฟที่เริงระบำ ทว่าโชคชะตาที่เล่นตลกกลับร่วงหล่นลงมาในรูปแบบของกระดาษแผ่นเล็กที่เรียกว่า บีเบิ้ลการ์ด ลูฟี่ก้มลงหมายจะคว้าเศษเสี้ยวแห่งชีวิตนั้นไว้ โดยไม่ทันสังเกตเห็นหมัดลาวาสีแดงฉานที่พุ่งตรงมาจากพลเอกอาคาอินุ... แต่เอสสังเกตเห็น
ฉึก!
เสียงเนื้อที่ถูกความร้อนแผดเผาจนทะลุผ่านทรวงอกดังชัดเจนในโสตประสาทของคุณที่ยืนอยู่ไม่ไกล กลิ่นไหม้ของอวัยวะภายในและเลือดที่เดือดพล่านคลุ้งกระจายไปทั่วอากาศ ร่างของ พอร์ตแกส ดี. เอส ทรุดลงจมกองเลือดต่อหน้าต่อตาเด็กหนุ่มหมวกฟาง ท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งโลกที่จ้องมองผ่านจอมอนิเตอร์
หมัดลาวานั้นไม่เพียงแต่พรากชีวิตของเอส แต่ยังพรากสติสัมปชัญญะของลูฟี่ให้แตกสลายลงไปในวินาทีนั้นเอง
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับฝันร้ายที่ซ้อนทับ หนวดขาวผู้เป็นตำนานยืนหยัดสิ้นใจทั้งที่ยังสง่างาม จินเบหิ้วร่างที่ไร้วิญญาณทางความรู้สึกของลูฟี่หลบหนีไป ท่ามกลางความโกลาหลที่ไม่มีท่าทีจะสิ้นสุด จนกระทั่งเงาร่างของผู้มีอำนาจที่เหนือกว่าก้าวเข้ามา... แชงคูส ผมแดง การปรากฏตัวของเขาหยุดทุกการเคลื่อนไหว
แม้แต่หนวดดำที่กำลังลำพองใจยังต้องชะงักงัน
คุณยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางฝุ่นควัน มือที่สั่นเทายกขึ้นดึงผ้าปิดตาสีดำที่สโมคเกอร์มอบให้ออกอย่างช้าๆ ดวงตาของคุณที่เคยคมกริบและเต็มไปด้วยความยุติธรรม บัดนี้กลับเอ่อล้นไปด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจนิยามได้
คุณหันไปมอง สโมคเกอร์ โดยสัญชาตญาณ... เจ้านายผู้เป็นดั่งพี่ชายของคุณยืนอยู่ตรงนั้น สโมคเกอร์จ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของคุณ เขารู้จักคุณดีเกินไป... เขารู้ว่าผู้หญิงที่อยู่ข้างกายเขามาครึ่งชีวิตกำลังจะตัดสินใจทำสิ่งที่บ้าคลั่งที่สุด
สโมคเกอร์เบิกตากว้าง มือหนาเอื้อมออกมาหมายจะคว้าแขนเสื้อทหารเรือของคุณไว้ "เดี๋ยว...!" เขาเค้นเสียงตะโกนที่ดูเหมือนจะสายเกินไป
ปลายนิ้วของเขาสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่า เมื่อคุณเบี่ยงตัวหลบและพุ่งทะยานออกไปราวกับสายฟ้า คุณหันหลังให้กองทัพ หันหลังให้ตราสัญลักษณ์ความยุติธรรมบนแผ่นหลัง และหันหลังให้ทุกสิ่งที่สัญญากับโลกใบนี้ไว้ คุณโผเข้าหาซากปรักหักพัง ช้อนร่างที่โชกไปด้วยเลือดและยังร้อนผ่าวของเอสขึ้นแนบอก
หัวใจของคุณเต้นรัวจนแทบระเบิดเมื่อสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่ริบหรี่ดั่งเปลวเทียนกลางพายุ
"คุณคะ! จะไปไหนน่ะ?!" เสียงของ ทาชิกิ ร้องเรียกตามหลังด้วยความตระหนกและตกใจสุดขีด น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ที่เธอเคารพถึงได้อุ้มอาชญากรที่ร้ายแรงที่สุดหลบหนีไปต่อหน้าต่อตา คุณไม่ได้หันกลับไปมอง ไม่แม้แต่จะตอบคำถามนั้น
คุณกระชับอ้อมกอดที่อุ้มร่างไร้สติของเอสไว้แน่น น้ำตาที่กักเก็บไว้ร่วงหล่นลงบนแก้มที่มีกระของเขาเป็นครั้งแรก
"ขอโทษนะสโมคเกอร์... แต่ฉันทิ้งเขาไปไม่ได้จริงๆ" คุณฝ่าม่านหมอกและฝุ่นควันออกไปจากลานประหารที่กลายเป็นสุสาน ก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างความดีและความชั่วไปตลอดกาล ทิ้งไว้เพียงเสียงตะโกนเรียกที่ค่อยๆ จางหายไปข้างหลัง เหลือเพียงความมืดมิดและการหลบหนีที่ไร้จุดจบที่รออยู่เบื้องหน้า
กาลเวลาหมุนผ่านไปดั่งกระแสน้ำที่ไม่มีวันไหลย้อนกลับ สองปีที่ผ่านมาโลกเบื้องล่างสั่นสะเทือนด้วยแรงขับเคลื่อนของยุคสมัยใหม่ที่ดุเดือดเกินกว่าใครจะคาดคิด ข่าวคราวจากหนังสือพิมพ์นิวส์คูที่ร่วงหล่นลงบนเกาะเล็กๆ แห่งนี้ บอกเล่าเรื่องราวของ ซาโบ ผู้นำเบื้องหลังกองทัพปฏิวัติที่กำลังรุกคืบเข้าหาอำนาจของเผ่ามังกรฟ้าอย่างไม่ลดละ
และชื่อของ มังกี้ ดี. ลูฟี่ ที่หวนคืนสู่ท้องทะเลอีกครั้งพร้อมกับพันธมิตรที่น่าเกรงขามอย่างทราฟัลการ์ ลอว์ มุ่งหน้าสู่เดรสโรซ่าเพื่อเปิดฉากสงครามครั้งใหม่ที่โลกต้องจารึก ทว่าในขณะที่โลกภายนอกกำลังลุกเป็นไฟ...
เวลา ณ เกาะนิรนามแห่งนี้กลับไหลผ่านไปอย่างเรียบง่ายและสงบเงียบจนเกือบจะเป็นความฝัน
คุณยืนพิงเคาน์เตอร์ไม้เก่าๆ ในห้องครัวขนาดเล็ก แสงแดดยามบ่ายทอดผ่านหน้าต่างเข้ามาอาบไล้แผ่นหลังที่ครั้งหนึ่งเคยสง่างามภายใต้เสื้อคลุมทหารเรือ สายตาของคุณจับจ้องไปยังแผ่นหลังกว้างของชายที่ยืนอยู่หน้าเตา ชายคนที่โลกทั้งใบร่วมกันจารึกชื่อไว้บนหลุมศพที่มารีนฟอร์ดไปแล้วเมื่อสองปีก่อน
พอร์ตแกส ดี. เอส ในวัยที่ดูสุขุมขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงไว้ซึ่งความดื้อรั้นที่เป็นเอกลักษณ์ เขายืนไม่สวมเสื้อ เผยให้เห็นรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ที่กลางอก—รอยตีตราจากหมัดลาวาที่เกือบพรากชีวิตเขาไป รอยสักกลุ่มหนวดขาวที่หลังยังคงเด่นชัด แต่มันไม่ได้แบกรับความกดดันของยุคสมัยอีกต่อไป
บัดนี้มันแบกรับเพียงแค่... ทัพพีและหม้อซุปที่เขากำลังพยายามจัดการอย่างเก้ๆ กังๆ
"นี่... เอส ฉันบอกแล้วไงว่าซุปนั่นห้ามเร่งไฟแรงเกินไป" คุณพึมพำเตือนด้วยความเคยชิน แต่ดูเหมือนคนดื้อยาจะไม่ฟัง
"เอาน่า! ฉันใช้พลังไฟควบคุมมันอยู่นะ รับรองว่ามื้อนี้จะอร่อยที่สุดในรอบสองปีเลย—" ยังไม่ทันที่ประโยคจะจบลง เสียง 'ตู้ม!' ดังสนั่นหวั่นไหวก็ระเบิดออกมาจากหม้อซุปที่ทนแรงดันความร้อนไม่ไหว น้ำซุปสีส้มข้นคลักกระจายเต็มอากาศราวกับพลุไฟที่ผิดพลาด และแน่นอนว่าเป้าหมายหลักที่มันตกลงมาใส่ไม่ใช่ใครที่ไหน... แต่คือใบหน้าและลำตัวของคุณที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุด
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องครัวเล็กๆ ทันที มีเพียงเสียงหยดน้ำซุปที่ค่อยๆ ไหลลงจากปลายจมูกของคุณลงสู่พื้นไม้ คุณนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ยกมือขึ้นปาดคราบซุปที่เลอะดวงตาออกช้าๆ ความร้อนของมันยังหลงเหลืออยู่พอให้รู้สึกจี๊ดๆ แต่ความอุ่นวาบในใจกลับมีมากกว่า
คุณหันไปสบตากับเอสที่ตอนนี้ยืนตัวแข็งทื่อ ทัพพีในมือค้างอยู่ในอากาศ ใบหน้าที่มีกระของเขาเต็มไปด้วยคราบซุปไม่ต่างกัน แววตาของโจรสลัดหมัดอัคคีที่เคยสยบคนนับพัน บัดนี้กลับฉายแววเลิ่กลั่กและรู้สึกผิดเหมือนเด็กชายที่ทำแจกันใบโปรดแตก
"เอ่อ... คือว่า..." เอสขยับยิ้มแห้งๆ พลางยกมือขึ้นเกาหัวตัวเองจนซุปเปื้อนผมไปหมด "มัน... มันคงอยากจะออกมาทักทายเธอเร็วไปหน่อยน่ะ อย่าโกรธเลยนะ?"
คุณมองดูสภาพของชายตรงหน้า—ชายที่เป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้คุณทิ้งทุกอย่างในชีวิตมา แล้วรอยยิ้มที่แทบจะมองไม่เห็นก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของคุณอีกครั้ง เป็นรอยยิ้มที่บอกให้เขารู้ว่า ต่อให้โลกข้างนอกจะพินาศหรือเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่ตราบใดที่ซุปยังระเบิดใส่หน้าคุณอยู่ในครัวเล็กๆ แห่งนี้
ทุกอย่างก็ยังคงคุ้มค่าเสมอ
Generating
Generating
Generating
