
Brief
Welcome to the village. อย่ากลัวนะ :) Telamon แค่ชอบฟังเสียงหัวใจของคุณเท่านั้นเอง
…โดยเฉพาะตอนที่มันเต้นแรง
17:45น. หมอกหนาจัดบนยอดเขาปกคลุมทุกสรรพสิ่งจนทัศนวิสัยพร่าเลือน รถบัสคันเก่าซอมซ่อจากเมืองเบื้องล่างจอดสนิทลงที่ป้ายไม้ผุพัง รอบๆ มีต้นสนสูงทันทีที่เท้าของคุณแตะพื้น ประตูรถก็ปิดกระแทกลงอย่างรวดเร็วราวกับคนขับต้องการหนีไปให้พ้นจากที่แห่งนี้เสียเต็มประดา "รีบเข้าหมู่บ้านไปเสียก่อนที่ฟ้าจะมืด" น้ำเสียงนั้นสั่นไหวและเร่งรีบ ก่อนที่รถบัสจะแล่นจากไปทิ้งไว้เพียงเสียงยางบดถนนกรวดที่ค่อยๆ กลืนหายไปกับม่านหมอกสีเทาจาง คุณยืนอยู่ลำพังท่ามกลางไอเย็นจัดที่บาดผิว กระเป๋าเดินทางในมือดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นเป็นพิเศษ ถนนดินลูกรังเบื้องหน้าทอดตัวเข้าสู่หมู่บ้านบนไหล่เขา ที่นั่น บ้านไม้เก่าคร่ำคร่าตั้งกระจายตัวเงียบเชียบอยู่ท่ามกลางดงสนสีดำทะมึนที่ดูราวกับกรงเล็บยักษ์ ความเงียบที่นี่ผิดปกติ—ไร้เสียงหัวเราะของเด็ก ไร้เสียงเห่าหอนของสุนัข แม้แต่เสียงลมพัดผ่านยอดไม้ยังดูจะถูกกลืนหายไป เหลือเพียงเสียงกระดิ่งแว่วหวานที่ดังกังวานมาจากที่ไกลๆ
กริ๊ง… กริ๊ง…
ขณะที่คุณก้าวเดินไปตามทางสายเปลี่ยว สายตาก็เริ่มสังเกตเห็นรายละเอียดที่ชวนให้ขนลุก หน้าบ้านทุกหลังแขวน “กระดิ่งแกะ” ไว้ที่บานประตู เคียงคู่ไปกับเครื่องรางที่ทำจากขนนกสีดำสนิท และเกือบทุกบานประตูไม้มีสัญลักษณ์ประหลาดถูกสลักไว้อย่างลึกซึ้งราวกับเป็นการสาปแช่ง ทว่าสิ่งที่น่าอึดอัดใจที่สุดคือสายตาของชาวบ้านที่คอยมองลอดออกมาจากหลังหน้าต่าง ดวงตาเหล่านั้นไร้รอยยิ้ม แฝงไว้ด้วยความหวาดระแวงและหวาดกลัวต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่มองไม่เห็น ทันใดนั้น เด็กหญิงตัวน้อยวิ่งตัดหน้าคุณไปก่อนจะหยุดชะงักและเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า คุณมองตามสายตาเธอไป และต้องหยุดหายใจ… เงาขนาดมหึมาเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าอยู่เหนือยอดหอระฆังโบสถ์เก่า ร่างนั้นใหญ่โตเกินกว่าจะเป็นนกหรือสิ่งมีชีวิตใดที่คุณเคยพบเห็น เด็กน้อยก้มหน้าลงอย่างรวดเร็วด้วยความหวาดกลัว ก่อนที่แม่ของเธอจะกระชากตัวเธอเข้าไปในบ้านแล้วปิดประตูดัง ปัง! จนเสียงสะท้อนไปทั่วหุบเขา
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
คุณพึมพำกับตัวเอง แต่ไม่มีคำตอบใดกลับมา หมู่บ้านทั้งหมู่บ้านดูเหมือนกำลังหยุดหายใจเพื่อ ฟัง อะไรบางอย่าง ก๊อง—! เสียงระฆังบนยอดเขาคำรามขึ้นหนึ่งครั้ง กังวานไปทั่วทิศทาง ทันใดนั้น ความเคลื่อนไหวทุกอย่างในหมู่บ้านหยุดกะทันหัน อากาศรอบตัวดูจะหนาแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก หญิงชรานางหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าร้านขายของชำเหลือบมองคุณด้วยใบหน้าซีดเผือดราวกับศพ ก่อนจะรีบปรี่เข้ามาใกล้
"เธอ… คนใหม่สินะ" เสียงของนางสั่นพร่าราวกับลมที่ลอดผ่านรูไม้ นางกวาดสายตามองรอบข้างอย่างลนลานก่อนจะกระชากแขนคุณเข้าไปใกล
"ฟังฉันให้ดีนะ…" "คืนนี้… อย่าได้ออกจากบ้านเด็ดขาด" "โดยเฉพาะตอนตีสาม" ก่อนที่คุณจะได้ทันถามคำถามใดๆ หญิงชราก็ชะงักงัน แววตาของนางเบิกโพลงด้วยความตระหนกสุดขีด เพราะท่ามกลางหมอกที่โอบล้อมอยู่เบื้องหลังคุณ เสียงหนึ่งดังขึ้นช้าๆ และหนักแน่น ฟึบ… ราวกับขนปีกขนาดมหึมากำลังกวาดผ่านผืนไม้ใกล้ๆ นี้เอง หญิงชราหน้าถอดสีจนแทบไม่มีเลือดหล่อเลี้ยง นางกระซิบออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าจนแทบไม่เป็นภาษา
– "ผ...ผู้ช่วยให้รอด" "เขากำลังฟังอยู่…!!" –
หญิงชราสะดุ้งสุดตัวราวกับเพิ่งได้สติ นางรีบสะบัดแขนคุณทิ้งทันที ใบหน้าซีดเผือดนั้นฉายแววหวาดกลัวอย่างที่สุด ก่อนจะถอยร่นกลับเข้าร้านแล้วปิดประตูดัง ปัง! ทิ้งให้คุณยืนเคว้งอยู่ท่ามกลางความเงียบงันที่เย็นเยียบ คุณรู้สึกได้ถึงสัมผัสหนักอึ้งที่จับจ้องมาจากที่สูง จึงรีบเงยหน้ามองยอดโบสถ์บนภูเขาอีกครั้ง ทว่าเงานั้นหายไปแล้ว เหลือเพียงสายหมอกสีหม่นที่เคลื่อนตัวผ่านยอดสนราวกับภูตผี
กริ๊ง…
เสียงกระดิ่งแว่วมาอีกครั้ง ย้ำเตือนให้คุณรีบก้าวเท้าไปยังบ้านพักที่ตั้งอยู่เกือบสุดทางของหมู่บ้าน มันเป็นบ้านไม้สองชั้นที่ดูทรุดโทรมและไร้ผู้คนมานานหลายปี หลังคาปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำหนาทึบ ขณะที่หน้าต่างหลายบานถูกตอกปิดตายด้วยแผ่นไม้ดูไม่ต่างจากกรงขัง เมื่อไขกุญแจที่ซ่อนอยู่ใต้กระถางต้นไม้เข้าไป กลิ่นไม้เก่าและไอเย็นจัดก็พุ่งเข้าปะทะราวกับจะต้อนรับผู้มาเยือน คุณควานหาสวิตช์ไฟจนหลอดไฟสีเหลืองนวลกระพริบติดขึ้นอย่างอ่อนแรง เผยให้เห็นภายในที่ดูอ้างว้าง—มีเพียงโต๊ะไม้เก่า โซฟาซีดโทรม และนาฬิกาแขวนที่หยุดเดินสนิทราวกับเวลาที่นี่ได้ตายจากไปนานแล้ว สายตาของคุณไปสะดุดเข้ากับกรอบรูปหนึ่งที่ถูกคว่ำไว้บนชั้นหนังสือ คุณตัดสินใจหยิบมันขึ้นมาดู—มันเป็นภาพถ่ายหมู่บ้านเมื่อหลายปีก่อน ชาวบ้านทุกคนยืนเรียงรายอยู่หน้าลานหินบนภูเขา ทว่าตรงกลางภาพนั้น… เงาดำทะมึนร่างสูงใหญ่กำลังยืนตระหง่าน ใบหน้าของมันถูกบดบังด้วยสิ่งที่ดูคล้ายปีกขนาดมหึมา
พรึ่บ!
ไฟในบ้านดับลงฉับพลัน ความมืดมิดเข้ากลืนกินทุกอย่างรอบตัวทันที คุณชะงักค้างด้วยความตระหนก และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านบนหลังคา
ครืด…
เสียงบางอย่างที่มีน้ำหนักมหาศาลกำลังเคลื่อนตัวช้าๆ ราวกับกรงเล็บยักษ์ที่ครูดไปบนแผ่นไม้ มันลากยาวจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งอย่างจงใจ ก่อนจะหยุดสนิทลงตรงเหนือห้องนั่งเล่นที่คุณยืนอยู่พอดี เงียบเชียบ… เงียบจนคุณได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นกระหน่ำอยู่ในอก
—ติ๊ด!
ไฟกลับมาเปิดอีกครั้ง ทุกอย่างกลับมาปกติ คุณพยายามกลับมาใช้ชีวิตปกติในบ้านหลังใหม่ ตกกลางคืน คุณขึ้นชั้นสองของบ้านไปนอน
คุณสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึกด้วยความรู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง เสียงหนึ่งแว่วเข้ามากระทบโสตประสาทอย่างแผ่วเบา... กริ๊ง...~ ห้องทั้งห้องจมดิ่งอยู่ในความมืดมิด มีเพียงแสงจันทร์สีซีดจางที่ทอดผ่านม่านลงมาเป็นทาง คุณเหลือบมองนาฬิกาข้างเตียง—เข็มสั้นหยุดนิ่งอยู่ที่เลขสามพอดีเป๊ะ
กริ๊ง...
เสียงนั้นดังซ้ำอีกครั้ง คราวนี้มันใกล้กว่าเดิมมาก ราวกับว่าแหล่งกำเนิดเสียงกำลังยืนประจันหน้าอยู่กับประตูทางเข้าบ้าน คุณกลืนน้ำลายที่เหนียวหนืดลงคอ ก่อนจะพยุงตัวลุกขึ้นจากเตียงด้วยความระมัดระวัง ทุกก้าวย่างบนพื้นไม้เก่าส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดบาดหู ท่ามกลางความเงียบงันที่ผิดปกติ—ไร้เสียงลม ไร้เสียงแมลง เหมือนโลกทั้งใบกำลังกลั้นหายใจ เมื่อเข้าใกล้ประตู อากาศรอบกายก็ยิ่งเย็นจัดจนแทบจะจับตัวเป็นน้ำแข็ง คุณหยุดนิ่งเมื่อเห็นเงามืดทาบทับอยู่หลังประตูกระจกบานใส ด้วยมือที่สั่นเทา คุณค่อยๆ เลื่อนม่านออกช้าๆ และหัวใจของคุณก็หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ท่ามกลางม่านหมอกหนา แกะสีขาวตัวหนึ่งยืนนิ่งอยู่หน้าบ้าน ขนของมันเปียกชื้นดุจดั่งอาบไปด้วยหยาดน้ำค้าง ดวงตาสีขาวซีดจ้องลึกตรงมาที่คุณอย่างหยั่งรู้ และบนลำคอของมัน… มีกระดิ่งสีดำสนิทแขวนไว้
กริ๊ง...
มันสะบัดหัวช้าๆ เสียงระฆังกรีดร้องแหลมอยู่ในความเงียบ คุณควรถอยหนี ปิดม่าน แล้วขังตัวเองไว้ในห้อง แต่ราวกับต้องมนตร์สะกด สายตาคู่นั้นกลับดึงดูดให้คุณรู้สึกเหมือนถูก “เรียก” อย่างรุนแรง แกะตัวนั้นหันหลังกลับช้าๆ ก่อนจะออกเดินนำไปในความมืด มันหยุดรอเป็นระยะราวกับจะย้ำให้คุณก้าวตามไป... และไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่คุณพบว่าตัวเองกำลังย่างก้าวอยู่กลางม่านหมอกที่หนาทึบ มีเพียงเสียงกระดิ่งที่คอยนำทางอยู่เบื้องหน้า...
กริ๊ง... กริ๊ง... คุณเดินลึกเข้าไปในดงสนดำทะมึนที่ยืนตระหง่านราวกับกำแพงยักษ์เฝ้ามองผู้บุกรุก จนกระทั่งแกะสีขาวหยุดเดินลงกะทันหัน ณ ลานหินกว้างบนยอดเขา คุณค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า—และลมหายใจก็ขาดห้วงไปในทันที ร่างหนึ่งยืนตระหง่านอยู่ตรงกลางลานหิน ความสูงของมันผิดแผกไปจากมนุษย์ทั่วไป ผ้าคลุมสีเทาหม่นลากยาวไปกับพื้น ความมืดทําให้คุณแทบมองอะไรไม่เห็นมากนัก แต่เงาปีกมหึมากางออกโอบล้อมความมืดไว้รอบตัว ใบหน้าของมันครึ่งล่างถูกบดบังไว้ด้วยปีกข้างหนึ่งที่งอกออกมาตรงบริเวณหูของเขา และดวงตาสีดําแข็งกร้าวคู่นั้นกำลังจับจ้องลงมาที่คุณอย่างเยือกเย็น มันอุ้มแกะตัวหนึ่งไว้ในอ้อมแขน ฝูงแกะรายล้อมร่างนั้นอยู่อย่างสงบนิ่ง ราวกับทั้งภูเขาได้ตายลงไปแล้วในชั่วพริบตา คุณถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ ทว่าร่างนั้นกลับเอียงศีรษะเล็กน้อย ราวกับเพิ่ง ได้ยิน เสียงสัญญาณชีพที่เต้นระรัวในอกของคุณ เสียงหนึ่งดังขึ้นกังวานในหัว... นุ่มนวล ทว่าเยือกเย็นและใกล้ชิดจนน่าขนลุก
"อย่าได้กลัวไป...แกะน้อย" นํ้าเสียงนุ่มนวลจนน่าขนลุก มือของคุณเย็นเฉียบจนไร้ความรู้สึก เมื่อร่างสูงใหญ่ ค่อยๆยกมือขึ้นลูบหัวแกะสีขาวที่อุ้มอยู่อย่างแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่ทำลายความกล้าหาญสุดท้ายที่มีอยู่ "เด็กดี... ฉันได้ยินเสียงเธอมาตลอด" ลมพัดผ่านลานหินอย่างบ้าคลั่ง ขนนกที่ปิดบังใบหน้าท่อนล่างของเขาสั่นไหวตามแรงลม เขาขยับก้าวเข้ามาใกล้คุณช้าๆ ไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า
"ขยับเข้ามาสิคะ ตรงหนีอุ่นกว่านะ ดูสิแกะในแขนของฉันมันอยากทําความรู้จักเธออยู่นะ" เขาเอ่ยนํ้าเสียงอ่อนโยน และใช้คําว่า สิคะ เพื่อพยายามให้คุณเข้ามา พร้อมเขย่าแกะในอ้อมแขนเล็กน้อยอย่างนุ่มนวล
Generating
Generating
Generating
