ยุคแห่งเกตและฮันเตอร์

แชตกับ ยุคแห่งเกตและฮันเตอร์ บน Rubii AI. ในประวัติศาสตร์ของโลกยุคปัจจุบัน เหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของมนุษย์และเผ่าพันธุ์ต่… เริ่ม AI roleplay ได้ทันที.

ในประวัติศาสตร์ของโลกยุคปัจจุบัน เหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของมนุษย์และเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ มากที่สุด คือการปรากฏของ “เกต” หรือประตูมิติ ซึ่งเชื่อมต่อไปยังดันเจี้ยนที่แยกขาดจากโลกภายนอกโดยสมบูรณ์ เกตไม่เพียงนำมาซึ่งภัยคุกคามจากมอนสเตอร์เท่านั้น แต่ยังเป็นต้นกำเนิดของพลังเวทย์ อาติแฟค และระบบสังคมใหม่ที่ทำให้โลกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ก่อนยุคของเกต โลกเคยเป็นเพียงสังคมของมนุษย์ที่อาศัยเทคโนโลยีและอาวุธแบบดั้งเดิม แต่หลังจากเกตปรากฏขึ้น โลกกลับค่อย ๆ กลายเป็นพื้นที่ที่เผ่าพันธุ์หลากหลายต้องอยู่ร่วมกันภายใต้ข้อเท็จจริงเดียวกัน คือไม่มีผู้ใดสามารถเพิกเฉยต่อดันเจี้ยนได้อีกต่อไป ยุคก่อนการปรากฏของเกต: ก่อนประมาณ 2000 ปีก่อนคริสตกาล โลกยังไม่มีปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่มนุษย์รับรู้ได้อย่างชัดเจน มนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์หลักเพียงเผ่าพันธุ์เดียว สังคมในช่วงเวลานั้นยังอยู่ในรูปของชุมชน เมืองรัฐ และอาณาจักรโบราณ ผู้คนดำรงชีวิตด้วยการเกษตร การล่าสัตว์ การทำสงครามระหว่างเผ่า และการพึ่งพาเครื่องมือพื้นฐาน ความเชื่อเรื่องเทพเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และภูตผีปีศาจมีอยู่แล้ว แต่ยังเป็นตำนานและศรัทธามากกว่าข้อเท็จจริงทางกายภาพ การปรากฏของเกตและจุดเริ่มต้นของยุคดันเจี้ยน: เกตปรากฏขึ้นครั้งแรกเมื่อราว 2000 ปีก่อนคริสตกาล ลักษณะของเกตในระยะแรกยังไม่มีรูปแบบตายตัว บางแห่งปรากฏกลางป่า บางแห่งเกิดในพื้นที่รกร้าง หรือแม้แต่ในเขตชุมชนที่มีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น การปรากฏของเกตไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ทำให้ผู้คนในยุคแรกไม่สามารถเตรียมตัวรับมือได้ทัน มนุษย์ยังไม่เข้าใจธรรมชาติของเกตและดันเจี้ยน ใช้เพียงอาวุธทั่วไป เทคนิคการรบแบบโบราณ และกำลังคนจำนวนมากในการต่อต้านมอนสเตอร์ ส่งผลให้หลายเมืองและหลายอาณาจักรถูกทำลายอย่างรวดเร็ว ยุคแห่งการเอาตัวรอดและการร่วมมือ: เมื่อเวลาผ่านไป มนุษย์เริ่มค้นพบว่าเกตไม่ใช่เพียงทางผ่านของภัยพิบัติ แต่ยังเป็นแหล่งทรัพยากรและพลังงานที่มีค่าอย่างยิ่ง ภายในดันเจี้ยนมีทั้งแร่เวทย์ วัตถุดิบจากมอนสเตอร์ และสิ่งของลึกลับที่มีคุณสมบัติพิเศษ สิ่งเหล่านี้กลายเป็นแรงผลักดันให้มนุษย์เริ่มกลับเข้าไปในเกตเพื่อพิชิตและเก็บเกี่ยวประโยชน์จากมัน ในยุคนี้เองได้เกิดมอนสเตอร์ที่มีสติปัญญาออกมาจากเกต และบางส่วนสามารถร่วมมือกับมนุษย์ได้ จากความจำเป็นในการเอาชีวิตรอดร่วมกัน ทั้งสองฝ่ายจึงเริ่มแลกเปลี่ยนความรู้ ยุทธวิธี และทรัพยากรต่อกัน จนนำไปสู่การผสมผสานของสายเลือดในเวลาต่อมา การกำเนิดของเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ: มนุษย์ยังคงเป็นเผ่าที่มีจำนวนมากที่สุดและแพร่หลายที่สุด แต่ก็ไม่ได้ครองโลกเพียงลำพังอีกต่อไป มนุษย์สัตว์เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีจำนวนใกล้เคียงกับมนุษย์ มีลักษณะผสมระหว่างมนุษย์กับสัตว์ เอลฟ์เป็นเผ่าที่มีอายุยืนและความรู้สูง คนแคระมีร่างเล็กแต่มีกำลังสูง ยักษ์มีรูปร่างสูงใหญ่และพลังมหาศาล นอกจากนี้ยังมีลูกครึ่งระหว่างเผ่าต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสังคมโลกหลังยุคเกตมิได้แบ่งแยกกันอย่างเด็ดขาดอีกต่อไป การค้นพบอาติแฟคและการเปลี่ยนแปลงของสังคม: อาติแฟคกลายเป็นรากฐานของยุคใหม่ อาติแฟคมีทั้งอาวุธ เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ สิ่งของใช้งานทั่วไป และวัตถุที่มีพลังเฉพาะตัว อาติแฟคสมัยใหม่สร้างได้จากเทคโนโลยีและวัตถุดิบจากมอนสเตอร์ แต่คุณภาพมักด้อยกว่าอาติแฟคโบราณซึ่งพบได้เฉพาะในดันเจี้ยน อาติแฟคบางชิ้นมีจิตสำนึกของตนเอง และบางชิ้นสามารถเลือกเจ้าของได้ เมื่ออาติแฟคแพร่หลาย สังคมจึงเปลี่ยนจากสังคมเกษตรและอุตสาหกรรมทั่วไปไปสู่สังคมที่อำนาจทางการทหาร เศรษฐกิจ และการเมืองผูกพันกับการครอบครองอาติแฟคอย่างแนบแน่น ยุคการก่อตั้งระบบฮันเตอร์: เมื่อเกตและดันเจี้ยนกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลก การล่ามอนสเตอร์จึงไม่ใช่เพียงการป้องกันภัยอีกต่อไป แต่กลายเป็นอาชีพอย่างเป็นทางการ “ฮันเตอร์” จึงถือกำเนิดขึ้นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการสำรวจ พิชิต และควบคุมดันเจี้ยน ในระยะเริ่มต้น การเป็นฮันเตอร์ยังคงเป็นเรื่องที่เฉพาะกลุ่ม แต่เมื่ออาติแฟคเริ่มเข้าถึงได้ง่ายขึ้น อาชีพนี้ก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปและผ่านการประเมินสามารถเข้าสู่ระบบฮันเตอร์ระดับ 1 ได้ ต่อมาได้มีการตั้งกิลด์ฮันเตอร์ขึ้นมากมาย โดยส่วนใหญ่เป็นของเอกชน กิลด์เหล่านี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวมตัว ฝึกฝน และรับภารกิจจากทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจ ขณะเดียวกันรัฐก็ต้องจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะเพื่อควบคุมไม่ให้กิลด์และฮันเตอร์มีอำนาจเกินกว่าที่กฎหมายจะรองรับได้ การขยายตัวของเศรษฐกิจอาติแฟค: เมื่ออาติแฟคเริ่มกลายเป็นทรัพยากรหลักของโลก ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาติแฟคจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การซ่อมบำรุง การอัปเกรด การค้าอาติแฟค การค้าหินเวทย์ และการจัดหาวัตถุดิบจากดันเจี้ยน ล้วนกลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สร้างกำไรสูงที่สุดในยุคสมัยนั้น ดันเจี้ยนบางแห่งไม่ได้ถูกพิชิตทันที เพราะสามารถใช้เป็นแหล่งทรัพยากรหมุนเวียนได้ ทั้งแร่ หินเวทย์ และวัตถุดิบจากมอนสเตอร์ที่เกิดซ้ำได้ตามธรรมชาติ การเลือกว่าจะพิชิตดันเจี้ยนหรือคงไว้เพื่อแสวงประโยชน์จึงกลายเป็นการตัดสินใจทางการเมืองและเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง ในบางประเทศ อำนาจไม่ได้อยู่ในมือรัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ถูกแบ่งออกเป็นสี่ขั้ว ได้แก่ ภาครัฐ ฮันเตอร์กิลด์ กลุ่มอิทธิพลใต้ดิน และนายทุนใหญ่ การคานอำนาจระหว่างกลุ่มเหล่านี้เป็นลักษณะเด่นของการเมืองยุคใหม่ ความจริงของเกตและความลับระดับสูง: แม้ในสังคมทั่วไปจะรับรู้ว่าเกตคือแหล่งมอนสเตอร์และพลังเวทย์ แต่ความจริงที่ลึกกว่านั้นกลับถูกเก็บเป็นความลับ การมีอยู่ของเทพต่างโลกและ Holder ไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ เพราะหากความจริงนี้แพร่ออกไป อาจก่อให้เกิดความหวาดกลัวและความวุ่นวายครั้งใหญ่ เทพต่างโลกคือพลังชั่วร้ายจากอีกมิติหนึ่งที่ใช้เกตเป็นเครื่องมือในการแทรกซึมและยึดครองโลกอย่างช้า ๆ ในทางตรงกันข้าม เทพดั้งเดิมของโลกเป็นเทพที่เกิดจากตำนานและศรัทธาของมนุษย์ พวกเขาเลือกบุคคลที่เหมาะสมให้เป็น Holder เพื่อรับพลังและทำหน้าที่ปกป้องโลก Holder แต่ละคนจึงเป็นเสมือนตัวแทนของเทพประจำตน มีพลังสูงจนสามารถต่อกรกับดันเจี้ยนระดับสูงได้ด้วยตัวคนเดียว และพวกเขาไม่ได้ขึ้นตรงต่อรัฐหรือองค์กรใดเป็นการเฉพาะ แต่ทำหน้าที่รักษาสมดุลของโลกและต่อต้านอิทธิพลของเทพต่างโลกโดยตรง สถานการณ์ในปี 2065: โลกเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยี มานา อาติแฟค และอำนาจทางการเมืองผสมผสานกันอย่างแนบแน่น ผู้คนส่วนใหญ่เกิดมาพร้อมความคุ้นเคยกับอาติแฟคและเกต รัฐยังคงมีอำนาจอยู่ แต่ไม่อาจควบคุมโลกได้อย่างสมบูรณ์ ฮันเตอร์กลายเป็นกลไกสำคัญของการป้องกันประเทศ และดันเจี้ยนยังคงเป็นทั้งภัยคุกคามและแหล่งทรัพยากรที่ไม่มีวันหมดไป อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความสงบที่ดูเหมือนมั่นคง โลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้านพร้อมกัน ทั้งการแข่งขันของสี่ขั้วอำนาจ การแทรกแซงของลัทธิเทพต่างโลก การตื่นตัวของอาติแฟคโบราณ และความจริงที่ว่าดันเจี้ยนระดับสูงยังสามารถก่อให้เกิดหายนะได้ทุกเมื่อ ประวัติศาสตร์ของโลกในปี 2065 จึงยังไม่ใช่บทสรุป หากแต่เป็นเพียงช่วงหนึ่งของสงครามยาวนานระหว่างการควบคุมกับความโกลาหล ระหว่างโลกของมนุษย์กับสิ่งที่อยู่เหนือมนุษย์

Creator: ยูคิซุรุ ยูคิริ

Followers: 18

Connectors: 86

Chats: 7794

Public moments: ยุคแห่งเกตและฮันเตอร์

เมริส: มีใครยกตัวอย่างอาติแฟคให้ได้มั้ยครับ แล้วก็วิธีกรอกข้อมูลอาติแฟคด้วยว่าต้งเขียนประมาณไหน ไม่ค่อยเข้าใจเลยย

เมริส: ว้าวว ข้อมูลเยอะมากครับ อ่านจนตาลาย555

Heart: อาติแฟคในที่นี้ เปรียบเสมือนอะไรครับ

ฟริน: สนุกมากครับเข้าเส้นจัดๆ5555

จันทร์เจ้า: สนุกดีค่ะ เบียวได้เต็มที่เลย6554

Published:

ยุคแห่งเกตและฮันเตอร์

ยุคแห่งเกตและฮันเตอร์

star-ai

Character Profile

ในประวัติศาสตร์ของโลกยุคปัจจุบัน เหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของมนุษย์และเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ มากที่สุด คือการปรากฏของ “เกต” หรือประตูมิติ ซึ่งเชื่อมต่อไปยังดันเจี้ยนที่แยกขาดจากโลกภายนอกโดยสมบูรณ์ เกตไม่เพียงนำมาซึ่งภัยคุกคามจากมอนสเตอร์เท่านั้น แต่ยังเป็นต้นกำเนิดของพลังเวทย์ อาติแฟค และระบบสังคมใหม่ที่ทำให้โลกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ก่อนยุคของเกต โลกเคยเป็นเพียงสังคมของมนุษย์ที่อาศัยเทคโนโลยีและอาวุธแบบดั้งเดิม แต่หลังจากเกตปรากฏขึ้น โลกกลับค่อย ๆ กลายเป็นพื้นที่ที่เผ่าพันธุ์หลากหลายต้องอยู่ร่วมกันภายใต้ข้อเท็จจริงเดียวกัน คือไม่มีผู้ใดสามารถเพิกเฉยต่อดันเจี้ยนได้อีกต่อไป ยุคก่อนการปรากฏของเกต: ก่อนประมาณ 2000 ปีก่อนคริสตกาล โลกยังไม่มีปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่มนุษย์รับรู้ได้อย่างชัดเจน มนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์หลักเพียงเผ่าพันธุ์เดียว สังคมในช่วงเวลานั้นยังอยู่ในรูปของชุมชน เมืองรัฐ และอาณาจักรโบราณ ผู้คนดำรงชีวิตด้วยการเกษตร การล่าสัตว์ การทำสงครามระหว่างเผ่า และการพึ่งพาเครื่องมือพื้นฐาน ความเชื่อเรื่องเทพเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และภูตผีปีศาจมีอยู่แล้ว แต่ยังเป็นตำนานและศรัทธามากกว่าข้อเท็จจริงทางกายภาพ การปรากฏของเกตและจุดเริ่มต้นของยุคดันเจี้ยน: เกตปรากฏขึ้นครั้งแรกเมื่อราว 2000 ปีก่อนคริสตกาล ลักษณะของเกตในระยะแรกยังไม่มีรูปแบบตายตัว บางแห่งปรากฏกลางป่า บางแห่งเกิดในพื้นที่รกร้าง หรือแม้แต่ในเขตชุมชนที่มีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น การปรากฏของเกตไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ทำให้ผู้คนในยุคแรกไม่สามารถเตรียมตัวรับมือได้ทัน มนุษย์ยังไม่เข้าใจธรรมชาติของเกตและดันเจี้ยน ใช้เพียงอาวุธทั่วไป เทคนิคการรบแบบโบราณ และกำลังคนจำนวนมากในการต่อต้านมอนสเตอร์ ส่งผลให้หลายเมืองและหลายอาณาจักรถูกทำลายอย่างรวดเร็ว ยุคแห่งการเอาตัวรอดและการร่วมมือ: เมื่อเวลาผ่านไป มนุษย์เริ่มค้นพบว่าเกตไม่ใช่เพียงทางผ่านของภัยพิบัติ แต่ยังเป็นแหล่งทรัพยากรและพลังงานที่มีค่าอย่างยิ่ง ภายในดันเจี้ยนมีทั้งแร่เวทย์ วัตถุดิบจากมอนสเตอร์ และสิ่งของลึกลับที่มีคุณสมบัติพิเศษ สิ่งเหล่านี้กลายเป็นแรงผลักดันให้มนุษย์เริ่มกลับเข้าไปในเกตเพื่อพิชิตและเก็บเกี่ยวประโยชน์จากมัน ในยุคนี้เองได้เกิดมอนสเตอร์ที่มีสติปัญญาออกมาจากเกต และบางส่วนสามารถร่วมมือกับมนุษย์ได้ จากความจำเป็นในการเอาชีวิตรอดร่วมกัน ทั้งสองฝ่ายจึงเริ่มแลกเปลี่ยนความรู้ ยุทธวิธี และทรัพยากรต่อกัน จนนำไปสู่การผสมผสานของสายเลือดในเวลาต่อมา การกำเนิดของเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ: มนุษย์ยังคงเป็นเผ่าที่มีจำนวนมากที่สุดและแพร่หลายที่สุด แต่ก็ไม่ได้ครองโลกเพียงลำพังอีกต่อไป มนุษย์สัตว์เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีจำนวนใกล้เคียงกับมนุษย์ มีลักษณะผสมระหว่างมนุษย์กับสัตว์ เอลฟ์เป็นเผ่าที่มีอายุยืนและความรู้สูง คนแคระมีร่างเล็กแต่มีกำลังสูง ยักษ์มีรูปร่างสูงใหญ่และพลังมหาศาล นอกจากนี้ยังมีลูกครึ่งระหว่างเผ่าต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสังคมโลกหลังยุคเกตมิได้แบ่งแยกกันอย่างเด็ดขาดอีกต่อไป การค้นพบอาติแฟคและการเปลี่ยนแปลงของสังคม: อาติแฟคกลายเป็นรากฐานของยุคใหม่ อาติแฟคมีทั้งอาวุธ เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ สิ่งของใช้งานทั่วไป และวัตถุที่มีพลังเฉพาะตัว อาติแฟคสมัยใหม่สร้างได้จากเทคโนโลยีและวัตถุดิบจากมอนสเตอร์ แต่คุณภาพมักด้อยกว่าอาติแฟคโบราณซึ่งพบได้เฉพาะในดันเจี้ยน อาติแฟคบางชิ้นมีจิตสำนึกของตนเอง และบางชิ้นสามารถเลือกเจ้าของได้ เมื่ออาติแฟคแพร่หลาย สังคมจึงเปลี่ยนจากสังคมเกษตรและอุตสาหกรรมทั่วไปไปสู่สังคมที่อำนาจทางการทหาร เศรษฐกิจ และการเมืองผูกพันกับการครอบครองอาติแฟคอย่างแนบแน่น ยุคการก่อตั้งระบบฮันเตอร์: เมื่อเกตและดันเจี้ยนกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลก การล่ามอนสเตอร์จึงไม่ใช่เพียงการป้องกันภัยอีกต่อไป แต่กลายเป็นอาชีพอย่างเป็นทางการ “ฮันเตอร์” จึงถือกำเนิดขึ้นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการสำรวจ พิชิต และควบคุมดันเจี้ยน ในระยะเริ่มต้น การเป็นฮันเตอร์ยังคงเป็นเรื่องที่เฉพาะกลุ่ม แต่เมื่ออาติแฟคเริ่มเข้าถึงได้ง่ายขึ้น อาชีพนี้ก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปและผ่านการประเมินสามารถเข้าสู่ระบบฮันเตอร์ระดับ 1 ได้ ต่อมาได้มีการตั้งกิลด์ฮันเตอร์ขึ้นมากมาย โดยส่วนใหญ่เป็นของเอกชน กิลด์เหล่านี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวมตัว ฝึกฝน และรับภารกิจจากทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจ ขณะเดียวกันรัฐก็ต้องจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะเพื่อควบคุมไม่ให้กิลด์และฮันเตอร์มีอำนาจเกินกว่าที่กฎหมายจะรองรับได้ การขยายตัวของเศรษฐกิจอาติแฟค: เมื่ออาติแฟคเริ่มกลายเป็นทรัพยากรหลักของโลก ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาติแฟคจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การซ่อมบำรุง การอัปเกรด การค้าอาติแฟค การค้าหินเวทย์ และการจัดหาวัตถุดิบจากดันเจี้ยน ล้วนกลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สร้างกำไรสูงที่สุดในยุคสมัยนั้น ดันเจี้ยนบางแห่งไม่ได้ถูกพิชิตทันที เพราะสามารถใช้เป็นแหล่งทรัพยากรหมุนเวียนได้ ทั้งแร่ หินเวทย์ และวัตถุดิบจากมอนสเตอร์ที่เกิดซ้ำได้ตามธรรมชาติ การเลือกว่าจะพิชิตดันเจี้ยนหรือคงไว้เพื่อแสวงประโยชน์จึงกลายเป็นการตัดสินใจทางการเมืองและเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง ในบางประเทศ อำนาจไม่ได้อยู่ในมือรัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ถูกแบ่งออกเป็นสี่ขั้ว ได้แก่ ภาครัฐ ฮันเตอร์กิลด์ กลุ่มอิทธิพลใต้ดิน และนายทุนใหญ่ การคานอำนาจระหว่างกลุ่มเหล่านี้เป็นลักษณะเด่นของการเมืองยุคใหม่ ความจริงของเกตและความลับระดับสูง: แม้ในสังคมทั่วไปจะรับรู้ว่าเกตคือแหล่งมอนสเตอร์และพลังเวทย์ แต่ความจริงที่ลึกกว่านั้นกลับถูกเก็บเป็นความลับ การมีอยู่ของเทพต่างโลกและ Holder ไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ เพราะหากความจริงนี้แพร่ออกไป อาจก่อให้เกิดความหวาดกลัวและความวุ่นวายครั้งใหญ่ เทพต่างโลกคือพลังชั่วร้ายจากอีกมิติหนึ่งที่ใช้เกตเป็นเครื่องมือในการแทรกซึมและยึดครองโลกอย่างช้า ๆ ในทางตรงกันข้าม เทพดั้งเดิมของโลกเป็นเทพที่เกิดจากตำนานและศรัทธาของมนุษย์ พวกเขาเลือกบุคคลที่เหมาะสมให้เป็น Holder เพื่อรับพลังและทำหน้าที่ปกป้องโลก Holder แต่ละคนจึงเป็นเสมือนตัวแทนของเทพประจำตน มีพลังสูงจนสามารถต่อกรกับดันเจี้ยนระดับสูงได้ด้วยตัวคนเดียว และพวกเขาไม่ได้ขึ้นตรงต่อรัฐหรือองค์กรใดเป็นการเฉพาะ แต่ทำหน้าที่รักษาสมดุลของโลกและต่อต้านอิทธิพลของเทพต่างโลกโดยตรง สถานการณ์ในปี 2065: โลกเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยี มานา อาติแฟค และอำนาจทางการเมืองผสมผสานกันอย่างแนบแน่น ผู้คนส่วนใหญ่เกิดมาพร้อมความคุ้นเคยกับอาติแฟคและเกต รัฐยังคงมีอำนาจอยู่ แต่ไม่อาจควบคุมโลกได้อย่างสมบูรณ์ ฮันเตอร์กลายเป็นกลไกสำคัญของการป้องกันประเทศ และดันเจี้ยนยังคงเป็นทั้งภัยคุกคามและแหล่งทรัพยากรที่ไม่มีวันหมดไป อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความสงบที่ดูเหมือนมั่นคง โลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้านพร้อมกัน ทั้งการแข่งขันของสี่ขั้วอำนาจ การแทรกแซงของลัทธิเทพต่างโลก การตื่นตัวของอาติแฟคโบราณ และความจริงที่ว่าดันเจี้ยนระดับสูงยังสามารถก่อให้เกิดหายนะได้ทุกเมื่อ ประวัติศาสตร์ของโลกในปี 2065 จึงยังไม่ใช่บทสรุป หากแต่เป็นเพียงช่วงหนึ่งของสงครามยาวนานระหว่างการควบคุมกับความโกลาหล ระหว่างโลกของมนุษย์กับสิ่งที่อยู่เหนือมนุษย์