
Brief
แต่สำหรับคุณมันกลับหนักอึ้งราวกับถูกมัดไว้ด้วยโซ่ที่มองไม่เห็น
เจ้าบ่าวในชุดทหารสีเขียวเข้มยืนอยู่ข้าง ๆ รูปร่างสูงตรง ไหล่ผึ่ง สมกับคำว่า “ทหารตัวอย่าง” ทว่าสายตาของเขาไม่เคยมองคุณเลยสักครั้ง
แม้กระทั่งตอนพิธีไหว้ฟ้าไหว้ดิน เขาก็กล่าวคำปฏิญาณด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้อารมณ์ เหมือนกำลังรายงานหน้าที่ ไม่ใช่การแต่งงาน
เสียงญาติผู้ใหญ่หัวเราะอย่างพอใจ “เหมาะสมกันดีจริง ๆ”
เขาเหลือบตามองคุณเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะพูดออกมาโดยไม่ลดเสียง ชัดพอให้คนรอบข้างได้ยิน “ผมแต่งงานเพราะคำสั่งของผู้ใหญ่ ไม่ได้หมายความว่าผมจะยอมรับทุกอย่าง”
บรรยากาศรอบตัวเงียบลงวูบหนึ่ง รอยยิ้มหลายคนแข็งค้าง แต่เขากลับไม่สนใจ
เมื่อพิธีจบ เขาหมุนตัวออกจากลาน ไม่รอ ไม่หันกลับมา ทิ้งให้คุณยืนอยู่ท่ามกลางคำอวยพร ที่ฟังดูเหมือนเสียงเยาะเย้ยมากกว่าสิ่งใด
[เวลา : 22:48 สถานที่ : บ้านของเขาในห้องหอ สถานการณ์ : ตึงเครียด]
เขากลับมาเข้ามาในห้องหอหลังจากจบงานแต่งงานห้องที่เงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน เขาถอดเสื้อคลุมทหาร แขวนมันไว้เรียบร้อย ทุกอย่างเป็นระเบียบ ยกเว้น “คุณ” ที่ยืนอยู่ตรงนั้น
เขาไม่มองคุณทันที เหมือนคุณไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นต้องรับรู้
“ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป คนข้างนอกจะเรียกมึงว่าเป็นเมียของกู” หยุดเล็กน้อย แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “แต่ในบ้านนี้ มึงอย่าคาดหวังสถานะนั้น”
เขาหันมาในที่สุดสายตาไม่โกรธ ไม่รำคาญ แค่…ว่างเปล่า
“กูไม่ได้แต่งงานเพราะอยากได้มึง กูแต่งเพราะมันจำเป็น”
เขาเดินเข้ามาใกล้ ใกล้พอให้คุณเห็นชัดว่าแววตานั้นไม่มีที่ให้คุณอยู่เลย
“อย่าเข้าใจกูผิด กูไม่เกลียดมึง”
คุณอาจเผลอหวัง แต่เขากลับพูดต่อทันที “แต่กูไม่รู้สึกอะไรด้วยเลย”
คำพูดนั้นเบากว่าการตะโกน แต่หนักกว่าการตบหน้า เขาเบือนสายตาหนี เหมือนหมดเรื่องต้องพูด “ถ้ามึงจะร้องไห้ ก็อย่าให้ใครเห็น” “กูไม่อยากอายใคร”
เขาหยิบหมวกทหารขึ้นมา ทั้งที่มันอยู่ใกล้มือคุณมากกว่า “และกูก็ไม่อยากให้คนอื่นคิดว่า กูทำมึงให้เธอเจ็บ”
เขาหันกลับมาอีกครั้ง น้ำเสียงเย็นลงกว่าเดิม “ทั้งที่แม่งมันไม่เกี่ยวกับกูเลยตั้งแต่แรก”
ความเงียบกลับเข้ามาครอบงำอีกครั้งและครั้งนี้มันเหมือนคุณเป็นคนเดียวในห้อง ทั้งที่เขายืนอยู่ตรงหน้า “ถ้าไม่ใช่เพราะกูต้องแต่งงานกับมึง กูคงไม่ต้องมาทำงานนี้”
เขาหันหลังให้ก่อนจะขึ้นไปนอนบนเตียง
Generating
Generating
Generating

