Reborn of the Vongola - เมื่อคุณคือคู่หมั้นของ รีบอร์น
brief

Brief

เย็นวันนั้นที่นามิโมริ ควรจะเป็นเพียงวันธรรมดาที่สึนะและพรรคพวกเดินคอตกกลับบ้านด้วยความเครียดจากศึกชิงแหวน แต่ใครจะไปคิดล่ะว่า... วันที่สึนะกำลังจะตายเพราะโดนคนปริศนาบุกมาเล่นงานกลางทาง คนที่โผล่มาช่วยกลับไม่ใช่ "บอสวองโกเล่รุ่นที่ 9" แต่เป็นดีโน่ที่กระหืดกระหอบมาพร้อมกับสาวสวยระดับนางฟ้า—ที่มาพร้อมข่าวระเบิดโลก!

"แนะนำให้รู้จักนะทุกคน... นี่คือว่าที่ 'เจ้าสาว' ของเจ้ารีบอร์นเขาเอง!"

สึนะถึงกับปล่อยโฮในใจ 'นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! รีบอร์นมีคู่หมั้น!? แล้วคนสวยขนาดนี้ยอมตกลงแต่งกับทารกใส่สูทเนี่ยนะ!? โลกนี้มันล่มสลายไปแล้วหรือยังไงกัน!!

————————————————-

แสงอาทิตย์ยามเย็นย้อมท้องฟ้าเมืองนามิโมริให้กลายเป็นสีส้มอมม่วงหม่น บรรยากาศตลอดทางเดินกลับบ้านนั้นเงียบเชียบจนน่าประหลาดใจ ราวกับว่าเสียงนกร้องหรือเสียงลมพัดผ่านใบไม้ถูกกลืนหายไปในความกังวลที่เกาะกินใจพวกเขาทุกคน กลิ่นอายของ "ศึกชิงแหวน" ที่กำลังจะมาถึงในอีกเพียง 4 วันข้างหน้า มันกดดันเสียจนอากาศดูจะหนักอึ้งกว่าปกติ สึนะเดินก้มหน้า มือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงไหล่ที่เคยห่อเหี่ยวบัดนี้ดูจะทรุดหนักกว่าทุกที ความเงียบที่ปกติจะมีเสียงโวยวายของโกคุเดระ หรือเสียงหัวเราะร่าเริงของยามาโมโตะมาคอยเติมเต็ม กลับถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นแต่ไร้ชีวิตชีวาของทั้งสี่คน บนกำแพงปูนเก่าๆ ข้างทาง

รีบอร์นก้าวเดินไปตามแนวกำแพงอย่างแผ่วเบาราวกับแมว หมวกปีกกว้างของเขาบดบังดวงตาคู่นั้นไว้บางส่วน เขาไม่ได้เอ่ยปากปลอบใจ แต่น้ำเสียงที่ราบเรียบและเย็นเยียบกลับเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบนั้น

"พวกนายรู้ใช่ไหมว่าการเป็นบอสไม่ได้วัดกันที่พลังอำนาจเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการแบกรับความคาดหวังที่หนักอึ้งเอาไว้โดยไม่แสดงความอ่อนแอออกมา... ถ้ายังเดินหน้าห่อเหี่ยวแบบนี้ ต่อให้มีแหวนอยู่ในมือ พวกนายก็เป็นได้แค่เหยื่ออันโอชะของวาริเอเท่านั้น"

คำสอนที่เหมือนคมมีดบาดลึกทิ้งไว้เพียงความเงียบที่หนักหนากว่าเดิม

ทว่า ทันใดนั้นเอง!

ไอสังหารที่รุนแรงและเยือกเย็นจนถึงขั้วหัวใจก็พุ่งเข้าปะทะกับบรรยากาศที่แสนจะเชื่องช้า เงาดำร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้นขวางทางเดินเอาไว้ ร่างนั้นสวมชุดคลุมสีเข้มมิดชิดจนมองไม่เห็นใบหน้า แต่รัศมีที่แผ่ออกมานั้นข่มขวัญจนเรียวเฮถึงกับหยุดชะงัก ยามาโมโตะชักดาบไม้ที่พกติดตัวออกมาอย่างรวดเร็ว ส่วนโกคุเดระเตรียมระเบิดในมือไว้อย่างร้อนรน

รีบอร์นหยุดเดินทันที ร่างเล็กยืนนิ่งอยู่บนกำแพง ดวงตาคมกริบภายใต้ปีกหมวกจ้องมองผู้มาเยือนคนนั้นอย่างวิเคราะห์ เจาะลึกถึงการเคลื่อนไหว กระแสไฟธาตุ และจังหวะการหายใจ เขาไม่ได้ขยับตัวเข้ามาช่วย แต่กลับยืนสังเกตการณ์ราวกับกำลังประเมินบางอย่างที่สำคัญยิ่งกว่าชีวิตของศิษย์ตัวเอง

การต่อสู้เริ่มขึ้นในชั่วพริบตา! ทั้งสึนะ ยามาโมโตะ เรียวเฮ และโกคุเดระ ต่างพุ่งเข้าใส่พร้อมกันด้วยสัญชาตญาณของการป้องกันตัว แต่ทว่าร่างในชุดคลุมนั้นกลับว่องไวราวกับภูตผี การโจมตีของทั้งสี่ที่ดูเหมือนจะประสานกันอย่างดีกลับทำได้เพียงเฉียดผ่านชายผ้าคลุม ความตึงเครียดพุ่งขึ้นถึงขีดสุดเมื่อการโจมตีร่วมกันของทั้งกลุ่มกลับกลายเป็นเรื่อง "ตึงมือ" อย่างเหลือเชื่อ ศัตรูคนนี้ไม่ใช่แค่เก่ง แต่มีทักษะที่อ่านทางได้แม่นยำจนน่าหวาดหวั่น

สึนะพยายามรวบรวมสมาธิเพื่อจะระเบิดไฟดับเครื่องชน แต่ในจังหวะที่เขากำลังก้าวพลาดไปครึ่งก้าวเพราะความประหม่า ร่างในชุดคลุมก็หมุนตัวกลับมาพร้อมหมัดที่อัดแน่นด้วยพลังมหาศาล สึนะเบิกตากว้าง เวลาในความรู้สึกของเขาเหมือนถูกดึงให้ช้าลง หยาดเหงื่อหยดหนึ่งค่อยๆ ร่วงหล่นผ่านสายตาที่พร่าเลือน เขาเห็นเงาของความตายทาบทับลงมาตรงหน้า ราวกับภาพลวงตาของอนาคตที่กำลังจะดับสูญ—เรากำลังจะตายตรงนี้งั้นหรือ? สึนะคิดด้วยความตระหนกสุดขีด ในขณะที่กำปั้นนั้นกำลังจะกระแทกเข้าที่ขมับของเขาอย่างจัง!

วินาทีที่กำปั้นนั้นเกือบจะสัมผัสผิวหนังของสึนะ เสียงแหวกอากาศที่แหลมคมก็ดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของร่างสูงโปร่งที่พุ่งเข้ามาคั่นกลางอย่างพอดิบพอดี ดีโน่ ในชุดสูทสีเข้มยืนหอบหายใจเล็กน้อย มือข้างหนึ่งของเขาคว้าหมัดของร่างปริศนาไว้ได้ทันท่วงที ท่ามกลางสายตาที่ตื่นตะลึงของสึนะและพวกพ้อง

"แหม... ท่านหญิงครับ แรงเยอะเกินไปแล้วนะครับ เล่นเอาผมไล่ตามเกือบไม่ทันเลย"

ดีโน่ส่งยิ้มแหยๆ ตามฉบับเจ้าพ่อม้าพยศผู้ไร้ลูกน้องข้างกาย เขาหันกลับมาทางพวกสึนะที่ยังคงยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะเกาหัวแก้เก้อแล้วหัวเราะเบาๆ

"โทษทีๆ ทุกคน! ใจเย็นก่อน นี่ไม่ใช่ศัตรูหรอก... คนๆ นี้เขาเดินทางมากับฉันเอง เพียงแต่รายนั้นน่ะชอบทำอะไรวู่วาม วิ่งนำหน้ามาไกลเลยน่ะ"

สิ้นคำพูดของดีโน่ ร่างในชุดคลุมนั้นก็ผ่อนแรงลงก่อนจะสะบัดมือออกอย่างนุ่มนวล เธอค่อยๆ ยกมือขึ้นจับที่ขอบฮู้ดแล้วดึงลงอย่างช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าภายใต้เงาสลัวนั้นให้ชัดเจนขึ้น—ความสวยระดับพระกาฬที่ราวกับถูกสลักเสลาขึ้นมาอย่างประณีต ดวงตาที่คมกริบแต่ทว่าดูมีเสน่ห์ลึกล้ำราวกับห้วงสมุทรสีเข้ม ทำให้โกคุเดระและยามาโมโตะถึงกับชะงักค้างไปชั่วครู่ ไม่ใช่แค่เพราะความงดงาม แต่เป็นแรงกดดันที่แผ่ออกมาจางๆ ซึ่งบอกให้รู้ว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน

หญิงสาวคลี่ยิ้มออกมาบางๆ เป็นการทักทายที่ทำเอาบรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น

"แนะนำตัวอย่างเป็นทางการหน่อยแล้วกัน"

ดีโน่ขยับมาอยู่ข้างๆ หญิงสาว ก่อนจะแนะนำด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ

"นี่คือหนึ่งในยอดนักฆ่าฝีมือฉกาจระดับพระกาฬ และในขณะเดียวกัน เธอก็เป็นหนึ่งในอาจารย์พิเศษจากสังกัดวองโกเล่ที่ถูกส่งมาเพื่อช่วยพวกนายฝึกฝนศึกชิงแหวนด้วย"

รีบอร์นที่ยืนนิ่งอยู่บนกำแพงตั้งแต่ต้น ไม่ได้มีท่าทีตกใจแม้แต่น้อย เขากระโดดลงมายืนบนพื้นอย่างเงียบเชียบ มุมปากของนักฆ่าอันดับหนึ่งยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ดูมีเลศนัยมากกว่าปกติ

"ไม่เจอกันนานเลยนะ..." รีบอร์นเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ต่างออกไปจากเดิมเล็กน้อย

ดีโน่หันมามองรีบอร์นสลับกับหญิงสาวตรงหน้า ก่อนจะเฉลยประโยคที่ทำให้สึนะแทบจะหน้าทิ่มพื้น

"อ้อ... ลืมบอกไปอีกอย่างนอกจากสถานะอาจารย์แล้ว เธอยังเป็น 'คู่หมั้นคลุมถุงชน' ที่ทางนอกกฎหมายของวองโกเล่จัดสรรไว้ให้กับเจ้ารีบอร์นเขาด้วยล่ะนะ!"

ความเงียบงันที่แผ่ซ่านเข้ามานั้นหนาแน่นและกดดันยิ่งกว่าตอนที่ถูกลอบโจมตีเมื่อครู่เสียอีก ราวกับว่าออกซิเจนในบริเวณนั้นถูกสูบหายไปจนหมดสิ้น ดวงตาของสึนะ โกคุเดระ ยามาโมโตะ และเรียวเฮ เบิกกว้างจนแทบจะถลนออกมานอกเบ้า โดยเฉพาะสึนะที่อ้าปากค้างจนแมลงวันแทบจะบินเข้าไปทำรังได้อยู่แล้ว

"คะ... คู่... คู่หมั้น!?"

สึนะหลุดปากตะโกนออกมาเสียงหลง ขาที่เคยสั่นเพราะความกลัวเมื่อครู่ เปลี่ยนมาสั่นเพราะความตกใจสุดขีดแทน เขาหันขวับไปมองรีบอร์นที่ยังคงยืนกอดอกนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น

"รีบอร์น! นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย! นายเนี่ยนะมีคู่หมั้น!? แถมยังเป็นถึงอาจารย์พิเศษอีก!?"

โกคุเดระที่ปกติจะพุ่งตัวเข้าปกป้องสึนะแทบจะในทันที บัดนี้กลับยืนตัวแข็งทื่อ ระเบิดในมือที่เพิ่งจะจุดฉนวนไปเมื่อครู่ถูกขยำจนยับยู่ยี่ด้วยความลนลาน

"ทะ... ท่านรุ่นที่สิบครับ! นี่มันเรื่องล้อเล่นใช่ไหมครับ!? ไอ้เจ้ารีบอร์นเนี่ยนะ? จะมีผู้หญิงที่ไหนตกลงปลงใจไปหมั้นกับเด็กประถมใส่สูทที่วันๆ เอาแต่ถือปืนไล่ยิงคนอื่นน่ะ! นี่มันต้องเป็นแผนการร้ายของศัตรูแน่ๆ!"

ยามาโมโตะที่มักจะมีรอยยิ้มประดับใบหน้าเสมอ บัดนี้ถึงกับค้างไปโดยไร้คำพูด ดาบไม้ในมือตกลงพื้นจนเกิดเสียง "ปึก" ดังสะท้อนในความเงียบ เขากระพริบตาปริบๆ มองรีบอร์นสลับกับหญิงสาวตรงหน้าด้วยความมึนงงขั้นสุด

"เอ่อ... คือ... เรื่องนี้มันออกจะเหนือความคาดหมายไปหน่อยแฮะ ว่าแต่รีบอร์น... นายสูงแค่นี้... เอ่อ... ยังไงนะ?"

ด้านเรียวเฮนั้นถึงกับยืนกุมขมับ พลังใจอันเหลือล้นในตัวดูจะช็อตไปชั่วคราว

"โอ้ว! เรื่องนี้มันสุดยอดเกินขีดจำกัดไปแล้ว! ความรักที่ถูกคลุมถุงชนท่ามกลางสมรภูมิเลือด! นี่มันเป็นเนื้อเรื่องในละครหลังข่าวชัดๆ! ไม่เห็นเคยรู้มาก่อนเลยว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วย! สุดยอด!!"

ในขณะที่ทุกคนกำลังสติแตกและส่งเสียงโวยวายกันคนละทิศละทาง สึนะก็แทบอยากจะเอาหัวโขกกำแพงให้รู้แล้วรู้รอดไป ความเป็นจริงที่ว่าคนตัวเล็กๆ ที่คอยดุด่าและยัดเยียดการฝึกสุดโหดให้เขามาตลอด กลับมีสถานะทางสังคมที่ "ลึกลับและน่าเหลือเชื่อ" ขนาดนี้ มันทำให้โลกทัศน์ของสึนะพังทลายลงในพริบตา

เขาจ้องมองหญิงสาวสวยระดับนางพญาที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อ แล้วหันกลับไปมองรีบอร์นที่ยังคงนิ่งเฉย—รีบอร์นที่ดูจะพอใจกับปฏิกิริยาของลูกศิษย์ตัวเองเหลือเกิน

"เงียบหน่อย"

รีบอร์นเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่ทรงพลัง สยบทุกความวุ่นวายลงได้ในทันที ก่อนจะเลิกคิ้วมองสึนะที่ยังคงช็อกไม่เลิก

"ทำไม? ตกใจจนทำตัวไม่ถูกหรือไงเจ้าห่วย? การที่ฉันจะมีคู่หมั้นมันแปลกตรงไหน? ทีพวกนายยังหาเรื่องใส่ตัวไปสู้ศึกชิงแหวนได้เลย... แล้วทำไมฉันถึงจะมีคนดูแลไม่ได้บ้างล่ะ?"

น้ำเสียงเรียบเฉยนั้นยิ่งทำให้พวกสึนะรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าซ้ำซ้อน ความสับสน ความสงสัย และความประหลาดใจ ผสมปนเปกันจนทุกคนได้แต่ยืนมองหน้ากันไปมาด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูกเลยทีเดียว

Menu