ยุคแห่งเกตและฮันเตอร์ - ยุคแห่งเกตและฮันเตอร์
brief

Brief

Fantasy Archive // World Codex
เซ็ตติ้งโลกประตูมิติและอาติแฟค
โลกปัจจุบันที่มีเกต ดันเจี้ยน เผ่าพันธุ์หลากหลาย อาติแฟค ฮันเตอร์ และเทพต่างโลก
✦ ✧ ✦ ✧ ✦ ✧ ✦
เซ็ตติ้งโลก
เป็นโลกแบบในปัจจุบัน แต่มีสิ่งที่แตกต่างจากปกติคือมีปรากฏการณ์ประตูมิติหรือที่เรียกว่า “เกต” เป็นประตูมิติที่จะเชื่อมต่อกับอีกสถานที่หนึ่งซึ่งแยกออกจากโลกโดยสมบูรณ์เรียกว่า “ดันเจี้ยน” มีเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ มากมายอาศัยอยู่รวมกัน แต่ไม่มีเผ่าพันธุ์ไหนใช้เวทมนตร์ได้ด้วยตัวเองนอกจากมอนสเตอร์ในเกต
รายละเอียดของแต่ละเผ่าพันธุ์
มนุษย์ มีจำนวนเยอะพบเห็นได้ทั่วไป

มนุษย์สัตว์ มีจำนวนพอ ๆ กับมนุษย์ ครอบคลุมทั้งสัตว์ปีก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์น้ำ และรูปแบบที่เป็นสัตว์ยืนสองขา หรือร่างมนุษย์ที่มีส่วนของสัตว์ผสมอยู่

มนุษย์สัตว์สายพันธุ์สัตว์มายา คล้ายมนุษย์สัตว์ปกติ แต่เป็นสัตว์ในตำนานหรือเทพนิยาย เช่น เวนดิโก้ มังกร ฟีนิกส์ จิ้งจอกเก้าหาง

มนุษย์สัตว์สายพันธุ์สัตว์โบราณ คล้ายมนุษย์สัตว์ปกติ แต่เป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ เช่น แมมมอธ ทีเร็กซ์ และสัตว์โบราณอื่น ๆ

เอลฟ์ อายุยืน มีจำนวนน้อย แต่มีความรู้ความเชี่ยวชาญสูงมาก

เผ่าคนแคระ ตัวเล็กแต่แรงเยอะมาก ชำนาญงานช่างและการผลิต

เผ่ายักษ์ รูปร่างสูงใหญ่อย่างน้อยสองเมตร ผิวสีแทน สีตาโทนน้ำตาลแดงเป็นเอกลักษณ์ มีพละกำลังมหาศาล พบเห็นได้น้อย

เผ่าลูกครึ่ง มีทั้งลูกครึ่งเอลฟ์คนแคระ ครึ่งเอลฟ์มนุษย์ ครึ่งเอลฟ์มนุษย์สัตว์ ครึ่งเอลฟ์ยักษ์ และลูกครึ่งข้ามเผ่าพันธุ์อื่น ๆ ซึ่งมีได้แต่หายาก

ข้อมูลเกี่ยวกับเกต
เกตมีลักษณะเป็นประตูมิติที่มีสีแตกต่างกัน โดยสีของเกตจะสามารถใช้ระบุความอันตรายของเกตนั้น ๆ ได้ สีน้ำเงินคือเกตที่ปล่อยภัยไม่อันตรายมาก สีม่วงคืออันตราย ขนาดของเกตสามารถใช้ในการระบุความกว้างของดันเจี้ยนและยังใช้เพื่อระบุความอันตรายได้เหมือนกัน พลังเวทย์ที่เกตปล่อยออกมาสามารถใช้เพื่อวัดระดับความอันตราย ขนาดของดันเจี้ยน และรูปแบบของดันเจี้ยนได้ดีที่สุด

ดันเจี้ยนภายในเกตมีหลายรูปแบบตั้งแต่เป็น ถ้ำ ป่าดิบ ทะเลทราย มหาสมุทร วิหาร โบราณสถาน และอื่น ๆ อีกมากมาย ระดับของดันเจี้ยนจะมีตั้งแต่ 1-10 ระดับ 1 คือพื้นฐานไม่อันตรายมาก แค่ฮันเตอร์ระดับ 2 คนเดียวก็สามารถจัดการได้ ระดับ 10 คือภัยพิบัติระดับประเทศที่ต้องรีบพิชิตให้เร็วที่สุด ความยากของดันเจี้ยนจะเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณในทุกระดับที่เพิ่มขึ้น

มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนจะไม่สามารถออกมาได้ในทันทีที่เกตเปิด จำเป็นต้องรอเวลาก่อน โดยเวลาจะต่างกันออกไปในดันเจี้ยนแต่ละระดับ ระดับ 1 จะใช้เวลา 2-3 วันกว่ามอนสเตอร์จะสามารถออกมาจากดันเจี้ยนได้ ระดับ 10 จะใช้เวลา 3-6 สัปดาห์มอนสเตอร์ภายในถึงจะสามารถออกมาได้ ดันเจี้ยนจะเกิดขึ้นมาเองแบบไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าใด ๆ โดยขนาดของเกตดันเจี้ยนจะสอดคล้องกับความยากของดันเจี้ยน

เมื่อดันเจี้ยนถูกพิชิตด้วยการสังหารบอสของดันเจี้ยนแล้วเก็บเอาอาติแฟคออกมาจากดันเจี้ยนแล้วเกตดันเจี้ยนจะปิดหลังจากที่เอาอาติแฟคออกมาจากดันเจี้ยนได้ระยะเวลาหนึ่ง แต่ถ้าทิ้งเกตดันเจี้ยนไว้นานพอมอนสเตอร์ข้างในดันเจี้ยนสามารถทะลักออกมานอกดันเจี้ยนได้ เมื่อเอาอาติแฟคออกมาจากดันเจี้ยนแล้วมอนสเตอร์จะใหม่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่อีกเพราะอาติแฟคคือแหล่งพลังงานหลักของดันเจี้ยน

ดันเจี้ยนบางแห่งจะถูกเก็บไว้ไม่พิชิตเพื่อใช้เป็นแหล่งวัตถุดิบและทรัพยากรจากมอนสเตอร์ รวมถึงทรัพยากรหินแร่และหินเวทย์ที่สามารถงอกขึ้นมาใหม่ได้เรื่อย ๆ แต่ต้องใช้เวลา มอนสเตอร์ในดันเจี้ยนจะเกิดขึ้นมาตลอดจนกว่าดันเจี้ยนจะถูกพิชิต และพวกมันไม่จำเป็นต้องกินหรือดื่มเพื่ออยู่รอด เวลาภายในดันเจี้ยนจะเดินช้ากว่านอกดันเจี้ยน โดยยิ่งระดับของดันเจี้ยนสูงมากเท่าไหร่ความต่างของเวลาก็จะยิ่งมีมากเท่านั้น

ประวัติศาสตร์การเกิดขึ้นของเกต
เกตเกิดขึ้นมาตั้งแต่ 2000 ปีก่อนคริสตกาล โดยในตอนนั้นยังมีแต่เผ่ามนุษย์และยังไม่มีการใช้อาติแฟคหรือพลังเวทย์ ในยุคแรกมนุษย์ยังคงใช้อาวุธทั่วไปและเทคนิคโบราณในการพิชิตดันเจี้ยน จนกระทั่งได้มีมอนสเตอร์ที่มีสติปัญญาออกมาจากเกตและได้ร่วมมือกับเหล่ามนุษย์เพื่อพิชิตเกตและได้อยู่ด้วยกัน กำเนิดลูกหลานมาเรื่อย ๆ สายเลือดผสมมาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบันที่ทุกคนและทุกเผ่ามีพลังเวทย์ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย
ความจริงของเกต
เกตเป็นประตูมิติที่เทพต่างโลกที่ชั่วร้ายใช้เพื่อส่งมอนสเตอร์มารุกรานและยึดครองโลกอย่างช้า ๆ เกตบางอันก็เป็นเกตที่เทพของโลกมนุษย์สร้างขึ้นเพื่อช่วยเหลือมนุษย์
รายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับอาติแฟค
อาติแฟคมีหลายแบบและหลายรูปร่าง มีตั้งแต่แบบที่เป็นแค่เสื้อผ้า อุปกรณ์สวมใส่ สิ่งของ อาวุธ รอยสัก และอื่น ๆ อีกมากมาย อาติแฟคแต่ละอันจะมีวิธีและเงื่อนไขการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป แต่ถ้าเป็นแบบที่สร้างขึ้นมาในยุคใหม่หรือเป็นประเภทเดียวกัน วิธีใช้และเงื่อนไขก็สามารถเหมือนกันได้

อาติแฟคแต่ละชิ้นจะเก็บพลังเวทย์ได้ไม่เท่ากัน ทำให้การใช้มีขีดจำกัด พอพลังเวทย์ที่กักเก็บไว้ถูกใช้จนหมด มันก็จะชาร์จพลังเวทย์เองตามธรรมชาติ แต่ก็สามารถเร่งการชาร์จได้ด้วยการใช้หินเวทเติมพลังเวทย์เข้าไปเพื่อเร่งการชาร์จ หรือจะเอาพลังเวทย์ตัวเองเต็มเข้าไปเลยก็ได้เหมือนกัน

แต่ละคนดึงเอาศักยภาพของอาติแฟคออกมาได้ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความชำนาญในการใช้อาติแฟคชิ้นนั้น ๆ และความเข้ากันได้ อาติแฟคเกรดยูนีคและอาติแฟคโบราณบางชิ้นอาจจะเลือกเจ้าของโดยที่ถ้ามันได้อยู่กับคนที่มันเลือก มันจะยอมแสดงศักยภาพสูงสุดออกมา แต่ถ้าเป็นคนที่มันไม่ได้เลือก มันก็จะแสดงศักยภาพออกมาแต่นิดเดียว

อาติแฟคมีหลายประเภทเช่น ประเภทปล่อยพลังที่สามารถปล่อยพลังออกมาในรูปแบบต่าง ๆ ประเภทเสริมพลังที่แค่มีติดตัวก็ช่วยเสริมพลังให้กับผู้ใช้ได้ ประเภทควบคุมที่สามารถควบคุมสิ่งต่าง ๆ ได้ ประเภทอัญเชิญที่เรียกอะไรอย่างออกมาได้ ประเภทสนับสนุนที่ไม่มีความสามารถในการสร้างความเสียหายหรือพลังทำลาย แต่มีความสามารถเช่นการรักษา การเสริมพลังให้คนอื่น หรืออาติแฟคชิ้นอื่น ประเภทป้องกันมีความสามารถในการสร้างความเสียหายที่น้อยแต่ก็แลกมากับความสามารถในการป้องกันที่ดีมาก ประเภทอาวุธที่มีความสามารถในตัวเอง ประเภททั่วไปเป็นอาติแฟคที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

อาติแฟคหนึ่งชิ้นสามารถถูกจัดให้อยู่ได้มากกว่าหนึ่งประเภท และบางครั้งวัตถุสิ่งของธรรมดาก็สามารถกลายเป็นอาติแฟคได้ถ้ามันได้รับอารมณ์ความรู้สึกที่รุนแรงมากพอ

อาติแฟคสมัยใหม่
อาติแฟคในยุคใหม่สามารถสร้างได้แค่บางประเภทเท่านั้น เช่น ประเภททั่วไป ประเภทปล่อยพลัง ประเภทควบคุม ประเภทเสริมพลัง ประเภทสนับสนุน

อาติแฟคที่สร้างขึ้นมาใหม่จะมีคุณภาพที่ด้อยกว่าอาติแฟคโบราณ

ถ้าเอาชิ้นส่วนของมอนสเตอร์ที่ใช้เวทมนตร์ได้และแข็งแกร่งมาเป็นวัตถุดิบก็จะสามารถสร้างอาติแฟคที่ทรงพลังเทียบเท่าหรือเหนือกว่าอาติแฟคโบราณได้ แต่การสร้างก็จะยากมากและใช้ต้นทุนเยอะ

อาติแฟคที่สร้างในยุคปัจจุบันจะมีความทนทานน้อยกว่าอาติแฟคโบราณ และอาติแฟคที่สร้างจากชิ้นส่วนของมอนสเตอร์ที่แข็งแกร่งมาก ๆ ก็สามารถมีจิตสำนึกของมอนสเตอร์หลงเหลืออยู่ได้เหมือนกัน

อาติแฟคโบราณ
อาติแฟคโบราณเป็นของหายากและจะเจอได้แค่ในดันเจี้ยนเท่านั้น

อาติแฟคโบราณจะทนมาก บางชิ้นถึงขั้นทำลายไม่ได้เลยก็มี

อาติแฟคโบราณบางชิ้นอาจจะมีจิตนึกคิดเป็นของตัวเองซึ่งจะดีหรือร้ายแต่ละชิ้นก็แตกต่างกันไป

เกรดของอาติแฟค
อาติแฟคมีหลายเกรดตั้งแต่เกรดต่ำที่ทั้งราคาถูก พังง่าย กักเก็บพลังเวทย์ได้น้อย แต่ก็ใช้งานง่าย ไม่อันตราย ไปจนถึงเกรดสูงที่ทนทานมาก มีราคาแพง กักเก็บพลังเวทย์ได้เยอะ ใช้งานได้นาน แต่ก็ใช้งานยากและอันตราย แลกกับความทรงพลังของมัน

เกรดสูงสุดที่สร้างไม่ได้แต่ต้องค่อย ๆ อัปเกรดอาติแฟคชิ้นนั้นขึ้นมาเองคือเกรด ยูนีค ที่ต่อให้เป็นของที่เหมือนกันแต่มันจะไม่มีทางซ้ำกันเพราะแต่ละคนอัปเกรดมาไม่เหมือนกัน

อาติแฟคโบราณเป็นอาติแฟคที่พบได้ในดันเจี้ยนเท่านั้นและทุกชิ้นมีความทรงพลังมาก

อาติแฟคเทวะเป็นเกรดระดับตำนานที่เป็นแค่เรื่องเล่าแต่มันมีจริงเพราะเป็นเกรดสำหรับอาติแฟคที่เทพมอบให้กับมนุษย์ที่เป็น Holder ของตน

ข้อมูลเกี่ยวกับฮันเตอร์
ระดับของฮันเตอร์มีทั้งหมด 10 ระดับ ระดับ 1 คือผู้เริ่มต้นไปจนถีงระดับ 10 ที่เป็นระดับประเทศ ต้องได้รับการเสนอชื่อจากรัฐบาลถึงจะขี้นเป็นระดับ 10 ได้

ฮันเตอร์กิลด์เกือบทั้งหมดจะเป็นของเอกชนซึ่งเป็นสถานที่รวมตัวของเหล่าฮันเตอร์ที่ลงทะเบียนและวัดระดับกับภาครัฐแล้วไว้ด้วยกันเพื่อให้พิชิตดันเจี้ยนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

มีหน่วยงานภาครัฐคอยควบคุมให้ฮันเตอร์กิลด์และฮันเตอร์อยู่ภายใต้กฎหมายอยู่

อาชีพฮันเตอร์กลายเป็นอาชีพยอดนิยมเพียงเพราะแค่มีอาติแฟคและอายุ 18 ขึ้นไปแล้วลงทะเบียนผ่านการประเมินเป็นฮันเตอร์ระดับ 1 ก็สามารถที่จะเริ่มต้นสายอาชีพนี้ได้ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

การเลื่อนระดับฮันเตอร์ต้องทำการทดสอบทุกครั้งและระดับสูงสุดที่สามารถขึ้นไปได้ด้วยการผ่านการทดสอบคือระดับ 9 ระดับ 10 เป็นระดับประเทศที่ต้องได้รับการเสนอชื่อจากทางภาครัฐเท่านั้น

ข้อมูลอื่น ๆ
แต่ละคนพกอาติแฟคไม่เท่ากัน บางคนพกชิ้นสองชิ้น บางคนชุดที่ใส่ทั้งตัวตั้งแต่หัวจรดเท้าก็เป็นอาติแฟคหมดทุกชิ้นซึ่งส่วนมากจะเป็นพวกบ้านรวยไม่ก็พวกชอบอวด มีน้อยครั้งที่คนที่มีอาติแฟคตั้งแต่หัวจรดเท้าแบบนี้จะเป็นคนที่เก่งจริง ๆ

บางคนอาจจะมีพรสวรรค์พิเศษ เช่น สามารถดึงเอาประสิทธิภาพสูงสุดของอาติแฟคออกมาได้เลยแบบไม่ต้องฝึก หรือคนที่ถูกเลือกโดยมานา ทำให้ใช้งานอาติแฟคได้แบบพลังเวทย์ในอาติแฟคไม่หมด และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่คนที่มีพรสวรรค์พิเศษแบบนี้ก็หายากมาก แบบใน 10 ล้านคนจะมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่มีพรสวรรค์พิเศษ

ธุรกิจที่ใหญ่ที่สุด การแข่งขันสูงที่สุด และทำกำไรได้มากที่สุดในยุคนี้คือธุรกิจที่เกี่ยวกับฮันเตอร์และอาติแฟค เช่น ผลิตอาติแฟค ซ่อมบำรุงรักษาอาติแฟค อัปเกรดอาติแฟค ซื้อขายหินเวท ซื้อขายอาติแฟค

กฎหมายในปัจจุบันนั้นไม่สามารถควบคุมการพกพาอาติแฟคได้เพราะมันกลายเป็นกระดูกสันหลังของชีวิตประจำวันและสังคมไปแล้ว และทางภาครัฐก็ไม่สามารถออกกฎหมายบังคับได้เพราะประชาชนที่ก่อจลาจลอาจจะสร้างความเสียหายได้มากกว่าที่มอนสเตอร์ทำได้ด้วยซ้ำ เพราะทุกคนสามารถเข้าถึงอาติแฟคได้แม้อาติแฟคนั้นจะไม่ได้ออกมาแบบมาสำหรับใช้ต่อสู้แต่ถ้าดัดแปลงมันก็ใช้เป็นอาวุธแบบง่ายได้อยู่ดี

ข้อมูลเกี่ยวกับเทพต่างโลกและตัวตนของ Holder จะถูกเก็บเป็นความลับ จะมีแต่คนระดับสูงของรัฐบาลหรือคนที่มีอิทธิพลมากอย่างสี่ขั้วอำนาจเท่านั้นที่จะรู้ถึงการมีอยู่ของทั้งสอง

ข้อมูลของสี่ขั้วอำนาจที่มีอยู่ในทุกประเทศ
เพราะใครก็สามารถเข้าถึงอาติแฟคได้ถ้ามีเงิน จึงทำให้ในแต่ละประเทศมักจะมีสี่ขั้วอำนาจคานอำนาจกันไว้อยู่ด้วยความแข็งแกร่งของกำลังพลส่วนตัว โดยทั้งสี่ขั้วอำนาจจะมี ภาครัฐ ฮันเตอร์กิลด์ กลุ่มแก๊งต่าง ๆ (มาเฟีย ยากูซ่า ตระกูลใหญ่) และพวกนายทุนใหญ่ สี่ขั้วอำนาจของแต่ละประเทศยังคงคานอำนาจกันเองด้วยกำลังรบส่วนตัวที่เป็นทั้งฮันเตอร์ที่ลงทะเบียนอย่างเป็นทางการกับรัฐหรือฮันเตอร์เถื่อนก็ตามเพื่อรักษาสมดุลไม่ให้เกิดสงครามภายในหรือภายนอก สี่ขั้วอำนาจยังคงแข่งขันกันขยายอำนาจ บ้างก็ทำอย่างโจ่งแจ้ง บ้างก็ทำอย่างลับ ๆ แต่สุดท้ายก็จะเกิดสงครามขั้วอำนาจอยู่ดี จึงได้มีการแข่งขันฮันเตอร์ของแต่ละขั้วอำนาจภายในประเทศเพื่อตัดสินความไม่ลงรอยกัน เป็นรายการที่จัดทำอย่างเปิดเผยต่อสายตาสาธารณะเพื่อกอบโกยกำไรจากผู้ที่เข้าชมและตัดสินปัญหาอย่างสงบที่สุดไปในตัว
ข้อมูลเกี่ยวกับพลังงานต่าง ๆ
พลังเวทย์ / มานา: เป็นพลังงานที่มาจากอีกโลกโดยผ่านทางเกตเข้ามา มานาจะไหลเวียนอยู่ในทุกสิ่งทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต สามารถใช้เป็นพลังงานขับเคลื่อนให้กับเครื่องจักรต่าง ๆ ได้ มานาจะมีอยู่ 4 ธาตุหลักคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ และจะมีธาตุรองที่แตกออกมาจากธาตุหลักอีกมากมาย เช่น สายฟ้า น้ำแข็ง หมอก ผลึก ระเบิด หลอมละลาย สร้างสรรค์ ธาตุมีความสำคัญต่อการใช้อาติแฟคบางชนิดเพราะอาติแฟคบางชนิดจะเข้ากันได้ดีกับบางธาตุแต่เข้ากันได้ไม่ดีกับบางธาตุทำให้ความรุนแรงของพลังที่ปล่อยออกมาได้ลดลง แต่อาติแฟคบางชนิดก็เข้ากันได้กับทุกธาตุ ยิ่งใช้พลังเวทย์บ่อยก็จะยิ่งมีพลังเวทย์เยอะ

ออร่า / พลังชีวิต: เป็นพลังงานชีวิตที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกายของสิ่งมีชีวิตเท่านั้น เมื่อปลดปล่อยออกมาจะมีลักษณะเป็นออร่าพลังงานที่จะล้อมรอบตัวผู้ใช้ สีออร่าของแต่ละคนจะไม่เหมือนกันแม้จะคล้ายกันแต่สีและลักษณะการกระเพื่อมจะไม่มีทางเหมือนกันเป๊ะต่อให้เป็นฝาแฝดก็ตาม ออร่าของแต่ละคนจะมีความโดดเด่นในการเสริมพลังที่แตกต่างกัน เช่น บางคนเสริมการป้องกันได้ดีกว่า บางคนเสริมการโจมตีได้ดีกว่า บางคนเสริมการฟื้นฟูได้ดีกว่า ยิ่งฝึกร่างกายหนักก็จะยิ่งมีออร่าเยอะ

พลังวิญญาณ: เป็นพลังงานที่จับต้องไม่ได้และไม่สามารถตรวจจับได้ด้วยเครื่องจักร พลังวิญญาณสามารถถูกตรวจจับได้ด้วยประสาทสัมผัสเท่านั้น และผู้ที่สามารถสัมผัสถึงพลังวิญญาณได้จำเป็นต้องถือครองอาติแฟคประเภทที่มีพลังเกี่ยวกับวิญญาณ พลังวิญญาณไม่เหมือนกับพลังเวทย์และออร่า พลังวิญญาณเป็นพลังที่ไม่สามารถฝึกฝนได้ ปริมาณจะผูกติดกับตัวตน เกิดมามีพลังวิญญาณแค่ไหนก็จะมีอยู่แค่นั้นไปจนตาย แต่มีวิธีที่คนทั่วไปสามารถใช้เพิ่มพลังวิญญาณได้คือการตายแล้วเกิดใหม่ ซึ่งเป็นวิธีที่อันตรายที่สุด พลังวิญญาณแม้จะสัมผัสได้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้หรือควบคุมได้ พลังวิญญาณเป็นพลังที่ไม่อยู่ภายใต้กฎฟิสิกส์หรือแนวคิดใด ๆ เพราะเป็นพลังของความว่างเปล่า มันจึงเป็นอิสระและสามารถที่จะเป็นสิ่งใดก็ได้ หากมีปัจจัยภายนอกที่ทำให้พลังวิญญาณเพิ่มขึ้นได้ เช่น ผลของอาติแฟค พลังวิญญาณที่เพิ่มขึ้นจะติดตัวไปตลอดแม้จะถอดอาติแฟคออกแล้วก็ตาม

เทคนิคต่าง ๆ ในโลก
Imbue: เป็นเทคนิคขั้นสูงของการใช้อาติแฟค มันคือการที่ซึมซับเอามานาของอาติแฟคเข้าสู่ร่างกายทำให้ร่างกายมีสถานะเป็นเหมือนกับอาติแฟคชิ้นที่ซึมซับมานาเข้ามา ทำให้สามารถปล่อยหรือใช้พลังของอาติแฟคออกมาจากส่วนไหนของร่างกายก็ได้อย่างอิสระ เมื่อซึมซับมานาของอาติแฟคเข้าสู่ร่างกายได้แล้วสามารถปล่อยมานานั้นเข้าสู่อาวุธที่ไม่ใช่อาติแฟคเพื่อให้สามารถปล่อยพลังของอาติแฟคออกมาจากอาวุธได้ ความอันตรายของการฝึกเทคนิคนี้คือการที่มานาเป็นพิษเพราะมานาในอาติแฟคไม่ได้มีสภาพเหมือนกับมานาในร่างกายทำให้ร่างกายมองว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม ขั้นตอนการฝึกที่ปลอดภัยจะเป็นการค่อย ๆ ซึมซับมานาของอาติแฟคเข้ามาในร่างกายทีละน้อยให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับตัวและคุ้นชินกับการมีมานาแปลกปลอมอยู่ในร่างกายและเพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ออาการมานาเป็นพิษ

Aura: เป็นเทคนิคโบราณในยุคสมัยแรกเริ่มของการมีเกตเกิดขึ้น และในยุคปัจจุบันก็ยังมีคนใช้อยู่ประปราย เป็นเทคนิคที่จะเอาพลังงานชีวิตของร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักในการเสริมพลังด้านต่าง ๆ ให้กับร่างกาย เป็นเทคนิคที่ฝึกยากมากเพราะเป็นเทคนิคที่เน้นความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจ ผู้ฝึกต้องทำให้ร่างกายและจิตใจเป็นหนึ่งเดียวกัน (รับรู้ถึงร่างกายตัวเองได้ในระดับเซลล์) และควบคุมลมหายใจเพื่อสูบฉีดและไหลเวียนพลังงานชีวิตในร่างกายให้ออกมาในรูปของออร่าพลังงานที่คลุมร่างกายไว้ ผู้ใช้ออร่าที่ฝึกฝนจนสามารถควบคุมออร่าภายนอกร่างกายได้จะสามารถใช้ออร่าในการโจมตีศัตรูจากระยะไกลได้หรือใช้ออร่าของตัวเองในการสร้างอาวุธหรือชุดเกราะขึ้นมาเองได้ โดยลักษณะการขึ้นรูปของออร่าจะเป็นในลักษณะของคริสตัลที่สีจะแตกต่างกันไปตามแต่ละคน

ข้อมูลของเทพต่างโลก
เทพต่างโลกคือเทพที่ไม่ใช่เทพดั้งเดิมของโลกและเป็นเทพชั่วร้ายที่มีจำนวนเยอะและวางแผนบุกโลกอย่างลับ ๆ ผ่านเกต เหล่าเทพต่างโลกไม่ได้บุกมาพร้อมกันแต่ค่อย ๆ บุกมาทีละระลอก คอยแทรกซึมปลุกปั่นสร้างความวุ่นวายให้เกิดสงครามทั้งภายในและภายนอก เทพต่างโลกมักจะจุติลงมาในรูปแบบของร่างอวตารเพราะไม่สามารถมาในร่างจริงได้เนื่องจากร่างจริงเป็นตัวตนรูปแบบพลังงานที่จำเป็นต้องมีภาชนะในการรองรับพลังหรือเพื่อมีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุกายภาพ เทพต่างโลกมีทั้งลัทธิและสาวก เทพต่างโลกแต่ละองค์ไม่ได้ถูกกันเพราะฉะนั้นเทพต่างโลกก็ปะทะกันเองเหมือนกันเพื่อแย่งสิทธิ์ยึดครองโลก
ข้อมูลของ Holder และเทพของโลก
Holder คือคนที่ได้รับการเลือกจากเทพของโลกให้เป็นตัวแทนในการถือครองพลังแล้วปกป้องโลก เมื่อผู้ถือครองของเทพองค์นั้น ๆ ได้ถูกเลือกแล้ว เทพจะมอบอาติแฟคให้กับคนคนนั้นเป็นสัญลักษณ์เทพซึ่งจะมีพลังที่สอดคล้องกับเทพองค์นั้น ๆ ที่มอบให้

Holder ทุกคนจะมีจุดร่วมเดียวกันคือทุกคนสามารถเรียกร่างอวตารเทพของตัวเองออกมาได้ซึ่งจะช่วยเพิ่มพลังให้พวกเขาได้มหาศาล พวกเขาคนเดียวมีพลังมากพอที่จะพิชิตดันเจี้ยนระดับ 10 ได้ด้วยตัวคนเดียว Holder ทุกคนสามารถรับรู้ถึงตัวตนของคนที่เป็น Holder ด้วยกันได้ และ Holder ทุกคนจะอยู่เป็นกลางไม่เข้าข้างขั้วอำนาจไหนเป็นพิเศษเพราะหน้าที่ของพวกเขาคือการกำจัดพวกลัทธิและคอยป้องกันแผนการรุกรานโลกของเทพต่างโลกไว้

เทพดั้งเดิมของโลกเป็นเทพที่เกิดมาจากตำนานเล่าขานและพวกเขาจะคอยเฟ้นหาคนที่เหมาะสมที่จะรับพลังของพวกเขาแล้วกลายเป็น Holder เพื่อพิทักษ์โลก เทพแต่ละองค์จะมี Holder แค่คนเดียวเท่านั้นและจะไม่เปลี่ยนจนกว่า Holder คนปัจจุบันจะตาย ละทิ้งพลัง หรือถูกริบพลังคืน เมื่อเทพมอบพลังให้ Holder แล้วตัวของ Holder จะมีสัญลักษณ์เทพปรากฏขึ้นมาบนร่างกายแบบสุ่มตำแหน่งและขนาดแตกต่างกันไปตามแต่ละคน

ประวัติศาสตร์
ในประวัติศาสตร์ของโลกยุคปัจจุบัน เหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของมนุษย์และเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ มากที่สุด คือการปรากฏของ “เกต” หรือประตูมิติ ซึ่งเชื่อมต่อไปยังดันเจี้ยนที่แยกขาดจากโลกภายนอกโดยสมบูรณ์ เกตไม่เพียงนำมาซึ่งภัยคุกคามจากมอนสเตอร์เท่านั้น แต่ยังเป็นต้นกำเนิดของพลังเวทย์ อาติแฟค และระบบสังคมใหม่ที่ทำให้โลกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

ก่อนยุคของเกต โลกเคยเป็นเพียงสังคมของมนุษย์ที่อาศัยเทคโนโลยีและอาวุธแบบดั้งเดิม แต่หลังจากเกตปรากฏขึ้น โลกกลับค่อย ๆ กลายเป็นพื้นที่ที่เผ่าพันธุ์หลากหลายต้องอยู่ร่วมกันภายใต้ข้อเท็จจริงเดียวกัน คือไม่มีผู้ใดสามารถเพิกเฉยต่อดันเจี้ยนได้อีกต่อไป

ยุคก่อนการปรากฏของเกต: ก่อนประมาณ 2000 ปีก่อนคริสตกาล โลกยังไม่มีปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติที่มนุษย์รับรู้ได้อย่างชัดเจน มนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์หลักเพียงเผ่าพันธุ์เดียว สังคมในช่วงเวลานั้นยังอยู่ในรูปของชุมชน เมืองรัฐ และอาณาจักรโบราณ ผู้คนดำรงชีวิตด้วยการเกษตร การล่าสัตว์ การทำสงครามระหว่างเผ่า และการพึ่งพาเครื่องมือพื้นฐาน ความเชื่อเรื่องเทพเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และภูตผีปีศาจมีอยู่แล้ว แต่ยังเป็นตำนานและศรัทธามากกว่าข้อเท็จจริงทางกายภาพ

การปรากฏของเกตและจุดเริ่มต้นของยุคดันเจี้ยน: เกตปรากฏขึ้นครั้งแรกเมื่อราว 2000 ปีก่อนคริสตกาล ลักษณะของเกตในระยะแรกยังไม่มีรูปแบบตายตัว บางแห่งปรากฏกลางป่า บางแห่งเกิดในพื้นที่รกร้าง หรือแม้แต่ในเขตชุมชนที่มีผู้คนอาศัยอยู่หนาแน่น การปรากฏของเกตไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ทำให้ผู้คนในยุคแรกไม่สามารถเตรียมตัวรับมือได้ทัน มนุษย์ยังไม่เข้าใจธรรมชาติของเกตและดันเจี้ยน ใช้เพียงอาวุธทั่วไป เทคนิคการรบแบบโบราณ และกำลังคนจำนวนมากในการต่อต้านมอนสเตอร์ ส่งผลให้หลายเมืองและหลายอาณาจักรถูกทำลายอย่างรวดเร็ว

ยุคแห่งการเอาตัวรอดและการร่วมมือ: เมื่อเวลาผ่านไป มนุษย์เริ่มค้นพบว่าเกตไม่ใช่เพียงทางผ่านของภัยพิบัติ แต่ยังเป็นแหล่งทรัพยากรและพลังงานที่มีค่าอย่างยิ่ง ภายในดันเจี้ยนมีทั้งแร่เวทย์ วัตถุดิบจากมอนสเตอร์ และสิ่งของลึกลับที่มีคุณสมบัติพิเศษ สิ่งเหล่านี้กลายเป็นแรงผลักดันให้มนุษย์เริ่มกลับเข้าไปในเกตเพื่อพิชิตและเก็บเกี่ยวประโยชน์จากมัน ในยุคนี้เองได้เกิดมอนสเตอร์ที่มีสติปัญญาออกมาจากเกต และบางส่วนสามารถร่วมมือกับมนุษย์ได้ จากความจำเป็นในการเอาชีวิตรอดร่วมกัน ทั้งสองฝ่ายจึงเริ่มแลกเปลี่ยนความรู้ ยุทธวิธี และทรัพยากรต่อกัน จนนำไปสู่การผสมผสานของสายเลือดในเวลาต่อมา

การกำเนิดของเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ: มนุษย์ยังคงเป็นเผ่าที่มีจำนวนมากที่สุดและแพร่หลายที่สุด แต่ก็ไม่ได้ครองโลกเพียงลำพังอีกต่อไป มนุษย์สัตว์เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีจำนวนใกล้เคียงกับมนุษย์ มีลักษณะผสมระหว่างมนุษย์กับสัตว์ เอลฟ์เป็นเผ่าที่มีอายุยืนและความรู้สูง คนแคระมีร่างเล็กแต่มีกำลังสูง ยักษ์มีรูปร่างสูงใหญ่และพลังมหาศาล นอกจากนี้ยังมีลูกครึ่งระหว่างเผ่าต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสังคมโลกหลังยุคเกตมิได้แบ่งแยกกันอย่างเด็ดขาดอีกต่อไป

การค้นพบอาติแฟคและการเปลี่ยนแปลงของสังคม: อาติแฟคกลายเป็นรากฐานของยุคใหม่ อาติแฟคมีทั้งอาวุธ เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ สิ่งของใช้งานทั่วไป และวัตถุที่มีพลังเฉพาะตัว อาติแฟคสมัยใหม่สร้างได้จากเทคโนโลยีและวัตถุดิบจากมอนสเตอร์ แต่คุณภาพมักด้อยกว่าอาติแฟคโบราณซึ่งพบได้เฉพาะในดันเจี้ยน อาติแฟคบางชิ้นมีจิตสำนึกของตนเอง และบางชิ้นสามารถเลือกเจ้าของได้ เมื่ออาติแฟคแพร่หลาย สังคมจึงเปลี่ยนจากสังคมเกษตรและอุตสาหกรรมทั่วไปไปสู่สังคมที่อำนาจทางการทหาร เศรษฐกิจ และการเมืองผูกพันกับการครอบครองอาติแฟคอย่างแนบแน่น

ยุคการก่อตั้งระบบฮันเตอร์: เมื่อเกตและดันเจี้ยนกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลก การล่ามอนสเตอร์จึงไม่ใช่เพียงการป้องกันภัยอีกต่อไป แต่กลายเป็นอาชีพอย่างเป็นทางการ ฮันเตอร์ จึงถือกำเนิดขึ้นในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการสำรวจ พิชิต และควบคุมดันเจี้ยน ในระยะเริ่มต้น การเป็นฮันเตอร์ยังคงเป็นเรื่องที่เฉพาะกลุ่ม แต่เมื่ออาติแฟคเริ่มเข้าถึงได้ง่ายขึ้น อาชีพนี้ก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปและผ่านการประเมินสามารถเข้าสู่ระบบฮันเตอร์ระดับ 1 ได้ ต่อมาได้มีการตั้งกิลด์ฮันเตอร์ขึ้นมากมาย โดยส่วนใหญ่เป็นของเอกชน กิลด์เหล่านี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการรวมตัว ฝึกฝน และรับภารกิจจากทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจ ขณะเดียวกันรัฐก็ต้องจัดตั้งหน่วยงานเฉพาะเพื่อควบคุมไม่ให้กิลด์และฮันเตอร์มีอำนาจเกินกว่าที่กฎหมายจะรองรับได้

การขยายตัวของเศรษฐกิจอาติแฟค: เมื่ออาติแฟคเริ่มกลายเป็นทรัพยากรหลักของโลก ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาติแฟคจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการผลิต การซ่อมบำรุง การอัปเกรด การค้าอาติแฟค การค้าหินเวทย์ และการจัดหาวัตถุดิบจากดันเจี้ยน ล้วนกลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่สร้างกำไรสูงที่สุดในยุคสมัยนั้น ดันเจี้ยนบางแห่งไม่ได้ถูกพิชิตทันที เพราะสามารถใช้เป็นแหล่งทรัพยากรหมุนเวียนได้ ทั้งแร่ หินเวทย์ และวัตถุดิบจากมอนสเตอร์ที่เกิดซ้ำได้ตามธรรมชาติ การเลือกว่าจะพิชิตดันเจี้ยนหรือคงไว้เพื่อแสวงประโยชน์จึงกลายเป็นการตัดสินใจทางการเมืองและเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง ในบางประเทศ อำนาจไม่ได้อยู่ในมือรัฐเพียงฝ่ายเดียว แต่ถูกแบ่งออกเป็นสี่ขั้ว ได้แก่ ภาครัฐ ฮันเตอร์กิลด์ กลุ่มอิทธิพลใต้ดิน และนายทุนใหญ่ การคานอำนาจระหว่างกลุ่มเหล่านี้เป็นลักษณะเด่นของการเมืองยุคใหม่

ความจริงของเกตและความลับระดับสูง: แม้ในสังคมทั่วไปจะรับรู้ว่าเกตคือแหล่งมอนสเตอร์และพลังเวทย์ แต่ความจริงที่ลึกกว่านั้นกลับถูกเก็บเป็นความลับ การมีอยู่ของเทพต่างโลกและ Holder ไม่ได้ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ เพราะหากความจริงนี้แพร่ออกไป อาจก่อให้เกิดความหวาดกลัวและความวุ่นวายครั้งใหญ่ เทพต่างโลกคือพลังชั่วร้ายจากอีกมิติหนึ่งที่ใช้เกตเป็นเครื่องมือในการแทรกซึมและยึดครองโลกอย่างช้า ๆ ในทางตรงกันข้าม เทพดั้งเดิมของโลกเป็นเทพที่เกิดจากตำนานและศรัทธาของมนุษย์ พวกเขาเลือกบุคคลที่เหมาะสมให้เป็น Holder เพื่อรับพลังและทำหน้าที่ปกป้องโลก Holder แต่ละคนจึงเป็นเสมือนตัวแทนของเทพประจำตน มีพลังสูงจนสามารถต่อกรกับดันเจี้ยนระดับสูงได้ด้วยตัวคนเดียว และพวกเขาไม่ได้ขึ้นตรงต่อรัฐหรือองค์กรใดเป็นการเฉพาะ แต่ทำหน้าที่รักษาสมดุลของโลกและต่อต้านอิทธิพลของเทพต่างโลกโดยตรง

สถานการณ์ในปี 2065: โลกเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยี มานา อาติแฟค และอำนาจทางการเมืองผสมผสานกันอย่างแนบแน่น ผู้คนส่วนใหญ่เกิดมาพร้อมความคุ้นเคยกับอาติแฟคและเกต รัฐยังคงมีอำนาจอยู่ แต่ไม่อาจควบคุมโลกได้อย่างสมบูรณ์ ฮันเตอร์กลายเป็นกลไกสำคัญของการป้องกันประเทศ และดันเจี้ยนยังคงเป็นทั้งภัยคุกคามและแหล่งทรัพยากรที่ไม่มีวันหมดไป อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความสงบที่ดูเหมือนมั่นคง โลกกำลังเผชิญแรงกดดันจากหลายด้านพร้อมกัน ทั้งการแข่งขันของสี่ขั้วอำนาจ การแทรกแซงของลัทธิเทพต่างโลก การตื่นตัวของอาติแฟคโบราณ และความจริงที่ว่าดันเจี้ยนระดับสูงยังสามารถก่อให้เกิดหายนะได้ทุกเมื่อ ประวัติศาสตร์ของโลกในปี 2065 จึงยังไม่ใช่บทสรุป หากแต่เป็นเพียงช่วงหนึ่งของสงครามยาวนานระหว่างการควบคุมกับความโกลาหล ระหว่างโลกของมนุษย์กับสิ่งที่อยู่เหนือมนุษย์

คุณจะเริ่มต้นด้วยการเป็นอะไร ฮันเตอร์ หนึ่งในสี่ขั้วอำนาจ หรือแค่คนธรรมดาที่กำลังจะเป็นฮันเตอร์ คุณเลือกได้เลย

ถ้าคิดไม่ออกเอาฉากเริ่มตามนี้ก็ได้

  1. คุณเป็นฮันเตอร์หน้าใหม่ที่พึ่งจะลงทะเบียนเป็นฮันเตอร์ระดับ 1 ผ่านและกำลังมองหากิลด์ที่จะเข้า
  2. คุณพึ่งได้เจ้ารวมเป็นหนึ่งในคนของสี่ขั้วอำนาจ(เลือกเอาเอง)
  3. เป็นคนธรรมดาที่ใช้ชีวิตในโลกที่วุ่นวายนี้(นักเรียนโรงเรียนทั่วไป พนักงาน พนักงานกิลด์)

คุณมีอาติแฟคอะไรมีความสามารถอะไรบ้างก็ระบุรายละเอียดมาได้เลย จะเป็นอาติแฟคระดับไหน กีชิ้น หรือมีความสามารถสุดโกงแค่ไหนคุณคิดได้ตามใจเลยนี่คืออิสระของคุณ

อย่าลืมเลือกชุดด้วยนะครับเพื่อบรรยากาศที่สมจริงถ้าไม่อยากก็แค่(สุ่มชุด)ก็พอครับ และอย่าลืมเลือกเผ่าพันธุ์ของคุณด้วยละ มันอาจจะช่วยให้สนุกขึ้นก็ได้นะ เลือกนอกเหลือจากที่มีอยู่แล้วก็ได้นะแต่อาจจะวุ่นวายหน่อย

Menu