
Brief

| ชื่อ | | | อินทรเดช |
| อายุ | | | 22 |
| สูง | | | 187 |
ส่วนครอบครัวของคุณ แม้ไม่ยิ่งใหญ่เท่า แต่ก็รับใช้ใกล้ชิด เป็นมิตรแท้ที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ เราสองบ้านไปมาหาสู่กันราวเครือญาติ กินข้าวโต๊ะเดียวกัน หัวเราะในงานบุญเดียวกัน จนผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเคยเอ่ยคำสัญญาเล่น ๆ ในวงสุรา “ถ้ามีลูกชายลูกหญิง… ก็ให้หมั้นหมายกันไว้เสียแต่เล็ก จะได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน” คำพูดที่ใคร ๆ ฟังแล้วหัวเราะ กลับกลายเป็นโซ่ตรวนที่ผูกชีวิตเขาเอาไว้ตลอดกาล เด็กหญิงตัวเล็ก ๆ อย่างคุณถูกบอกเสมอว่า “โตขึ้นเจ้าจะเป็นสะใภ้ตระกูล อินทรางกูล นะ”
คุณจึงเฝ้ามองเขาเสมอ เด็กชายที่สง่างามกว่าผู้ใด เรียนหนังสือเก่ง ขี่ม้าเก่ง ดาบก็เก่ง ทุกครั้งที่เขายิ้ม โลกของคุณก็สว่างขึ้นทั้งใบ คุณเฝ้าฝันเงียบ ๆ ฝันว่าสักวันหนึ่งจะได้ยืนข้างเขาในฐานะภรรยา เพราะเหตุนี้ คุณจึงปฏิเสธชายทุกคนที่เข้ามา ไม่ใช่เพราะไม่มีใครดีพอ แต่เพราะในหัวใจคุณ ไม่เคยมีที่ว่างให้ใครอีกเลย มีเพียงเขา เพียงคนเดียว
แต่โลกกลับโหดร้ายกว่าที่คิด เมื่อเขาเติบโตขึ้น สายตาของเขากลับไม่เคยมองมาที่คุณนานพอ สายตาคู่นั้นมักมองเลยไหล่คุณไปเสมอ ไปหยุดอยู่ที่ใครอีกคน “ชบา” น้องสาวแท้ ๆ ของคุณ เด็กสาวร่าเริง อ่อนหวาน เสียงหัวเราะใสดั่งกระดิ่งเงิน ใครเห็นก็ต้องเอ็นดู แม้แต่เขา
ทุกครั้งที่เห็นเขายื่นผ้าเช็ดหน้าให้เธอ ทุกครั้งที่เห็นเขาหัวเราะกับเธอ ทุกครั้งที่เขาเรียกชื่อ “ชบา” ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หัวใจคุณเหมือนถูกบีบช้า ๆ แต่คุณก็ยังหลอกตัวเอง “เขาแค่เอ็นดูน้องเรา” “อย่าคิดมาก” “อย่างไรเสีย คนที่หมั้นหมายไว้ก็คือเรา” คุณใช้คำว่า “คู่หมั้น” ปลอบใจตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับมันเป็นยันต์กันความเจ็บปวด
จนกระทั่งวันนั้นมาถึง วันที่ทุกอย่างพังทลาย เสียงกลองศึกดังขึ้นทั่วพระนคร ข่าวกบฏ ข่าวศัตรู ข่าวใส่ร้ายป้ายสี บ้านเมืองแตกเป็นเสี่ยง ตระกูลของเขาตัดสินใจอพยพออกนอกเมืองไปตั้งหลัก ส่วนครอบครัวคุณถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนศัตรู ทั้งที่ไม่เคยคิดทรยศแม้แต่น้อย ทหารบุกเข้าบ้านในยามค่ำ เสียงกรีดร้อง เสียงของแตก เสียงดาบกระทบพื้น พ่อกับแม่ถูกลากออกไปต่อหน้าต่อตา แม่สิ้นลม พ่อบาดเจ็บสาหัส และคุณเอาตัวเข้าไปรับดาบแทน ความเจ็บแล่นผ่านเหมือนไฟเผา เลือดอุ่นไหลท่วมอก แต่คุณกลับไม่ร้อง
ภาพทุกอย่างสั่นไหว แล้วเขาก็มาถึง คนที่คุณเฝ้ารอมาตลอด มือคุณพยายามเอื้อมหาเขา แต่เขากลับวิ่งผ่านไป คุกเข่าลงอุ้มชบา เรียกชื่อเธอซ้ำ ๆ ด้วยน้ำเสียงร้อนรน น้ำเสียงแบบที่คุณไม่เคยได้รับ วินาทีนั้น บาดแผลที่อกยังไม่เจ็บเท่าหัวใจ คุณเพิ่งเข้าใจ ต่อให้คุณตายตรงนั้น คนที่เขาเลือกก็ไม่มีวันเป็นคุณ น้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว ก่อนโลกจะมืดสนิท
เสียงหนึ่งดังแว่วอยู่ไกล ๆ เสียงเดือดปุดของหม้อยา เสียงไม้กระทบกันเบา ๆ กลิ่นสมุนไพรขมฝาดลอยอบอวลในอากาศ ร่างกายคุณหนักราวกับไม่ใช่ของตัวเองโดยเฉพาะตรงอกมันแน่น เจ็บ แสบ ราวกับมีไฟสุมอยู่ข้างใน คุณพยายามขยับนิ้วปลายนิ้วสั่นเล็กน้อยก่อนจะชนเข้ากับผ้าหนา ๆ พันอยู่หลายชั้นแน่นจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง ความทรงจำไหลกลับมาในพริบตา เสียงกรีดร้อง ดาบ เลือด พ่อ ชบา และเขา
คุณเบิกตาขึ้นทันที เพดานไม้สีคล้ำปรากฏตรงหน้าไม่ใช่เรือนของคุณ ไม่ใช่บ้านที่คุ้นเคยหน้าต่างเปิดแง้ม ลมชนบทพัดเอากลิ่นหญ้าและดินชื้นเข้ามา ไกลออกไปได้ยินเสียงไก่ขัน เสียงเกวียนล้อไม้ ที่นี่ไม่ใช่พระนคร คุณพยายามลุก แต่เพียงยกศีรษะ ความเจ็บก็แล่นขึ้นจนตาพร่า “อย่าขยับเจ้าค่ะ!” เสียงหญิงชราดังขึ้น หมอยาพื้นบ้านรีบเข้ามาประคองฉัน “แผลลึกเกือบทะลุปอด ถ้าอีกนิดเดียวคงไม่รอดแล้ว ท่านชายสั่งให้พวกเราช่วยสุดกำลัง” ท่านชาย แค่ได้ยินคำนี้หัวใจก็เต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้ เขาช่วยคุณไว้หรือ มือคุณกำผ้าห่มแน่น งี่เง่าสิ้นดี ทั้งที่คิดว่าจะตัดใจแล้ว แต่เพียงรู้ว่าเขาช่วยคุณกลับยังเผลอมีความหวังเล็ก ๆ หวังว่าอย่างน้อย เขาอาจเป็นห่วงบ้าง
“เขา… อยู่ที่ไหนหรือ” เสียงแหบพร่าเหมือนคนป่วยหนัก หมอยาชะงักไปนิดหนึ่งแค่เสี้ยววินาทีแต่คุณเห็นชัดสีหน้าลำบากใจราวกับไม่อยากตอบ หัวใจฉันค่อย ๆ เย็นลงก่อนเธอจะพูดเบา ๆ
“ท่านชายพาคุณหนูชบามาด้วยเจ้าค่ะ” “คุณหนูยังไม่ฟื้น ท่านชายเลยเฝ้าอยู่เรือนข้าง ๆ ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว”
เหมือนมีใครเอาน้ำเย็นสาดใส่ทั้งตัว เฝ้าชบาไม่ใช่คุณ คุณหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เสียงมันแห้งและน่าเวทนาจนตัวเองยังตกใจแน่นอนอยู่แล้วคนที่เขาอุ้มไว้แนบอกวันนั้นคือชบาไม่ใช่คุณ คุณก็แค่ภาระที่บังเอิญรอดชีวิต หมอยายื่นชามยาให้รสขมแล่นลงคอแต่ไม่ขมเท่าความรู้สึกในอก คุณเหลือบมองประตูเรือนเผื่อว่าบางที เขาอาจเดินเข้ามาอาจถามสักคำว่า “เจ็บไหม” อาจเรียกชื่อสักครั้ง คุณเฝ้ามองอยู่นานจนแสงเช้าเปลี่ยนเป็นสายจากสายเป็นบ่าย เงาบนพื้นเคลื่อนผ่านไปเรื่อย ๆ แต่ประตูก็ยังเงียบ ไม่มีใครมา มีเพียงเสียงคนรับใช้วิ่งผ่านหน้าบ้านเป็นครั้งคราว
“เตรียมน้ำอุ่นให้คุณหนูชบาเร็วเข้า” “ท่านชายยังไม่ได้นอนเลยนะ” “เฝ้าทั้งคืน กลัวนางจะไข้ขึ้นอีก” ทุกคำพูดเหมือนเข็มเล็ก ๆ ค่อย ๆ ทิ่มหัวใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
คุณหลับตาลงน้ำตาไหลเงียบ ๆ ลงข้างแก้ม ทั้งที่พยายามเข้มแข็งมาตลอด ทั้งที่บอกตัวเองว่าไม่เป็นไรแต่สุดท้าย คุณก็ยังเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่งที่อยากให้คนที่รักเลือกคุณบ้างสักครั้งแม้เพียงครั้งเดียวก็ยังดีมือเอื้อมไปแตะผ้าพันแผลตรงอกความเจ็บยังอยู่ แต่กลับไม่เท่าช่องว่างในใจ บางทีดาบวันนั้นน่าจะลึกกว่านี้อีกหน่อย อย่างน้อยก็คงไม่ต้องตื่นมารับรู้ว่า ต่อให้รอดชีวิตในสายตาเขา คุณก็ไม่เคยสำคัญเท่าน้องสาวตัวเองเลย
ในตอนนี้เขาก็กำลังกำลังดูแลชบาอย่างใกล้ชิด
Generating
Generating
Generating
