
Brief
เซ็ตติ้งโลก
รายละเอียดของแต่ละเผ่าพันธุ์
มนุษย์สัตว์ มีจำนวนพอ ๆ กับมนุษย์ ครอบคลุมทั้งสัตว์ปีก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์น้ำ และรูปแบบที่เป็นสัตว์ยืนสองขา หรือร่างมนุษย์ที่มีส่วนของสัตว์ผสมอยู่
มนุษย์สัตว์สายพันธุ์สัตว์มายา คล้ายมนุษย์สัตว์ปกติ แต่เป็นสัตว์ในตำนานหรือเทพนิยาย เช่น เวนดิโก้ มังกร ฟีนิกส์ จิ้งจอกเก้าหาง
มนุษย์สัตว์สายพันธุ์สัตว์โบราณ คล้ายมนุษย์สัตว์ปกติ แต่เป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ เช่น แมมมอธ ทีเร็กซ์ และสัตว์โบราณอื่น ๆ
เอลฟ์ อายุยืน มีจำนวนน้อย แต่มีความรู้ความเชี่ยวชาญสูงมาก
เผ่าคนแคระ ตัวเล็กแต่แรงเยอะมาก ชำนาญงานช่างและการผลิต
เผ่ายักษ์ รูปร่างสูงใหญ่อย่างน้อยสองเมตร ผิวสีแทน สีตาโทนน้ำตาลแดงเป็นเอกลักษณ์ มีพละกำลังมหาศาล พบเห็นได้น้อย
เผ่าลูกครึ่ง มีทั้งลูกครึ่งเอลฟ์คนแคระ ครึ่งเอลฟ์มนุษย์ ครึ่งเอลฟ์มนุษย์สัตว์ ครึ่งเอลฟ์ยักษ์ และลูกครึ่งข้ามเผ่าพันธุ์อื่น ๆ ซึ่งมีได้แต่หายาก
ข้อมูลเกี่ยวกับเกต
ดันเจี้ยนภายในเกตมีหลายรูปแบบตั้งแต่เป็น ถ้ำ ป่าดิบ ทะเลทราย มหาสมุทร วิหาร โบราณสถาน และอื่น ๆ อีกมากมาย ระดับของดันเจี้ยนจะมีตั้งแต่ 1-10 ระดับ 1 คือพื้นฐานไม่อันตรายมาก แค่ฮันเตอร์ระดับ 2 คนเดียวก็สามารถจัดการได้ ระดับ 10 คือภัยพิบัติระดับประเทศที่ต้องรีบพิชิตให้เร็วที่สุด ความยากของดันเจี้ยนจะเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณในทุกระดับที่เพิ่มขึ้น
มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนจะไม่สามารถออกมาได้ในทันทีที่เกตเปิด จำเป็นต้องรอเวลาก่อน โดยเวลาจะต่างกันออกไปในดันเจี้ยนแต่ละระดับ ระดับ 1 จะใช้เวลา 2-3 วันกว่ามอนสเตอร์จะสามารถออกมาจากดันเจี้ยนได้ ระดับ 10 จะใช้เวลา 3-6 สัปดาห์มอนสเตอร์ภายในถึงจะสามารถออกมาได้ ดันเจี้ยนจะเกิดขึ้นมาเองแบบไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าใด ๆ โดยขนาดของเกตดันเจี้ยนจะสอดคล้องกับความยากของดันเจี้ยน
เมื่อดันเจี้ยนถูกพิชิตด้วยการสังหารบอสของดันเจี้ยนแล้วเก็บเอาอาติแฟคออกมาจากดันเจี้ยนแล้วเกตดันเจี้ยนจะปิดหลังจากที่เอาอาติแฟคออกมาจากดันเจี้ยนได้ระยะเวลาหนึ่ง แต่ถ้าทิ้งเกตดันเจี้ยนไว้นานพอมอนสเตอร์ข้างในดันเจี้ยนสามารถทะลักออกมานอกดันเจี้ยนได้ เมื่อเอาอาติแฟคออกมาจากดันเจี้ยนแล้วมอนสเตอร์จะใหม่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่อีกเพราะอาติแฟคคือแหล่งพลังงานหลักของดันเจี้ยน
ดันเจี้ยนบางแห่งจะถูกเก็บไว้ไม่พิชิตเพื่อใช้เป็นแหล่งวัตถุดิบและทรัพยากรจากมอนสเตอร์ รวมถึงทรัพยากรหินแร่และหินเวทย์ที่สามารถงอกขึ้นมาใหม่ได้เรื่อย ๆ แต่ต้องใช้เวลา มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนจะเกิดขึ้นมาตลอดจนกว่าดันเจี้ยนจะถูกพิชิต และพวกมันไม่จำเป็นต้องกินหรือดื่มเพื่ออยู่รอด เวลาภายในดันเจี้ยนจะเดินช้ากว่านอกดันเจี้ยน โดยยิ่งระดับของดันเจี้ยนสูงมากเท่าไหร่ความต่างของเวลาก็จะยิ่งมีมากเท่านั้น
ประวัติศาสตร์การเกิดขึ้นของเกต
ความจริงของเกต
รายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับอาติแฟค
อาติแฟคแต่ละชิ้นจะเก็บพลังเวทย์ได้ไม่เท่ากัน ทำให้การใช้มีขีดจำกัด พอพลังเวทย์ที่กักเก็บไว้ถูกใช้จนหมด มันก็จะชาร์จพลังเวทย์เองตามธรรมชาติ แต่ก็สามารถเร่งการชาร์จได้ด้วยการใช้หินเวทเติมพลังเวทย์เข้าไปเพื่อเร่งการชาร์จ หรือจะเอาพลังเวทย์ตัวเองเต็มเข้าไปเลยก็ได้เหมือนกัน
แต่ละคนดึงเอาศักยภาพของอาติแฟคออกมาได้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความชำนาญในการใช้อาติแฟคชิ้นนั้น ๆ และความเข้ากันได้ อาติแฟคเกรดยูนีคและอาติแฟคโบราณบางชิ้นอาจจะเลือกเจ้าของโดยที่ถ้ามันได้อยู่กับคนที่มันเลือก มันจะยอมแสดงศักยภาพสูงสุดออกมา แต่ถ้าเป็นคนที่มันไม่ได้เลือก มันก็จะแสดงศักยภาพออกมาแต่นิดเดียว
อาติแฟคมีหลายประเภทเช่น ประเภทปล่อยพลังที่สามารถปล่อยพลังออกมาในรูปแบบต่าง ๆ ประเภทเสริมพลังที่แค่มีติดตัวก็ช่วยเสริมพลังให้กับผู้ใช้ได้ ประเภทควบคุมที่สามารถควบคุมสิ่งต่าง ๆ ได้ ประเภทอัญเชิญที่เรียกอะไรอย่างออกมาได้ ประเภทสนับสนุนที่ไม่มีความสามารถในการสร้างความเสียหายหรือพลังทำลาย แต่มีความสามารถเช่นการรักษา การเสริมพลังให้คนอื่น หรืออาติแฟคชิ้นอื่น ประเภทป้องกันมีความสามารถในการสร้างความเสียหายที่น้อยแต่ก็แลกมากับความสามารถในการป้องกันที่ดีมาก ประเภทอาวุธที่มีความสามารถในตัวเอง ประเภททั่วไปเป็นอาติแฟคที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
อาติแฟคหนึ่งชิ้นสามารถถูกจัดให้อยู่ได้มากกว่าหนึ่งประเภท และบางครั้งวัตถุสิ่งของธรรมดาก็สามารถกลายเป็นอาติแฟคได้ถ้ามันได้รับอารมณ์ความรู้สึกที่รุนแรงมากพอ
อาติแฟคสมัยใหม่
อาติแฟคที่สร้างขึ้นมาใหม่จะมีคุณภาพที่ด้อยกว่าอาติแฟคโบราณ
ถ้าเอาชิ้นส่วนของมอนสเตอร์ที่ใช้เวทมนตร์ได้และแข็งแกร่งมาเป็นวัตถุดิบก็จะสามารถสร้างอาติแฟคที่ทรงพลังเทียบเท่าหรือเหนือกว่าอาติแฟคโบราณได้ แต่การสร้างก็จะยากมากและใช้ต้นทุนเยอะ
อาติแฟคที่สร้างในยุคปัจจุบันจะมีความทนทานน้อยกว่าอาติแฟคโบราณ และอาติแฟคที่สร้างจากชิ้นส่วนของมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งมาก ๆ ก็สามารถมีจิตสำนึกของมอนสเตอร์หลงเหลืออยู่ได้เหมือนกัน
อาติแฟคโบราณ
อาติแฟคโบราณจะทนมาก บางชิ้นถึงขั้นทำลายไม่ได้เลยก็มี
อาติแฟคโบราณบางชิ้นอาจจะมีจิตนึกคิดเป็นของตัวเองซึ่งจะดีหรือร้ายแต่ละชิ้นก็แตกต่างกันไป
เกรดของอาติแฟค
เกรดสูงสุดที่สร้างไม่ได้แต่ต้องค่อย ๆ อัปเกรดอาติแฟคชิ้นนั้นขึ้นมาเองคือเกรด “ยูนีค” ที่ต่อให้เป็นของที่เหมือนกันแต่มันจะไม่มีทางซ้ำกันเพราะแต่ละคนอัปเกรดมาไม่เหมือนกัน
อาติแฟคโบราณเป็นอาติแฟคที่พบได้ในดันเจี้ยนเท่านั้นและทุกชิ้นมีความทรงพลังมาก
อาติแฟคเทวะเป็นเกรดระดับตำนานที่เป็นแค่เรื่องเล่าแต่มันมีจริงเพราะเป็นเกรดสำหรับอาติแฟคที่เทพมอบให้กับมนุษย์ที่เป็น Holder ของตน
ข้อมูลเกี่ยวกับฮันเตอร์
ฮันเตอร์กิลด์เกือบทั้งหมดจะเป็นของเอกชนซึ่งเป็นสถานที่รวมตัวของเหล่าฮันเตอร์ที่ลงทะเบียนและวัดระดับกับภาครัฐแล้วไว้ด้วยกันเพื่อให้พิชิตดันเจี้ยนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
มีหน่วยงานภาครัฐคอยควบคุมให้ฮันเตอร์กิลด์และฮันเตอร์อยู่ภายใต้กฎหมายอยู่
อาชีพฮันเตอร์กลายเป็นอาชีพยอดนิยมเพียงเพราะแค่มีอาติแฟคและอายุ 18 ขึ้นไปแล้วลงทะเบียนผ่านการประเมินเป็นฮันเตอร์ระดับ 1 ก็สามารถที่จะเริ่มต้นสายอาชีพนี้ได้ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม
การเลื่อนระดับฮันเตอร์ต้องทำการทดสอบทุกครั้งและระดับสูงสุดที่สามารถขึ้นไปได้ด้วยการผ่านการทดสอบคือระดับ 9 ระดับ 10 เป็นระดับประเทศที่ต้องได้รับการเสนอชื่อจากทางภาครัฐเท่านั้น
ข้อมูลอื่น ๆ
บางคนอาจจะมีพรสวรรค์พิเศษ เช่น สามารถดึงเอาประสิทธิภาพสูงสุดของอาติแฟคออกมาได้เลยแบบไม่ต้องฝึก หรือคนที่ถูกเลือกโดยมานา ทำให้ใช้งานอาติแฟคได้แบบพลังเวทย์ในอาติแฟคไม่หมด และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่คนที่มีพรสวรรค์พิเศษแบบนี้ก็หายากมาก แบบใน 10 ล้านคนจะมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่มีพรสวรรค์พิเศษ
ธุรกิจที่ใหญ่ที่สุด การแข่งขันสูงที่สุด และทำกำไรได้มากที่สุดในยุคนี้คือธุรกิจที่เกี่ยวกับฮันเตอร์และอาติแฟค เช่น ผลิตอาติแฟค ซ่อมบำรุงรักษาอาติแฟค อัปเกรดอาติแฟค ซื้อขายหินเวท ซื้อขายอาติแฟค
กฎหมายในปัจจุบันนั้นไม่สามารถควบคุมการพกพาอาติแฟคได้เพราะมันกลายเป็นกระดูกสันหลังของชีวิตประจำวันและสังคมไปแล้ว และทางภาครัฐก็ไม่สามารถออกกฎหมายบังคับได้เพราะประชาชนที่ก่อจลาจลอาจจะสร้างความเสียหายได้มากกว่าที่มอนสเตอร์ทำได้ด้วยซ้ำ เพราะทุกคนสามารถเข้าถึงอาติแฟคได้แม้อาติแฟคนั้นจะไม่ได้ออกมาแบบมาสำหรับใช้ต่อสู้แต่ถ้าดัดแปลงมันก็ใช้เป็นอาวุธแบบง่ายได้อยู่ดี
ข้อมูลเกี่ยวกับเทพต่างโลกและตัวตนของ Holder จะถูกเก็บเป็นความลับ จะมีแต่คนระดับสูงของรัฐบาลหรือคนที่มีอิทธิพลมากอย่างสี่ขั้วอำนาจเท่านั้นที่จะรู้ถึงการมีอยู่ของทั้งสอง
ข้อมูลของสี่ขั้วอำนาจที่มีอยู่ในทุกประเทศ
ข้อมูลเกี่ยวกับพลังงานต่าง ๆ
ออร่า / พลังชีวิต: เป็นพลังงานชีวิตที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายของสิ่งมีชีวิตเท่านั้น เมื่อปลดปล่อยออกมาจะมีลักษณะเป็นออร่าพลังงานที่จะล้อมรอบตัวผู้ใช้ สีออร่าของแต่ละคนจะไม่เหมือนกันแม้จะคล้ายกันแต่สีและลักษณะการกระเพื่อมจะไม่มีทางเหมือนกันเป๊ะต่อให้เป็นฝาแฝดก็ตาม ออร่าของแต่ละคนจะมีความโดดเด่นในการเสริมพลังที่แตกต่างกัน เช่น บางคนเสริมการป้องกันได้ดีกว่า บางคนเสริมการโจมตีได้ดีกว่า บางคนเสริมการฟื้นฟูได้ดีกว่า ยิ่งฝึกร่างกายหนักก็จะยิ่งมีออร่าเยอะ
พลังวิญญาณ: เป็นพลังงานที่จับต้องไม่ได้และไม่สามารถตรวจจับได้ด้วยเครื่องจักร พลังวิญญาณสามารถถูกตรวจจับได้ด้วยประสาทสัมผัสเท่านั้น และผู้ที่สามารถสัมผัสถึงพลังวิญญาณได้จำเป็นต้องถือครองอาติแฟคประเภทที่มีพลังเกี่ยวกับวิญญาณ พลังวิญญาณไม่เหมือนกับพลังเวทย์และออร่า พลังวิญญาณเป็นพลังที่ไม่สามารถฝึกฝนได้ ปริมาณจะผูกติดกับตัวตน เกิดมามีพลังวิญญาณแค่ไหนก็จะมีอยู่แค่นั้นไปจนตาย แต่มีวิธีที่คนทั่วไปสามารถใช้เพิ่มพลังวิญญาณได้คือการตายแล้วเกิดใหม่ ซึ่งเป็นวิธีที่อันตรายที่สุด พลังวิญญาณแม้จะสัมผัสได้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้หรือควบคุมได้ พลังวิญญาณเป็นพลังที่ไม่อยู่ภายใต้กฎฟิสิกส์หรือแนวคิดใด ๆ เพราะเป็นพลังของความว่างเปล่า มันจึงเป็นอิสระและสามารถที่จะเป็นสิ่งใดก็ได้ หากมีปัจจัยภายนอกที่ทำให้พลังวิญญาณเพิ่มขึ้นได้ เช่น ผลของอาติแฟค พลังวิญญาณที่เพิ่มขึ้นจะติดตัวไปตลอดแม้จะถอดอาติแฟคออกแล้วก็ตาม
เทคนิคต่าง ๆ ในโลก
Aura: เป็นเทคนิคโบราณในยุคสมัยแรกเริ่มของการมีเกตเกิดขึ้น และในยุคปัจจุบันก็ยังมีคนใช้อยู่ประปราย เป็นเทคนิคที่จะเอาพลังงานชีวิตของร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักในการเสริมพลังด้านต่าง ๆ ให้กับร่างกาย เป็นเทคนิคที่ฝึกยากมากเพราะเป็นเทคนิคที่เน้นความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจ ผู้ฝึกต้องทำให้ร่างกายและจิตใจเป็นหนึ่งเดียวกัน (รับรู้ถึงร่างกายตัวเองได้ในระดับเซลล์) และควบคุมลมหายใจเพื่อสูบฉีดและไหลเวียนพลังงานชีวิตในร่างกายให้ออกมาในรูปของออร่าพลังงานที่คลุมร่างกายไว้ ผู้ใช้ออร่าที่ฝึกฝนจนสามารถควบคุมออร่าภายนอกร่างกายได้จะสามารถใช้ออร่าในการโจมตีศัตรูจากระยะไกลได้หรือใช้ออร่าของตัวเองในการสร้างอาวุธหรือชุดเกราะขึ้นมาเองได้ โดยลักษณะการขึ้นรูปของออร่าจะเป็นในลักษณะของคริสตัลที่สีจะแตกต่างกันไปตามแต่ละคน
ข้อมูลของเทพต่างโลก
ข้อมูลของ Holder และเทพของโลก
Holder ทุกคนจะมีจุดร่วมเดียวกันคือทุกคนสามารถเรียกร่างอวตารเทพของตัวเองออกมาได้ซึ่งจะช่วยเพิ่มพลังให้พวกเขาได้มหาศาล พวกเขาคนเดียวมีพลังมากพอที่จะพิชิตดันเจี้ยนระดับ 10 ได้ด้วยตัวคนเดียว Holder ทุกคนสามารถรับรู้ถึงตัวตนของคนที่เป็น Holder ด้วยกันได้ และ Holder ทุกคนจะอยู่เป็นกลางไม่เข้าข้างขั้วอำนาจไหนเป็นพิเศษเพราะหน้าที่ของพวกเขาคือการกำจัดพวกลัทธิและคอยป้องกันแผนการรุกรานโลกของเทพต่างโลกไว้
เทพดั้งเดิมของโลกเป็นเทพที่เกิดมาจากตำนานเล่าขานและพวกเขาจะคอยเฟ้นหาคนที่เหมาะสมที่จะรับพลังของพวกเขาแล้วกลายเป็น Holder เพื่อพิทักษ์โลก เทพแต่ละองค์จะมี Holder แค่คนเดียวเท่านั้นและจะไม่เปลี่ยนจนกว่า Holder คนปัจจุบันจะตาย ละทิ้งพลัง หรือถูกริบพลังคืน เมื่อเทพมอบพลังให้ Holder แล้วตัวของ Holder จะมีสัญลักษณ์เทพปรากฏขึ้นมาบนร่างกายแบบสุ่มตำแหน่งและขนาดแตกต่างกันไปตามแต่ละคน
ประวัติศาสตร์
ก่อนยุคของเกต โลกเคยเป็นเพียงสังคมของมนุษย์ที่อาศัยเทคโนโลยีและอาวุธแบบดั้งเดิม แต่หลังจากเกตปรากฏขึ้น โลกกลับค่อย ๆ กลายเป็นพื้นที่ที่เผ่าพันธุ์หลากหลายต้องอยู่ร่วมกันภายใต้ข้อเท็จจริงเดียวกัน คือไม่มีผู้ใดสามารถเพิกเฉยต่อดันเจี้ยนได้อีกต่อไป
ยุคก่อนการปรากฏของเกต: ก่อนประมาณ 2000 ปีก่อนคริสตกาล โลกยังไม่มีปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่มนุษย์รับรู้ได้อย่างชัดเจน มนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์หลักเพียงเผ่าพันธุ์เดียว สังคมในช่วงเวลานั้นยังอยู่ในรูปของชุมชน เมืองรัฐ และอาณาจักรโบราณ ผู้คนดำรงชีวิตด้วยการเกษตร การล่าสัตว์ การทำสงครามระหว่างเผ่า และการพึ่งพาเครื่องมือพื้นฐาน ความเชื่อเรื่องเทพเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และภูตผีปีศาจมีอยู่แล้ว แต่ยังเป็นตำนานและศรัทธามากกว่าข้อเท็จจริงทางกายภาพ
การปรากฏของเกตและจุดเริ่มต้นของยุคดันเจี้ยน: เกตปรากฏขึ้นครั้งแรกเมื่อราว 2000 ปีก่อนคริสตกาล ลักษณะของเกตในระยะแรกยังไม่มีรูปแบบตายตัว บางแห่งปรากฏกลางป่า บางแห่งเกิดในพื้นที่รกร้าง หรือแม้แต่ในเขตชุมชนที่มีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น การปรากฏของเกตไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ทำให้ผู้คนในยุคแรกไม่สามารถเตรียมตัวรับมือได้ทัน มนุษย์ยังไม่เข้าใจธรรมชาติของเกตและดันเจี้ยน ใช้เพียงอาวุธทั่วไป เทคนิคการรบแบบโบราณ และกำลังคนจำนวนมากในการต่อต้านมอนสเตอร์ ส่งผลให้หลายเมืองและหลายอาณาจักรถูกทำลายอย่างรวดเร็ว
ยุคแห่งการเอาตัวรอดและการร่วมมือ: เมื่อเวลาผ่านไป มนุษย์เริ่มค้นพบว่าเกตไม่ใช่เพียงทางผ่านของภัยพิบัติ แต่ยังเป็นแหล่งทรัพยากรและพลังงานที่มีค่าอย่างยิ่ง ภายในดันเจี้ยนมีทั้งแร่เวทย์ วัตถุดิบจากมอนสเตอร์ และสิ่งของลึกลับที่มีคุณสมบัติพิเศษ สิ่งเหล่านี้กลายเป็นแรงผลักดันให้มนุษย์เริ่มกลับเข้าไปในเกตเพื่อพิชิตและเก็บเกี่ยวประโยชน์จากมัน ในยุคนี้เองได้เกิดมอนสเตอร์ที่มีสติปัญญาออกมาจากเกต และบางส่วนสามารถร่วมมือกับมนุษย์ได้ จากความจำเป็นในการเอาชีวิตรอดร่วมกัน ทั้งสองฝ่ายจึงเริ่มแลกเปลี่ยนความรู้ ยุทธวิธี และทรัพยากรต่อกัน จนนำไปสู่การผสมผสานของสายเลือดในเวลาต่อมา
การกำเนิดของเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ: มนุษย์ยังคงเป็นเผ่าที่มีจำนวนมากที่สุดและแพร่หลายที่สุด แต่ก็ไม่ได้ครองโลกเพียงลำพังอีกต่อไป มนุษย์สัตว์เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีจำนวนใกล้เคียงกับมนุษย์ มีลักษณะผสมระหว่างมนุษย์กับสัตว์ เอลฟ์เป็นเผ่าที่มีอายุยืนและความรู้สูง คนแคระมีร่างเล็กแต่มีกำลังสูง ยักษ์มีรูปร่างสูงใหญ่และพลังมหาศาล นอกจากนี้ยังมีลูกครึ่งระหว่างเผ่าต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสังคมโลกหลังยุคเกตมิได้แบ่งแยกกันอย่างเด็ดขาดอีกต่อไป
การค้นพบอาติแฟคและการเปลี่ยนแปลงของสังคม: อาติแฟคกลายเป็นรากฐานของยุคใหม่ อาติแฟคมีทั้งอาวุธ เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ สิ่งของใช้งานทั่วไป และวัตถุที่มีพลังเฉพาะตัว อาติแฟคสมัยใหม่สร้างได้จากเทคโนโลยีและวัตถุดิบจากมอนสเตอร์ แต่คุณภาพมักด้อยกว่าอาติแฟคโบราณซึ่งพบได้เฉพาะในดันเจี้ยน อาติแฟคบางชิ้นมีจิตสำนึกของตนเอง และบางชิ้นสามารถเลือกเจ้าของได้ เมื่ออาติแฟคแพร่หลาย สังคมจึงเปลี่ยนจากสังคมเกษตรและอุตสาหกรรมทั่วไปไปสู่สังคมที่อำนาจทางการทหาร เศรษฐกิจ และการเมืองผูกพันกับการครอบครองอาติแฟคอย่างแนบแน่น
ยุคการก่อตั้งระบบฮันเตอร์: เมื่อเกตและดันเจี้ยนกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลก การล่ามอนสเตอร์จึงไม่ใช่เพียงการป้องกันภัยอีกต่อไป แต่กลายเป็นอาชีพอย่างเป็นทางการ “ฮันเตอร์” จึงถือกำเนิดขึ้นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการสำรวจ พิชิต และควบคุมดันเจี้ยน ในระยะเริ่มต้น การเป็นฮันเตอร์ยังคงเป็นเรื่องที่เฉพาะกลุ่ม แต่เมื่ออาติแฟคเริ่มเข้าถึงได้ง่ายขึ้น อาชีพนี้ก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปและผ่านการประเมินสามารถเข้าสู่ระบบฮันเตอร์ระดับ 1 ได้ ต่อมาได้มีการตั้งกิลด์ฮันเตอร์ขึ้นมากมาย โดยส่วนใหญ่เป็นของเอกชน กิลด์เหล่านี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวมตัว ฝึกฝน และรับภารกิจจากทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจ ขณะเดียวกันรัฐก็ต้องจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะเพื่อควบคุมไม่ให้กิลด์และฮันเตอร์มีอำนาจเกินกว่าที่กฎหมายจะรองรับได้
การขยายตัวของเศรษฐกิจอาติแฟค: เมื่ออาติแฟคเริ่มกลายเป็นทรัพยากรหลักของโลก ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาติแฟคจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การซ่อมบำรุง การอัปเกรด การค้าอาติแฟค การค้าหินเวทย์ และการจัดหาวัตถุดิบจากดันเจี้ยน ล้วนกลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สร้างกำไรสูงที่สุดในยุคสมัยนั้น ดันเจี้ยนบางแห่งไม่ได้ถูกพิชิตทันที เพราะสามารถใช้เป็นแหล่งทรัพยากรหมุนเวียนได้ ทั้งแร่ หินเวทย์ และวัตถุดิบจากมอนสเตอร์ที่เกิดซ้ำได้ตามธรรมชาติ การเลือกว่าจะพิชิตดันเจี้ยนหรือคงไว้เพื่อแสวงประโยชน์จึงกลายเป็นการตัดสินใจทางการเมืองและเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง ในบางประเทศ อำนาจไม่ได้อยู่ในมือรัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ถูกแบ่งออกเป็นสี่ขั้ว ได้แก่ ภาครัฐ ฮันเตอร์กิลด์ กลุ่มอิทธิพลใต้ดิน และนายทุนใหญ่ การคานอำนาจระหว่างกลุ่มเหล่านี้เป็นลักษณะเด่นของการเมืองยุคใหม่
ความจริงของเกตและความลับระดับสูง: แม้ในสังคมทั่วไปจะรับรู้ว่าเกตคือแหล่งมอนสเตอร์และพลังเวทย์ แต่ความจริงที่ลึกกว่านั้นกลับถูกเก็บเป็นความลับ การมีอยู่ของเทพต่างโลกและ Holder ไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ เพราะหากความจริงนี้แพร่ออกไป อาจก่อให้เกิดความหวาดกลัวและความวุ่นวายครั้งใหญ่ เทพต่างโลกคือพลังชั่วร้ายจากอีกมิติหนึ่งที่ใช้เกตเป็นเครื่องมือในการแทรกซึมและยึดครองโลกอย่างช้า ๆ ในทางตรงกันข้าม เทพดั้งเดิมของโลกเป็นเทพที่เกิดจากตำนานและศรัทธาของมนุษย์ พวกเขาเลือกบุคคลที่เหมาะสมให้เป็น Holder เพื่อรับพลังและทำหน้าที่ปกป้องโลก Holder แต่ละคนจึงเป็นเสมือนตัวแทนของเทพประจำตน มีพลังสูงจนสามารถต่อกรกับดันเจี้ยนระดับสูงได้ด้วยตัวคนเดียว และพวกเขาไม่ได้ขึ้นตรงต่อรัฐหรือองค์กรใดเป็นการเฉพาะ แต่ทำหน้าที่รักษาสมดุลของโลกและต่อต้านอิทธิพลของเทพต่างโลกโดยตรง
สถานการณ์ในปี 2065: โลกเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยี มานา อาติแฟค และอำนาจทางการเมืองผสมผสานกันอย่างแนบแน่น ผู้คนส่วนใหญ่เกิดมาพร้อมความคุ้นเคยกับอาติแฟคและเกต รัฐยังคงมีอำนาจอยู่ แต่ไม่อาจควบคุมโลกได้อย่างสมบูรณ์ ฮันเตอร์กลายเป็นกลไกสำคัญของการป้องกันประเทศ และดันเจี้ยนยังคงเป็นทั้งภัยคุกคามและแหล่งทรัพยากรที่ไม่มีวันหมดไป อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความสงบที่ดูเหมือนมั่นคง โลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้านพร้อมกัน ทั้งการแข่งขันของสี่ขั้วอำนาจ การแทรกแซงของลัทธิเทพต่างโลก การตื่นตัวของอาติแฟคโบราณ และความจริงที่ว่าดันเจี้ยนระดับสูงยังสามารถก่อให้เกิดหายนะได้ทุกเมื่อ ประวัติศาสตร์ของโลกในปี 2065 จึงยังไม่ใช่บทสรุป หากแต่เป็นเพียงช่วงหนึ่งของสงครามยาวนานระหว่างการควบคุมกับความโกลาหล ระหว่างโลกของมนุษย์กับสิ่งที่อยู่เหนือมนุษย์
คุณจะเริ่มต้นด้วยการเป็นอะไร ฮันเตอร์ หนึ่งในสี่ขั้วอำนาจ หรือแค่คนธรรมดาที่กำลังจะเป็นฮันเตอร์ คุณเลือกได้เลย
ถ้าคิดไม่ออกเอาฉากเริ่มตามนี้ก็ได้
- คุณเป็นฮันเตอร์หน้าใหม่ที่พึ่งจะลงทะเบียนเป็นฮันเตอร์ระดับ 1 ผ่านและกำลังมองหากิลด์ที่จะเข้า
- คุณพึ่งได้เจ้ารวมเป็นหนึ่งในคนของสี่ขั้วอำนาจ(เลือกเอาเอง)
- เป็นคนธรรมดาที่ใช้ชีวิตในโลกที่วุ่นวายนี้(นักเรียนโรงเรียนทั่วไป พนักงาน พนักงานกิลด์)
คุณมีอาติแฟคอะไรมีความสามารถอะไรบ้างก็ระบุรายละเอียดมาได้เลย จะเป็นอาติแฟคระดับไหน กีชิ้น หรือมีความสามารถสุดโกงแค่ไหนคุณคิดได้ตามใจเลยนี่คืออิสระของคุณ
อย่าลืมเลือกชุดด้วยนะครับเพื่อบรรยากาศที่สมจริงถ้าไม่อยากก็แค่(สุ่มชุด)ก็พอครับ และอย่าลืมเลือกเผ่าพันธุ์ของคุณด้วยละ มันอาจจะช่วยให้สนุกขึ้นก็ได้นะ เลือกนอกเหลือจากที่มีอยู่แล้วก็ได้นะแต่อาจจะวุ่นวายหน่อย
Generating
Generating
Generating
